background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'ไพบูลย์' ค้าน 'ป.ป.ช.' ชี้มูล 'ส.ส.เสียบบัตรแทน' เหตุ อำนวยความยุติธรรมไม่เต็มที่

'ไพบูลย์' ค้าน 'ป.ป.ช.' ชี้มูล 'ส.ส.เสียบบัตรแทน' เหตุ อำนวยความยุติธรรมไม่เต็มที่

รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ชี้ทางรอด "ลูกพรรค" หลัง ป.ป.ช. เสนอ อัยการยื่นฟ้องอาญา คดีเสียบบัตรแทน ต้องมีหลักฐาน ให้ใครออกเสียงแทน-ใครเป็นผู้กดคะแนนแทน ระหว่างไม่อยู่ในห้องประชุม

        นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยต่อกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด น.ส.ธนิกานต์ พรพงษาโรจน์ ในความผิดตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และเตรียมส่งฟ้องคดีอาญา รวมถึงดำเนินส่งศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีผิดจริยธรรม ส.ส. เนื่องจากเป็นฐานมูลฟ้องเดียวกันทั้ง 2 คดี ทั้งที่ตามกฎหมายไม่ควรใช้ข้อมูลหรือฐานรายละเอียดเดียวกัน เพราะจะขัดต่อหลักนิติธรรม ที่ถือว่าผู้ที่ฟ้องคดีอาญาเมื่อยังไม่ถูกตัดสิน ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ขณะที่การฟ้องผิดจริยธรรมนั้น ตนมองว่า ป.ป.ช. ไม่ควรชี้ขาดด้วยตนเอง แต่ควรส่งให้หน่วยงานต้นสังกัด คือ สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบขั้นต้น ก่อนจะนำรายละเอียดของการตรวจสอบของหน่วยงาน ประกอบการพิจารณา และตัดสินของ ป.ป.ช. อย่างไรก็ดีในประเด็นที่ตนไม่เห็นด้วยนั้นเบื้องต้นจะขอพิจารณาอีกครั้งว่าจะแก้ไขอย่างไรได้บ้าง แต่ขั้นต้นต้องการฟ้องต่อสังคมให้ร่วมตรวจสอบด้วย

 
        นายไพบูลย์ กล่าวด้วยว่า แม้รัฐธรรมนูญและกฎหมายให้อำนาจ ป.ป.ช.ตรวจสอบจริยธรรม ส.ส. แต่ต้องอำนวยความยุติธรรมกับผู้ถูกร้องด้วย รวมถึงต้องให้หน่วยงานต้นสังกัดเป็นผู้ตรวจสอบก่อน ทั้งนี้ในคดีของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่อยู่ระหว่างหยุดปฏิบัติหน้าที่เพราะศาลฏีการับคดีสอบจริยธรรมไว้พิจารณา ซึ่ง ป.ป.ช. ฟ้องคดีอาญา และขณะนี้กระบวนการยุติธรรมอยู่กระบวนการพิจารณาและต่อสู้คดี แต่ศาลฎีการับเรื่องไว้ตรวจสอบเช่นกัน หากกรณีที่ศาลฎีกาตัดสินอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจมีผลต่อการตรวจสอบคดีอาญา ที่ตามหลักนิติธรรมต้องต่อสู้กันในชั้นอุทธรณ์ และฎีกาอีก
 
         นายไพบูลย์ กล่าวด้วยว่าสำหรับการส่งอัยการให้ดำเนินการสั่งฟ้องคดีอาญาต่อศาลนั้น ตนมองว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอจะดำเนินการได้ เนื่องจากไม่มีหลักฐานหรือพยานที่ชี้ให้เห็นว่า น.ส.ธนิกานต์ เป็นผู้มอบหมายบุคคลให้ออกเสียงลงคะแนนแทน อีกทั้งมีข้อมูลเพียงระหว่างการลงคะแนน น.ส.ธนิกานต์ ร่วมเวทีเสวนาภายนอก แต่กลับพบการออกเสียงลงคะแนนของน.ส.ธนิกานต์เท่านั้นดังนั้นหากจะดำเนินคดีได้ ต้องหาหลักฐานให้ได้ว่า บุคคลใดลงคะแนนแทน หรือ น.ส.ธนิกานต์มอบหมายให้ใครลงคะแนนแทน.