วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

นายกฯ เดินหน้าเปิดประเทศเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลังอันดับขีดความสามารถแข่งขันไทยขยับขึ้น

นายกฯ เดินหน้าเปิดประเทศเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลังอันดับขีดความสามารถแข่งขันไทยขยับขึ้น

'พล.อ.ประยุทธ์' พอใจรายงานผลการอันดับขีดความสามารถแข่งขันไทย ของ สถาบัน IMD สวิตเซอร์แลนด์ ประจาปี 2564 ขยับดีขึ้น

19 มิ.ย. 2564 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้รับทราบรายงานผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดย World Competitiveness Center ของ International Institute for Management Development หรือ สถาบัน IMD สวิตเซอร์แลนด์ ประจาปี 2564 ซึ่งประเทศไทยมีอันดับดีขึ้น 1 อันดับ มาอยู่ในลำดับที่ 28 จากทั้งหมด 64 เขตเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีพอใจกับความสามารถการแข่งขันของประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นดังกล่าว แม้คะแนนเฉลี่ยสุทธิในปีนี้จะลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 72.52  แต่ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับเขตเศรษฐกิจทั่วโลกที่คะแนนสุทธิปรับตัวลดลง จากผลกระทบสำคัญเดียวกันคือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่กระทบทุกภาคเศรษฐกิจทั้งการบริโภค การลงทุนในประเทศ การค้าระหว่างประเทศ และการท่องเที่ยว

นายกรัฐมนตรีพอใจที่อันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศปรับตัวดีขึ้น แต่หากพิจารณาในรายละเอียดขององค์ประกอบการจัดอันดับจะเห็นว่ามีทั้งปัจจัยที่ปรับตัวดีขึ้น และที่ปรับตัวลดลงโดยเฉพาะในส่วนของสมรรถนะทางเศรษฐกิจที่ปรับตัวลดลงภาคการท่องเที่ยวจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นายกรัฐมนตรีจึงเน้นย้ำที่จะเร่งฟื้นฟูในส่วนนี้โดยการตั้งเป้าหมายเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวภายใน 120 วัน โดยมีภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เป็นต้นแบบและขยายผลสู่พื้นที่ท่องเที่ยวหลักอื่นๆ และทั่วประเทศต่อไป โดยมีเป้าหมายสำคัญคือให้ประชาชนกลับมาทำมาหากินได้เป็นปกติ” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

รองโฆษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่านอกจากการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจในทุกระดับ ควบคู่ไปกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19ในเชิงรุก เร่งกระจายวัคซีนสู่ประชาชนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในระยะสั้นแล้ว รัฐบาลจะยังคงเดินหน้าต่อเนื่องในส่วนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง การพัฒนาการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ การบังคับใช้กฎหมาย การลดความเหลื่อมล้ำทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม