พาณิชย์จับมือผู้ส่งออกข้าวไทยถกผู้นำเข้าฟิลิปปินส์ ดันส่งออกข้าวฟิลิปปินส์ช่วงครึ่งปีหลัง 

พาณิชย์จับมือผู้ส่งออกข้าวไทยถกผู้นำเข้าฟิลิปปินส์ ดันส่งออกข้าวฟิลิปปินส์ช่วงครึ่งปีหลัง 

กรมการค้าต่างประเทศร่วมกับผู้ส่งออก หารือผู้นำเข้าข้าวฟิลิปปินส์  เพิ่มโอกาสส่งออกข้าวไทย หลังฟิลิปปินส์เปิดเสรีนำเข้าข้าว  เผยผู้นำเข้าสนใจนำเข้าข้าวไทยแต่ติงราคาสูงกว่าประเทศอื่น แนะเร่งประชาสัมพันธุ์กระตุ้นผู้บริโภคเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา กรมการค้าต่างประเทศได้ประชุมร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยและผู้นำเข้าข้าวฟิลิปปินส์ผ่านระบบ Video Conference โดยการหารือในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ไทยมีโอกาสได้พบปะกับผู้นำเข้าฟิลิปปินส์หลังจากที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ยกเลิกนโยบายการจำกัดการนำเข้าข้าวเชิงปริมาณและอนุญาตให้ผู้นำเข้าเอกชนสามารถนำเข้าข้าวได้อย่างเสรี โดยภายหลังการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้ฟิลิปปินส์กลายเป็นประเทศผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลกในปี 2562 ด้วยปริมาณการนำเข้าข้าวสูงถึง 2.77 ล้านตัน และมีแนวโน้มว่าฟิลิปปินส์จะมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมค้าข้าวโลกต่อไปอีกในช่วง 2-3 ปีนี้ ทั้งนี้ มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมประชุมหารือในครั้งนี้กว่า 22 ราย ประกอบด้วย ผู้นำเข้า ผู้ประกอบการห้างค้าปลีกและตัวแทน ผู้กระจายสินค้า

ในการประชุมครั้งนี้ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยรายงานสถานการณ์การผลิตข้าวไทยให้ผู้นำเข้าฟิลิปปินส์ทราบว่า ในปีนี้ไทยจะมีผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีปริมาณน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูกข้าว ซึ่งจะส่งผลให้ราคาข้าวไทยลดลงในระดับที่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้มากขึ้น นอกจากนี้ ไทยยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาข้าวขาวพื้นนิ่มพันธุ์ กข 79 และ กข 87 ซึ่งคาดว่าจะสามารถออกสู่ตลาดได้ภายในระยะเวลา 1–2 ปี

162140061237             

นายกีรติ กล่าวว่า  ผู้นำเข้าฟิลิปปินส์ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ข้าวในประเทศว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายการนำเข้าข้าว ส่งผลให้ตลาดข้าวในฟิลิปปินส์มีการแข่งขันกันมากขึ้น อย่างไรก็ดี ราคาข้าวถือเป็นปัจจัยหลัก ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ ซึ่งข้าวไทยมีราคาสูงกว่าข้าวจากประเทศอื่น เช่น อินเดียและเวียดนาม นอกจากนี้ กลุ่มผู้นำเข้าได้ให้ข้อมูลว่าปัจจุบันผู้บริโภคข้าวฟิลิปปินส์ มีความนิยมการบริโภคข้าวขาวพื้นนุ่มที่มีราคาไม่แพง โดยเฉพาะข้าวใหม่ที่มีอายุน้อยกว่า 6 เดือน เนื่องจากจะมีรสชาติอร่อยและนุ่มกว่าข้าวเก่า ทั้งนี้ ผู้บริโภคฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่เห็นว่าข้าวไทยเป็นข้าวคุณภาพที่มีรสชาติดี แต่มีราคาสูงเมื่อเทียบกับข้าวจากแหล่งอื่น


ทั้งนี้กลุ่มผู้นำเข้าได้เสนอให้จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการขายข้าวไทยในฟิลิปปินส์ เช่น การจัดกิจกรรม Instore – Promotion ในห้างสรรพสินค้าหรือห้างค้าปลีก โดยในช่วงแรกเสนอให้มีการลดราคาข้าวไทยเพื่อให้ผู้บริโภคฟิลิปปินส์ได้ลองชิมรสชาติข้าวไทย เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้สูงขึ้นต่อไป โดยผู้นำเข้าฟิลิปปินส์มีความยินดีที่จะร่วมมือกับรัฐบาลไทยและสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยในการจัดกิจกรรมดังกล่าว โดยทางสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา ในฐานะเซลล์แมน ประเทศมีแผนจัดกิจกรรมเพื่อสร้างการได้รับรู้และความต้องการข้าวไทยในกลุ่มผู้บริโภคฟิลิปปินส์ โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินกิจกรรมดังกล่าวได้ในช่วงไตรมาสที่ 3–4 หลังจากที่สถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น

    162140062983      

นายกีรติ กล่าวว่า การหารือกับผู้นำเข้าฟิลิปปินส์ผ่านระบบ Video Conference ดังกล่าว เป็นการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ข้าวไทยปี 2563 – 2567 ภายใต้หลักการ “ตลาดนำการผลิต” ซึ่งเป็นนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  โดยเน้นการพัฒนาข้าวไทยให้ตรงกับความต้องการของตลาดและปรับบทบาทของทูตพาณิชย์ในฐานะเซลล์แมนประเทศให้ทำงานเชิงรุกและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้มากขึ้น ทั้งนี้ ในระยะต่อไปกรมฯ มีแผนหารือกับบังกลาเทศ ญี่ปุ่นอินโดนีเซีย และมาเลเซีย เพื่อผลักดันและส่งเสริมให้ข้าวไทยมีส่วนแบ่งในตลาดเป้าหมายเพิ่มขึ้นต่อไป