เจาะ ‘Disney+ Hotstar’ 5 ความใหม่แข่งศึก ‘สตรีมมิ่ง’

เจาะ ‘Disney+ Hotstar’ 5 ความใหม่แข่งศึก ‘สตรีมมิ่ง’

สรุปจุดเด่นของ "Disney+ Hotstar" ที่เป็นจุดแข็งในการทำศึก "สตรีมมิ่ง" และกำลังจะครองตลาดในอนาคต

และแล้วก็ได้เห็นหน้าตาของเว็บไซต์ และแอพพลิเคชั่นของ Disney+ Hotstar หลังจากที่ชาวไทยตั้งตารอคอยตั้งแต่มีข่าวปล่อยออกมาถึงการเตรียมเปิดบริการสตรีมมิ่งตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา 

162504572440

162504573844

เหล่าชาวไทยคอดิสนีย์ทั้งหลายล้วนตื่นเต้นกับ Disney+ Hotstar ไม่น้อย ส่งผลให้ยอดดาวน์โหลดแอพลิเคชั่นพุ่งเป็นอันดับ 1 ของหมวดเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ และติดเทรนด์ทั้งใน Google Facbook และ Twitter หากใครยังลังเลที่จะสมัคร Disney+ Hotstar  กรุงเทพธุรกิจออนไลน์สรุป 5 ความใหม่ที่เกิดขึ้นใน Disney+ Hotsta เพื่อแข่งศึกสตรีมมิ่งในไทยโดยเฉพาะ

  • หนังเยอะ และหลากหลาย

Disney+ Hotstar คือ ศูนย์กลางความบันเทิงที่ได้รวบรวมเรื่องราวจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์และซีรีส์ชื่อดังระดับฮอลลีวู้ด ภาพยนตร์ทำรายได้สูงสุด Block Buster และภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลต่างๆ จาก Disney, Marvel, Star Wars, Pixar, National Geographic รวมไปจนถึงภาพยนตร์และซีรีส์จากสตูดิโอชั้นนำจากเอเชียและไทย

แต่เดิม Disney+ เปิดบริการในบางประเทศ และมีหนัง รวมถึงรายการเฉพาะของ Disney เพียงอย่างเดียว แต่เมื่อ Disney ควบกับกิจการ Fox ที่มี Hotstar ที่เป็นบริการวิดีโอออนดีมานด์ในอินเดีย และเป็นบริษัทลูกของ Fox อยู่ในมือ ด้วยความที่ Hotstar มีโมเดลในการจัดการคอนเทนต์ที่น่าสนใจ ทำให้เกิด Disney+ Hotstar ขึ้น 

สรุปคือนอกจากจะได้ดูหนังของ Disney แล้ว ยังนำเอาคอนเทนต์ในท้องถิ่น (local) ค่ายหนังรายอื่นๆ มาฉายในสตรีมมิ่งด้วย นับรวมๆ แล้วจะมีภาพยนตร์มากกว่า 700 เรื่อง และซีรีส์กว่า 14,000

  • จับมือกับค่ายไทย ป้อนหนังไทย เพื่อคนไทย 

นอกจากจะสตรีมมิ่งหนังระดับโลกในหลายๆ ประเทศแล้ว Disney+ Hotstar ยังมีการจับมือเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัทผลิตภาพยนตร์ของไทยหลายบริษัทเช่น GDH, สหมงคลฟิล์ม, One31  และกันตนา ที่จะมีการผลิตคอนเทนต์ขึ้นใหม่เพื่อฉายทาง Disney+ Hotstar เท่านั้น 

ยกตัวอย่างที่สร้างความฮือฮาแก่ผู้คนมาแล้ว อย่าง ซีรีส์เรื่องอินจัน ชื่อ ภาษาอังกฤษ Extraordinary Siamese Story: Eng and Chang แฝดสยามชื่อดังของโลก ที่ซีรีส์มีการจัดวางโปรดักชั่นแปลกต่างจากหนังไทยที่เคยดู รวมถึงนักแสดงคุณภาพทั้งหลาย โดยเป็นการร่วมมือกันของกันตนา และ Disney+ Hotstar ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะได้เห็นซีรีส์ หรือหนังฝีมือคนไทยที่เปิดสตรีมมิ่งบน Disney+ Hotstar มากขึ้น 

162504585021

162504586778

  • พากษ์ไทยแบบเต็มอิ่ม 

เรื่องกังวลสำหรับกลุ่มคนรักการดูภาพยนตร์ คือการฟังพากษ์ไทย เพราะอรรถรสในการดูแบบเต็มอิ่ม ซึ่ง Disney+ Hotstar เมื่อมาเปิดให้บริการในประเทศไทย คอนเทนต์ส่วนใหญ่จะมีให้ทั้งซับไตเติ้ลภาษาไทย และเสียงพากย์ไทย โดยภาพยนตร์ระดับบล็อกบัสเตอร์ จะมีรองรับเสียงพากย์ไทย และภาพยนตร์และซีรีย์ภาษาอังกฤษทุกเรื่อง โดยพื้นฐานจะมีทั้งเสียงและซับไตเติ้ลอังกฤษให้ ตามข้อมูลเบื้องต้น ซีรีย์และคอนเทนต์ของดิสนีย์ ก็จะมีทำซับไตเติลไทยเอาไว้ให้ รวมถึงบางเรื่องก็มีพากย์ไทยให้ด้วย

