background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

เมื่อ 'ปัญญาประดิษฐ์' จะถูกควบคุม

เมื่อ 'ปัญญาประดิษฐ์' จะถูกควบคุม

เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอร่างกฎหมาย Artificial Intelligence Act (AIA) เพื่อพิจารณาจัดทำกฎหมายของสหภาพยุโรป ในการเข้ากำกับเทคโนโลยี รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ แล้วจะทำให้ AI เปลี่ยนไปแค่ไหน?

เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2564 สหภาพยุโรปได้ขยับเข้าสู่การกำกับเทคโนโลยีสำคัญของโลกอีกครั้ง เมื่อคณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอร่างกฎหมาย Artificial Intelligence Act (AIA) เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาจัดทำกฎหมายของสหภาพยุโรป โดยเสนอให้จัดทำในรูปแบบของ Regulation ซึ่งจะทำให้กฎหมายฉบับนี้หากผ่านการพิจารณาอนุมัติจะมีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายภายในของประเทศสมาชิกทันที

ร่างกฎหมายดังกล่าวมีหลักการสำคัญหลายประการที่อาจส่งผลกระทบต่อนักพัฒนาทั่วโลก รวมถึงนักพัฒนาในประเทศไทยด้วย วันนี้ผู้เขียนจึงขอนำหลักการในร่างกฎหมายดังกล่าวมาเล่าให้ทุกท่านทราบ เพื่อการเตรียมความพร้อมสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ที่อาจกลายเป็นอุตสาหกรรมภายใต้การกำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้น

หลักการสำคัญของ AIA คือการสร้าง AI ที่เชื่อถือได้” ซึ่งสหภาพยุโรปได้พยายามสร้างและวางกรอบแนวคิดมาเป็นระยะเวลาหลายปี โดยเชื่อว่าการมีกรอบนโยบายทางกฎหมายที่ชัดเจนเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์จะทำให้มนุษย์มีความเชื่อมั่นในเครื่องจักรมากยิ่งขึ้น และการสร้างความเชื่อมั่นและน่าเชื่อถือต่อเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นสิ่งที่ต้องมีและต้องเกิดขึ้น

สหภาพยุโรปยังเชื่อมั่นด้วยว่าการกำหนดจริยธรรมของปัญญาประดิษฐ์ในครั้งนี้จะเป็นการสร้างมาตรฐานของเทคโนโลยีที่สำคัญและทำให้ยุโรปคงความสามารถในการแข่งขันต่อไปได้ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองยุโรปเป็นสำคัญ

AIA ตั้งอยู่บนหลักการกำกับดูแลที่สำคัญ ดังนี้  

1.ขอบเขตด้านดินแดนในการบังคับใช้กฎหมาย (1) AIA ใช้บังคับกับระบบ AI ที่จำหน่ายในสหภาพยุโรป ไม่ว่าผู้ให้บริการจะจัดตั้งในสหภาพยุโรปหรือไม่ หรือ (2) กรณีที่ผู้ใช้อยู่ในสภาพยุโรป หรือ (3) กรณีที่ผู้ให้บริการและผู้ใช้อยู่นอกสหภาพยุโรป แต่มีผลกระทบจากการใช้เกิดขึ้นในสหภาพยุโรป

หลักการดังกล่าวเป็นการบังคับใช้กฎหมายนอกเขตแดนแห่งรัฐ ดังนั้น ในกรณีผู้ประกอบการหรือนักพัฒนาของไทย หากเข้าเงื่อนไขข้างต้น แม้จะเป็นผู้ส่งออกเทคโนโลยีก็ตาม ก็อาจต้องปฏิบัติตาม AIA ด้วย

2.ขอบเขตเชิงเนื้อหาที่กฎหมายใช้บังคับ ที่สำคัญมีดังนี้ (1) กำหนดหลักเกณฑ์ในการจำหน่ายหรือการให้บริการระบบ AI ในสหภาพยุโรป (2) ห้ามการใช้ระบบ AI จำพวกที่มีความเสี่ยงที่ไม่สามารถยอมรับ (3) กำหนดหลักเกณฑ์ในการสร้างความโปร่งใสของระบบ AI ที่จะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ (4) สร้างกฎในการจัดจำหน่ายและการติดตามภายหลังการจำหน่ายไปแล้วโดยหน่วยงานที่มีอำนาจ

