สำหรับ เมื่อปีที่ผ่านมา ประเทศสิงคโปร์ พบว่า มีแรงงานต่างชาติติดเชื้อไปมากกว่าแสนราย หรือคิดเป็น 47% ของแรงงานต่างชาติทั้งหมด ในช่วงที่มีการระบาดสูงสุดในเดือน เม.ย. 63 มีการติดเชื้อในหมู่แรงงานต่างชาติในสิงคโปร์มากกว่า 1,000 คนต่อวัน การต่อสู้กับการระบาดยาวนานถึง 4 เดือน ซึ่งหากมองสัดส่วนการติดเชื้อของแรงงานข้ามชาติในสิงคโปร์แล้ว เรียกว่ามีสัดส่วนมากถึง 90% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมดในสิงคโปร์ นำมาสู่การล็อคดาวน์แรงงาน เพื่อลดการระบาด 

ทั้งนี้ "สิงคโปร์โมเดล" โดยสรุปพบว่ามี 3 แนวทางหลัก ได้แก่ 


1.เก็บข้อมูลแรงงานข้ามชาติอย่างเป็นระบบ เพื่อประโยชน์ในการติดตามตัว


2.สำรวจพฤติกรรมของแรงงานข้ามชาติ เช่น ไปที่ไหน ไปกับใคร และมีปฏิสัมพันธ์กับใครบ้าง ซึ่งข้อมูลนี้จะประโยชน์ในการติดตามและสืบสวนโรค


3.จำกัดพื้นที่การระบาด พร้อมดูแลแรงงานข้ามชาติหาสิ่งอำนวยความสะดวก และตรวจหาเชื้อเป็นประจำ

โดยทางรัฐบาลสิงคโปร์ มีการควบคุมแรงงานที่ติดเชื้อ COVID-19 ไว้ในเขตหอพัก เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายเป็นวงกว้าง และคัดแยกแรงงานที่ร่างกายแข็งแรง ออกจากหอพักไปอาศัยในจุดที่รัฐบาลจัดไว้ให้ เพื่อหยุดวงจรการแพร่ระบาด การยับยั้งการระบาดในระลอกนี้ของสิงคโปร์ สิ้นสุดเบ็ดเสร็จในเดือนธันวาคม 2563

  • จาก "สิงคโปร์โมเดล" สู่สมุทรสาคร   

กลับมาดูที่ประเทศไทยในช่วงใกล้เคียงกัน ธ.ค. 63 การระบาดระลอก 2 ของประเทศไทย ซึ่งจุดเริ่มต้นจากตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร พบการติดเชื้อ ของแรงงานต่างชาติจำนวนมาก ความพยายามในการสกัดแรงงานต่าชาติผิดกฏหมาย และจำกัดพื้นที่เพื่อป้องกันการระบาด กระทั่งมีการนำ "สิงคโปร์โมเดล" มาใช้ในกรณีการระบาดในระลอก 2 จ.สมุทรสาคร แบบง่ายๆ ตามสิงคโปร์ที่ประกาศชัยชนะแก้ปัญหาการระบาดได้ ดังนี้ 

1) คนในพื้นที่ ห้ามเดินทางออก หากป่วยมีโรงพยาบาลสนาม 100 เตียง

2) คนนอกพื้นที่ ห้ามเดินทางเข้า ยกเว้นเจ้าหน้าที่ซึ่งสวมชุดป้องกันอย่างถูกต้อง

พร้อมย้ำชาวเมียนมาที่สมุทรสาคร ไม่ต้องกลัว ยังไม่มีการดำเนินคดี ดังนั้น อย่าเพิ่งเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ กระทรวงสาธารณสุขไทยช่วยดูเเลรักษา ให้ยาเมื่อป่วย มีอาหาร น้ำ ให้ระหว่างกักตัว 14 วัน

  • ชายแดนธรรมชาติ ความท้าทายประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างระหว่างการจัดการแรงงานของไทยและสิงคโปร์ ค่อนข้างมีความท้าทายที่แตกต่างกัน เนื่องจากสิงคโปร์ แรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่เป็นแรงงานถูกต้องตามกฏหมาย แต่ในประเทศไทยนั้น กลับมีปัญหาแรงงานผิดกฏหมาย ที่มีการลักลอบเข้ามาเป็นจำนวนมาก สร้างความกังวลใจให้กับหลายฝ่ายถึงการนำเชื้อข้ามแดน แม้จะมีการเฝ้าระวัง แต่ชายแดนที่ยาวมากกว่า 5,000 กิโลเมตร จึงเป็นเรื่องที่ควบคุมได้ยาก

ข้อมูล จากกรมสนธิสัญญาและกฏหมาย กระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า เขตแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านมีความยาวประมาณ  5,656 กิโลเมตร แยกเป็น

เขตแดนไทย-กัมพูชาประมาณ 798 กิโลเมตร (ติดกับจังหวัดตราด จันทบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ของไทย)

เขตแดนไทย-ลาวประมาณ 1,810 กิโลเมตร (ติดกับจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ของไทย) 

เขตแดนไทย-เมียนมาประมาณ 2,401 กิโลเมตร (ติดกับจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง ของไทย)

เขตแดนไทย-มาเลเซียประมาณ 647 กิโลเมตร (ติดกับจังหวัดสตูล สงขลา ยะลา และนราธิวาส ของไทย)