  • Disney Original ซีรี่ย์ใหม่ๆ ของ Disney+ มีพากย์ไทย และซับไตเติ้ล
  • หน้าดิสนีย์ทุกเรื่อง มีซับไตเติ้ล และพากย์ไทยชุดเดียวกับที่ฉายในโรงภาพยนตร์
  • ซีรี่ย์การ์ตูนดิสนีย์ ก็มีพากย์ไทยเช่นกัน เป็นเสียงเดียวกับที่ฉายทาง Disney Club
  • สารคดีของ National Geographic จะมีซับไตเติ้ลอย่างเดียว ไม่มีพากย์
  • ซีรีย์ของ FOX ส่วนใหญ่จะไม่มีพากย์ไทย
  • ภาพยนตร์ของ FOX ส่วนใหญ่จะมีพากย์ไทย
  • ภาพยนตร์เกาหลี, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น ของสหมงคลฟิล์ม มีพากย์ไทยโดยทีมพันธมิตร

  • ราคาถูกแซงเจ้าเก่า 

Disney+ Hotstar เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมเคาะราคาแพ็คเกจในไทย 799 บาทต่อปีหรือคิดเป็นประมาณ 66 บาทต่อเดือน และงานนี้ มี AIS เป็นพันธมิตรในการทำตลาด จึงมีราคาโปรโมชั่นพิเศษปล่อยออกมาให้คอหนังชาวไทยด้วย เฉลี่ยเดือนละ 35 บาท

นำแพ็คเกจจากสตรีมมิ่งเจ้าอื่นๆ มาให้เทียบราคา จะพบว่า "เน็ตฟลิกซ์ (Netflix)" ราคาค่าสมาชิกมีให้เลือกหลายแพ็คเกจ ได้แก่ แพ็คมือถือ 99 บาท/เดือน, แพ็คพื้นฐาน 279 บาท/เดือน, แพ็คมาตรฐาน 349 บาท/เดือน, แพ็คพรีเมียม 419 บาท/เดือน ในการสมัครใช้งาน 1 บัญชีสามารถแชร์คนดูได้ 4 คน และได้สิทธิดูฟรี 30 วันด้วย

"HBO Go" แอพฯ streaming และ on-demand ราคาค่าสมัครสมาชิกอยู่ที่ 149 บาท/เดือน มีให้ทดลองใช้ฟรี 7 วัน โดยการสมัคร 1 บัญชี สามารถแชร์ไปอุปกรณ์อื่นได้สูงสุดถึง 5 เครื่อง และดูพร้อมๆ กันได้ 2 เครื่อง แถมยังชมผ่านเว็บไซต์ hbogo.co.th ได้ด้วย

"วิว (Viu)" มีทั้งราคาโปรโมชั่น 79 บาทต่อเดือน ราคาหลักร้อยบาทต่อเดือน ขึ้นกอยู่กับแพ็คเกจว่าเป็นแบบใด เพราะบางแพลตฟอร์มให้ดูคอนเทนท์ฟรี แลกกับการสมัครสมาชิก และการรับชมโฆษณาคั่น

"Youtube Premium" ราคาค่าสมาชิกยูทูปพรีเมียมอยู่ที่ 159 บาท/เดือน สามารถชมคอนเทนท์วิดีโอต่างๆ ได้โดยไม่มีโฆษราคั่น และยังเล่นได้ต่อเนื่องขณะเปิดใช้งานแอพฯ อื่นไปด้วยได้

  • ฟีเจอร์เด็ดของDisney+ Hotstar

สมาชิกที่สมัครใช้งาน จะรับชมความบันเทิงระดับโลกจาก Disney+ Hotstar ผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีโฆษณาคั่น และเราขอสรุปฟีเจอร์เด็ดๆ มาให้รู้กัน ดังนี้

  • รับชมบนโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หรือทีวี ได้พร้อมกัน 2 เครื่อง (*ต้องใช้อุปกรณ์ที่รองรับ)
  • สตรีมได้ 2 เครื่องพร้อมกันต่อ 1 บัญชี
  • สามารถดาวน์โหลดมาเก็บไว้ในมือถือหรือแท็บเล็ตได้ (*ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข)
  • เต็มอิ่มกับความบันเทิงได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีโฆษณาคั่น
  • เลือกความคมชัดได้ สูงสุดระดับ 4K
  • สามารถรับชม Disney+ Originals ได้ที่นี่ที่เดียว

ที่มา hotstar.com/th