3.การจำแนกประเภทของระบบ AI AIA เป็นร่างกฎหมายอีกฉบับที่นำระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงมาใช้บังคับ โดยจำแนกระดับความเสี่ยงไว้ในตารางแนบท้ายสำหรับการใช้ระบบ AI แต่ละประเภทซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม

AIA จำแนกระบบ AI เป็น 4 จำพวก กล่าวคือ

(1) จำพวกที่มีความเสี่ยงที่ไม่สามารถยอมรับได้ อาทิ ระบบ AI ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อคุณค่าของบุคคลหรือละเมิดต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองยุโรป

- จำพวกความเสี่ยงสูง ซึ่งอนุญาตให้จำหน่ายได้แต่ต้องอยู่ภายใต้กระบวนการกำกับที่เข้มงวด ต้องมีการจัดทำการประเมินความเสี่ยงและการจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ การจัดการด้านธรรมาภิบาลของข้อมูล การบันทึกข้อมูลเพื่อการตรวจสอบ รวมทั้งต้องมีการขออนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลด้วย ตัวอย่างเช่น ระบบ AI ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น ระบบขนส่งสาธารณะ

ระบบ AI ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาและโอกาสเข้าถึงการศึกษา, ความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์ เช่น ในระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด, การให้บริการที่สำคัญโดยเอกชนและการจัดทำบริการสาธารณะ เช่น การจัดลำดับความน่าเชื่อถือด้านการเงินที่ส่งผลต่อการเข้าถึงสินเชื่อของบุคคล, การบังคับใช้กฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล, การจัดการคนเข้าเมือง ผู้อพยพ และการผ่านแดน เช่น การใช้เพื่อการยืนยันเอกสารการเดินทาง และระบบ AI ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารกระบวนการยุติธรรม เช่น การใช้เพื่อการวิเคราะห์ข้อเท็จจริงที่มีความซับซ้อน

(2) ความเสี่ยงจำกัด เช่นพวกแชตบอต และ (3) ความเสี่ยงต่ำ เช่น เกมที่ใช้ระบบ AI

4.ข้อห้ามในการใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการระบุตัวตน โดยหลักการ AIA กำหนดไม่ให้ใช้ระบบการสอดส่องหรือการเฝ้าระวังบุคคลโดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพในพื้นที่สาธารณะโดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากถือว่าเป็นการกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง อาทิ การใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าเพื่อระบุตัวบุคคลในสถานที่สาธารณะ เป็นต้น

5.กำหนดให้จัดตั้ง European Artificial Intelligence Board เพื่อทำหน้าที่ในการกำหนดทิศทางและสร้างความร่วมมือกันในการบังคับใช้กฎหมายระหว่างรัฐสมาชิก

6.บทกำหนดโทษ คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอกรอบอัตราโทษปรับทางปกครองไว้ 3 ระดับความผิด ตามลักษณะความร้ายแรง ดังนี้ (1) อัตรา 30 ล้านยูโร หรือร้อยละ 6 ของยอดจำหน่าย (2) อัตรา 20 ล้านยูโร หรือร้อยละ 4 ของยอดจำหน่าย และ (3) อัตรา 10 ล้านยูโร หรือร้อยละ 2 ของยอดจำหน่าย

7.กำหนดการบังคับใช้ AIA กำหนดให้กฎหมายมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 2 ปีนับแต่วันที่กฎหมายใช้บังคับ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องมีระยะเวลาดำเนินการต่างๆ ให้เป็นไปตามกฎหมาย

ที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นคือหลักการบางส่วนของร่างกฎหมาย AIA ที่อาจจะมีผลใช้บังคับในอีกราวๆ 3 ปีข้างหน้า ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านการอนุมัติของรัฐสภายุโรป