สธ.เผยผู้เสียชีวิตจากโควิด 19 รายใหม่สูง 312 ราย เหตุมีการประมวลจากที่ตกหล่นด้วย 100 ราย ไม่ได้รับวัคซีน-ได้ไม่ครบ 180 ราย กำชับทุกคนป้องกันตัวตลอดเวลา
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 18 ส.ค. 2564 ในการแถลงข่าวสถานการณ์โควิด 19 นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตจากโควิด 19 รายใหม่จำนวน 312 ราย ไม่ใช่เพิ่งเสียชีวิต 1-2 วันที่ผ่านมาทั้งหมด แต่มีการตรวจสอบระบบส่วนไหนที่ตกหล่นอยู่บ้าง เพราะมีหลายกรณีที่ไม่ได้ป่วยเข้ารพ. แต่เสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ จึงมีการชันสูตรและส่งตรวจและมีการเจอว่าติดโควิด 19 ซึ่ง ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด19 จึงมีการตกหล่นส่วนนี้ส่วนหนึ่งและเหตุอื่นๆด้วย
โดยจากการสอบถามกองระบาดวิทยาให้ข้อมูลว่า ในจำนวนนี้ส่วนที่ย้อนหลังตกหล่นมี 100 คน แปลว่า ยอดการเสียชีวิตที่ไม่รวมตกกล่น 212 ราย ส่วนของข้อมูลที่รายงานเสียชีวิตย้อนหลังมีจากหลายจังหวัดเกือบ 20 จังหวัด ประมาณ 50 ราย เป็นการเสียชีวิตก่อนเดือนส.ค.บางรายย้อนหลังถึงเดือนเม.ย.และอีก 50 รายเสียชีวิตช่วงต้นเดือนส.ค.ถึงปัจจุบัน โดยถือเป็นธรรมดาของระบบที่ต้องมีการประเมินเป็นรอบๆเพราะบางส่วนอาจมีการตกหล่นจึงมีการประเมินตลอดเวลาและนำข้อมูลมาใช้อย่างโปร่งใส
นพ.เฉวตสรร กล่าวอีกว่า ผู้เสียชีวิตรายใหม่ 312 ราย อายุ 60 ปีขึ้นไป 194 ราย คิดเป็น 62% อายุน้อยกว่า 60 ปีและมีโรคเรื้อรัง 77 ราย คิดเป็น 24 % ไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 41 ราย คิดเป็น 13 % ส่วนในกรณีที่ผู้เสียชีวิตมีประวัติได้รับวัคซีนมากน้อยเท่าไหนนั้น ขอเรียนว่า
วัคซีนทุกตัวไม่ว่าแพลตฟอร์มไหน ทุกชนิดทั้งmRNA ไวรัลแว็กเตอร์หรือเชื้อตาย หลังจากฉีดแล้วมีโอกาสติดเชื้อได้ เพราะป้องกันติดเชื้อไม่ได้ 100 % แม้แต่ผลการวิจัยที่ชี้อออกมาว่าการป้องกันการเสียชีวิตจะ 100 % แต่ที่ถูกต้องจะใช้คำว่าเกือบ 100 % เมื่อการดูแลคนในวงกว้างก็จะเกิดกรณีที่มีการเสียชีวิตได้เช่นกัน
“ผู้เสียชีวิตรายใหม่ เป็นผู้ที่ไม่เคยมีประวัติได้รับวัคซีน 147 ราย คิดเป็น 47 % ได้รับวัคซีน 1 เข็ม 33 ราย คิดเป็น 8 % และรอตรวจสอบข้อมูล 132 ราย คิดเป็น 42 % ดังนั้นถ้าไม่รวมที่รอตรวจสอบข้อมูล ผู้เสียชีวิตจะเป็นบุคคลที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนหรือฉีดยังไม่ครบ เพราะฉะนั้นคนกลุ่มเสี่ยงผู้สูงอายุ โรคเรื้อรัง ควรลงทะเบียนฉีดวัคซีน และถ้าได้สิทธิ์โปรดอย่ารังเล ซึ่งการพิจารณาฉีดหรือไม่เป็นสิทธิ์ของแต่ละบุคคล 100 % อย่างไรก็ตาม ในทางวิชาการขอยืนยันวัคซีนมีความปลอดภัยและมีประสิทธิผลสูง”นพ.เฉวตสรรกล่าว
นพ.เฉวตสรร กล่าวด้วยว่า การป้องกันการติดโควิดตลอดเวลา โดยใจต้องมีความตื่นรู้อยู่ตลอด คือ การระมัดระวังป้องกันตนเองตลอดเวลาทุกคน ทั้งบุคลาการทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่และประชาชนทั่วไป แม้จะรู้สึกว่ายังไม่มีความเสี่ยง รวมถึง คิดเสมอว่า คนรอบตัวเราทุกคนไม่ว่าจะสนิทแค่ไหน อาจมีการติดเชื้อแฝงอยู่ การป้องกันจะช่วยให้เราปลอดภัยไม่ติดเชื้อ และคิดเสมอว่า ตัวเราเองอาจได้รับเชื้อมาไม่รู้ตัว อาจเริ่มมีการติดเชื้อแฝงอยู่ การป้องกันจะช่วยคนใกล้ตัวเรา คนที่เรารัก ปลอดภัยไม่รับเชื้อไปจากตัวเรา






