วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2569

Login
Login

สธ. แนะฤดูฝน ระวัง 'ไข้เลือดออก' เร่งกำจัด 'แหล่งเพาะพันธุ์ยุง'

สธ. แนะฤดูฝน ระวัง 'ไข้เลือดออก' เร่งกำจัด 'แหล่งเพาะพันธุ์ยุง'

กระทรวงสาธารณสุข ย้ำช่วง 'ฤดูฝน' แพทย์ พยาบาล รักษาผู้ป่วยมีไข้ให้คิดถึง 'ไข้เลือดออก' ด้วย พร้อมให้ อสม. ชวนประชาชนกำจัด 'แหล่งเพาะพันธุ์ยุง' ป้องกัน 3 โรค 'ไข้เลือดออก' 'โรคติดเชื้อไวรัสซิกา' และ 'โรคชิคุนกุนยา'

วันนี้ (5 มิ.ย. 64) นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์ 'ไข้เลือดออก' ในปีนี้ (1 มกราคม-2 มิถุนายน 2564) พบผู้ป่วยแล้ว 3,366 ราย มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุ 5–14 ปี และเด็กเล็ก แม้ว่าจำนวนผู้ป่วยจะน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปี 2563 ถึงร้อยละ 81 แต่ยังไม่สามารถนิ่งนอนใจได้

หากพบผู้ป่วยมีไข้มารับการรักษาที่โรงพยาบาลให้คำนึงถึงโรค 'ไข้เลือดออก' ด้วย และให้สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดการขยะ กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในชุมชน รวมทั้งให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ชวนประชาชนดูแลภายในบ้าน ไม่ให้มี 'แหล่งเพาะพันธุ์ยุง' ตามหลัก 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ โรค 'ไข้เลือดออก' 'โรคติดเชื้อไวรัสซิกา' และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือ 'โรคชิคุนกุนยา'

“ในช่วงนี้ เด็กเล็ก เด็กนักเรียนยังไม่เปิดเทอม ขอให้ผู้ปกครองดูแลไม่ให้ยุงกัด สวมใส่เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว นอนในมุ้ง หากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หน้าแดง มีผื่น มีรอยจ้ำเลือดหรือจุดเลือดออกตามลำตัว แขน ขา เบื่ออาหาร จุกแน่นลิ้นปี่ หรือสงสัยว่าป่วยด้วยโรค 'ไข้เลือดออก' ให้ไปพบแพทย์โดยเร็ว ขอย้ำว่า อย่าซื้อยาแก้ปวดลดไข้กลุ่มเอ็นเสด (NSAIDS : Nonsteroidal anti-inflammatory drug) เช่น แอสไพริน ไอบรูเฟน มากินเอง เพราะหากเป็น 'ไข้เลือดออก' จะทำให้เกิดอาการเลือดออกมากขึ้น” นายแพทย์เกียรติภูมิกล่าว

 

  • อาการ 'ไข้เลือดออก'

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ป่วย 'ไข้เลือดออก' จะมีอาการไข้สูงลอย อุณหภูมิ 38.5 – 40.0 องศาเซลเซียส ติดต่อกัน 2 - 7 วัน อาการทั่วไปคล้ายเป็นหวัด แต่ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก หน้าแดง ปวดศีรษะ บางรายอาจมีปวดท้อง อาเจียนมีจุดแดงเล็กตามแขน ขา ลําตัว หากมีอาการไข้สูง 2 วัน อาการไม่ดีขึ้น อ่อนเพลีย ซึมลง ปัสสาวะสีเข้ม หรือหลังจากไข้ลดแล้วแต่อาการแย่ลง ซึมกว่าเดิม เบื่ออาหาร เลือดกําเดาไหล อาเจียนเป็นเลือด และอุจจาระเป็นสีดํา หมดสติ ให้รีบนําส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงทีเพื่อลดการเสียชีวิต

สำหรับการดูแลผู้ป่วยที่แพทย์ให้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน ควรดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำเกลือแร่บ่อยๆ เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำธรรมดา รับประทานอาหารอ่อนและกินยาตามแพทย์สั่ง โดยทั่วไปผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจนภายใน 2-3 วัน

ทั้งนี้ หลัก 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ เก็บบ้านให้สะอาด ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน เก็บภาชนะไม่ให้เป็น 'แหล่งเพาะพันธุ์ยุง' และเก็บน้ำ ปิดฝาภาชนะที่ใส่น้ำให้มิดชิด เปลี่ยนน้ำในกระถางหรือแจกันทุกสัปดาห์ ป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ จะสามารถป้องกันการแพร่ระบาดของโรค 'ไข้เลือดออก' 'โรคติดเชื้อไวรัสซิกา' และ โรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือ 'โรคชิคุนกุนยา' สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422