background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

ตร. เผยตัวเลขเอาผิด 'ม็อบ' 299 คดี จับตาชุมนุมแยกราชประสงค์ 10 ส.ค.นี้

ตร. เผยตัวเลขเอาผิด 'ม็อบ' 299 คดี จับตาชุมนุมแยกราชประสงค์ 10 ส.ค.นี้

บช.น. เตือน จัดม็อบ แยกราชประสงค์ 10 ส.ค.นี้ ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ควบคุมโรค เผยดำเนินคดีกลุ่มผู้ชุมนุมแล้ว 299 คดี

9 ส.ค. 64 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) และโฆษก บช.น. กล่าวถึงมาตรการในการรักษาความปลอดภัย ที่มีการนัดชุมนุมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 10 ส.ค.นี้ว่า มีการนัดหมายรวมตัวกันที่แยกราชประสงค์ตั้งแต่เวลา 13:00 น เป็นต้นไป

กองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอเรียนว่าพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดอย่างเข้มงวด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 การรวมตัวด้วยประการหนึ่งประการใด การชุมนุมที่มีลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรค จะเป็นความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ควบคุมโรค นอกจากนี้หากการชุมนุมมีการปิดการจราจรหรือใช้เครื่องเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือกระทำอย่างอื่นอย่างใดก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย จะเป็นความผิดในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

สำหรับการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม ที่รวมตัวในเขตกรุงเทพฯ จนถึงบัดนี้ มีการดำเนินคดีแล้ว 299 คดี สอบสวนเสร็จสิ้นแล้วจำนวน 196 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน 103 คดี ขอเตือนไปยังกลุ่มผู้ชุมนุม การชักชวนไม่ว่าจะเป็นการชักชวนด้วยประการหนึ่งประการใดการชักชวนผ่านสื่อสังคมออนไลน์โซเชี่ยลมีเดียถือว่าเป็นการกระทำความผิด จะได้รับโทษตามกฎหมาย การให้การสนับสนุนการชุมนุม การเข้าไปในพื้นที่ชุมนุม เหล่านี้ถือเป็นการร่วมกระทำความผิดด้วย

"อย่างที่เห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้รับจ้างนำคนเข้ามาร่วมชุมนุม ส่วนผู้ว่าจ้างขออนุญาตสงวนชื่อไว้ ถ้าเอ่ยชื่อมาทุกคนจะรู้จัก ในส่วนที่มีการชักชวนในสื่อสังคมออนไลน์กองบัญชาการตำรวจนครบาลจะส่งข้อมูลไปยังกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์เพื่อดำเนินคดีในทุกๆ การชักชวน" พล.ต.ต.ปิยะ ระบุ

ส่วนการตั้งเครื่องกีดขวางโดยใช้ถังน้ำมันที่บริเวณพระมหาบรมราชวัง ที่หลายคนเป็นห่วงในความปลอดภัย ขอให้มั่นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถ้าอันตราย ตำรวจได้รับอันตรายก่อน ก่อนนำมาใช้มีการตรวจเรียบร้อยว่าไม่เป็นอันตรายแน่นอน 

โฆษก บช.น. กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 5 นาย ได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึก 3 นายส่วนอีก 2 นายอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งในวันนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้ไปเยี่ยม ส.ต.ต.นิตินัย  ครองสม ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ ร้อย 3 กองกำกับการควบคุมฝูงชนกองบังคับการควบคุมฝูงชน ที่ได้รับบาดเจ็บถูกยิงด้วยอาวุธปืนไทยประดิษฐ์คล้ายปืนอัดลม แพทย์ได้ทำการผ่าตัด ผลการตรวจรักษาโชคดีที่กระสุนเฉี่ยวหลอดลมไปติดที่ไทรอยด์ ถ้าหลอดลมฉีกขาดอันตรายถึงชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวอยู่ระหว่างพักคอย ถ้าพูดง่ายๆ คือ"ถูกลอบกัด" ขณะนี้เจ้าหน้าที่มีหลักฐานบางส่วนแล้วถ้ามีหลักฐานที่ชัดเจนจะได้ดำเนินการออกหมายจับต่อไป

สำหรับทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายเบื้องต้นได้ทำการสำรวจ เป็นรถยนต์ของทางราชการเสียหายทั้งสิ้น 7 คันรถจักรยานยนต์ 4 คัน ตู้ยามตำรวจและตู้ยามชุมชนอีก 3 แห่ง นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินของประชาชนในละแวกนั้นได้รับความเสียหายด้วยเช่นกัน จะมีการร้องทุกข์เพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ได้เร่งพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงภาพรวมการจัดคาร์ม็อบว่า วันที่ 1 ส.ค.มีการจัดคาร์ม็อบ 40 จังหวัด มีผู้เข้าร่วมประมาณหมื่นกว่าคน  ส่วนวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา มีประมาณ 20 จังหวัดที่จัดคู่ขนาน มีผู้เข้าร่วมน้อยลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ประมาณ 3,000 กว่าคน เพราะมีสถานการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นในการชุมนุม ในส่วนของผู้ที่มาชุมนุมแยกเป็น 2 ส่วนชัดเจน คือกลุ่มที่มาชุมนุมต่อต้านรัฐบาล อีกส่วนคือมาชุมนุมแล้วก่อให้เกิดความวุ่นวายความไม่สงบขึ้นในบ้านเมือง ในส่วนนี้จะต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังต่อไป โดยทั้งนี้ทั้งนั้น ตำรวจจะยึดกรอบตามอำนาจกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป.