วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

กรมวิทย์ฯ แนะใช้ 'เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่แบบพกพา' ป้องกันรังสี

กรมวิทย์ฯ แนะใช้ 'เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่แบบพกพา' ป้องกันรังสี

กรมวิทย์ฯ แนะแนวทางปฏิบัติการใช้งาน 'เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่แบบพกพา' เพื่อความปลอดภัยด้าน 'รังสี' ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ออกพื้นที่ภาคสนาม หรือใน 'รพ.สนาม' และต้องมีมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างรัดกุม

วันนี้ (29 มิ.ย.64) นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ระบาดของโรค'โควิด 19' ในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดบริการรักษาพยาบาลนอกโรงพยาบาล เช่น จัดตั้งโรงพยาบาลภาคสนาม ทำให้ความต้องการใช้ 'เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่แบบพกพา' ประกอบการดำเนินการเพิ่มมากขึ้น

'กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์' โดย สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลมาตรฐานของเครื่องเอกซเรย์ 'เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่แบบพกพา' ที่นำมาใช้วินิจฉัยผู้ป่วยนั้น ต้องคำนึงถึงลำรังสีและระยะโฟกัสถึงผิวผู้ป่วย จะมีผลกับคุณภาพของภาพถ่ายทางรังสี ซึ่งเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่แบบพกพาอาจจะมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถกำหนดขอบเขตอวัยวะที่ต้องการถ่ายภาพรังสีและขนาดลำรังสีได้

162494012168

  • 'เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่แบบพกพา' ป้องกัน 'รังสี'

นอกจากนั้น การเคลื่อนไหวจากการถ่ายภาพของเจ้าหน้าที่ อาจส่งผลให้ภาพถ่ายทางรังสีไม่ชัดเจน เกิดการถ่ายภาพซ้ำ ทำให้ส่วนอื่นของร่างกายอาจได้รับ'รังสี' หรือปริมาณ'รังสี' ที่ผู้ป่วยได้รับเกินความจำเป็น รวมถึงผู้ปฏิบัติงานและบุคคลอื่นที่อยู่ในระยะใกล้ ขณะที่ทำการฉายรังสีให้กับผู้ป่วย ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายได้เช่นกัน และไม่เป็นไปตามหลักการป้องการอันตรายจาก'รังสี' (ALARA “As low as reasonably achievable”) ที่ว่าด้วยเรื่องการได้รับปริมาณรังสีน้อยที่สุดอย่างสมเหตุสมผล กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้จัดทำและเผยแพร่มาตรฐานคุณภาพเครื่องเอกซเรย์วินิจฉัยทางการแพทย์ ปี พ.ศ.2562 เพื่อใช้เป็นแนวทางกำกับดูแลมาตรฐานเครื่องเอกซเรย์

นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้'เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่แบบพกพา' ควรดำเนินการเฉพาะสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ออกพื้นที่ภาคสนาม หรือในโรงพยาบาลสนามที่เครื่องเอกซเรย์ที่มีอยู่ในสถานพยาบาลไม่สามารถนำออกไปใช้ได้ และต้องมีมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างรัดกุม พิจารณาอย่างรอบคอบในเรื่องระยะจากหลอดเอกซเรย์ถึงผิว เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานและบุคคลอื่นที่อยู่โดยรอบ ในการปฏิบัติการต้องมีขาตั้งตัวเครื่อง สวิตซ์ควบคุมเครื่องเอกซเรย์ระยะไกล (remote control) มีอุปกรณ์ป้องกัน การสะท้อนของรังสี ควรใช้เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่แบบพกพาในห้องที่สามารถป้องกันรังสีได้ เพื่อความปลอดภัยแก่ บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการฉายรังสี

162494011254_1


วิธีการปฏิบัติในกรณีติดตั้ง 'เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่แบบพกพา' เพื่อใช้งานในโรงพยาบาลสนาม


1.ต้องมีและใช้อุปกรณ์และวิธีการป้องกันอันตรายจาก 'รังสี' ตามมาตรฐานคุณภาพเครื่องเอกซเรย์วินิจฉัย ทางการแพทย์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปี พ.ศ.2562 กล่าวคือ ใช้เวลาในการปฏิบัติงานให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น อยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดรังสีให้มากที่สุดเท่าที่สามารถปฏิบัติงานได้ และให้มีอุปกรณ์ป้องกัน'รังสี'

2.ขณะปฏิบัติงานเจ้าหน้าต้องสวมเสื้อกำบังรังสี ปลอกคอกำบังรังสีหรือแผ่นกำบังอวัยวะสืบพันธุ์ โดยวัสดุกำบังรังสีอาจทำด้วยตะกั่วหรือวัสดุเทียบเท่ากับตะกั่วที่มีความหนาอย่างน้อย 0.25 มิลลิเมตร

162494011254

3.บริเวณที่ดำเนินการด้านรังสีต้องสามารถป้องกันรังสีกระเจิง โดยต้องมีผนังหรือฉากที่สามารถเพียงพอ ที่จะป้องกันรังสีรั่วบริเวณพื้นที่ควบคุมได้ไม่เกิน 100 ไมโครซีเวิร์ตต่อสัปดาห์ และบริเวณไม่ควบคุมต้องไม่เกิน 20 ไมโครซีเวิร์ตต่อสัปดาห์

4.ผู้ปฏิบัติให้อยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดรังสีไม่ต่ำกว่า 3 เมตร โดยที่เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ในภาคสนาม ต้องมีสายควบคุมการเอกซเรย์ หรือรีโมท เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ปฏิบัติอยู่ใกล้แหล่งกำเนิดรังสี


5.ในกรณีที่จำเป็นต้องเอกซเรย์สตรีตั้งครรภ์ต้องมีการป้องกันรังสีบริเวณท้องให้ได้รับรังสีน้อยที่สุด


6.เครื่องเอกซเรย์ต้องได้รับการตรวจสอบคุณภาพเครื่องและความปลอดภัย ตามคู่มือมาตรฐานคุณภาพเครื่องเอกซเรย์วินิจฉัยทางการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปี พ.ศ.2562