"ไพบูลย์" เผย ชงแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ได้เอื้อ ส.ส. แปรบัญญัตติ เอางบลงพื้นที่ตัวเอง ชี้ ใครทำส่งเรื่องให้ศาลวินิจฉัยได้ ป.ป.ช. มีกระบวนการเอาผิดตาม ม.157 สวน ส.ว. ที่วิจารณ์ อย่าบิดเบือน
ที่พรรคพลังประชารัฐ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึง การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ซึ่งส.ว.ส่วนหนึ่งและองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นไทย คัดค้านการเสนอแก้มาตรา 144 และ 185 ว่าในชั้นกรรมาธิการศึกษาการแก้รัฐธรรมนูญมีการพูดถึงให้แก้มาตรา 144 ให้กลับไปใช้รัฐธรรมนูญปี 2550 จึงได้เสนอแก้ตามที่หารือกัน และชี้ว่ามีการบิดเบือนว่าร่างดังกล่าวให้ ส.ส.-ส.ว. แปรญัตติงบประมาณได้ แต่รัฐธรรมนูญปี 2550 กำหนดห้าม ส.ส.-ส.ว. -กรรมาธิการฯ แปรญัตติงบประมาณอยู่แล้ว ซึ่งหากมีใครแปรญัตติ ให้ส่งเรื่องร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อชี้ขาดภายใน 7 วันนับแต่รับเรื่อง หากศาลวินิจฉัยว่ากระทำฝ่าฝืนกฎหมาย ให้การแปรญัตติดังกล่าวเป็นอันสิ้นผลไป และกระบวนการเอาผิด ป.ป.ช.สามารถเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ได้ ยืนยันไม่ได้แก้ไขเพื่อให้ ส.ส.ไปแปรญัตติงบเข้าพื้นที่ตัวเองได้
นายไพบูลย์ กล่าวถึงการตัดบทกำหนดโทษออก ว่าไม่มีการพิจารณากฎหมายใดไปกำหนดโทษ เพราะเป็นรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่กฎหมายอาญา ซึ่งมี กฎหมายของป.ป.ช.อยู่แล้ว และเห็นว่าเป็นสิทธิ์ของ ส.ว.ที่จะวิพากษ์วิจารณ์ไม่เห็นด้วย หากจะรับหลักการร่างฯไปก็สามารถแก้ในชั้นแปรญัตติได้ พร้อมขอร้องว่าหากจะพูดอะไรขอให้คำนึงถึงความถูกต้องอย่าบิดเบือน และไม่กังวลว่า จากข้อทักท้วงดังกล่าวนั้น จะส่งผลให้ร่างรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐไม่ผ่านในวาระรับหลักการ เพราะเชื่อในดุลพินิจของ ส.ว.ในการศึกษาเนื้อหาของร่างกฎหมาย พร้อมให้ข้อสังเกตว่า ส.ว.ที่ทักท้วงเป็นกลุ่มที่เห็นด้วยกับยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และมั่นใจการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่มีละครปาหี่การเมือง ยืนยันพรรคประชารัฐมีความจริงใจอย่างตรงไปตรงมารวมทั้งครั้งที่ผ่านมาก็มีความจริงใจที่จะแก้ มาตรา 256 และตั้ง ส.ส.ร. แต่มีคำทักท้วงและยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ
อย่างไรก็ตาม นายไพบูลย์ เปิดเผยว่า หากรัฐสภารับหลักการร่างแก้รัฐธรรมนูญ จะมีการตั้งกรรมาธิการพิจารณา 45 คน โดยมี ส.ว. 15 คน ส.ส. 30 คน


