เดือดร้อน ชาวศรีสะเกษ โดนหลอกเอาที่ดินไปขาย ทั้งหมู่บ้านกว่า 300 ไร่ ร้องสำนักนายกฯก็ไม่มีใครช่วย
จากกรณีที่ครอบครัวพันธมาศ โดนคนในหมู่บ้านสวาย อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ หลอกเอาโฉนดไปโอนกรรมสิทธิ์ ก่อนขายให้กับนายทุน ทำชาวบ้านเดือนร้อนทั้งหมู่บ้าน วันนี้ชาวบ้านรวมตัวให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวกว่า 20 ราย รวมพื้นที่ กว่า 309 ไร่
วันที่ 14 พฤษภาคม 2564 ที่ หมู่บ้านสวาย หมู่ที่ 1 ตำบลสวาย อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ครอบครัวพันธมาส พร้อมกับชาวบ้านคนอื่นๆ ที่ถูกคนในหมู่บ้านเดียวกัน ที่ทำตัวเป็นนายทุนจ่ายเงินกู้อยู่ในหมู่บ้าน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 หลอกเอาโฉนดของชาวบ้านไปเป็นกรรมสิทธิ์ตน ก่อนนำไปขายต่อให้กับคนอื่น
และสุดท้ายก็หลบหนีออกจากหมู่บ้านไป ผ่านไป 5 ปี เมื่อปี พ.ศ.2540 ชาวบ้านจึงมารู้เรื่อง จากการที่นายทุนมาฟ้องไล่ที่ กล่าวหาบุกรุก ทั้งที่ชาวบ้านทำกินในที่นาพวกตนมาโดยตลอด
พฤติกรรมดังกล่าว เริ่มจากชาวบ้านพากันไปขอยืมเงินจากนางแตงไทย คราวละ 2-5 พันบาท และนางแตงไทยก็ให้นำโฉนดมาให้ตนขอยืม โดยอ้างว่าจะนำไปยืนเงินมาจากนายทุนใหญ่อีกทีหนึ่ง เพื่อนำเงินมาให้ชาวบ้านยืมต่อ โดยขอยืมโฉนดไปไม่นาน 3 – 4 เดือนก็จะนำกลับมาให้ และเมื่อระยะเวลาผ่านไป ชาวบ้านไปทวงถามหาโฉนด นางแตงไทย กลับบ่ายเบี่ยงไปต่างๆ นานา
สุดท้ายนานวันเข้า มีนายทุนมาแจ้งว่า ที่ดินดังกล่าวประกันหนี้นับล้านบาท ชาวบ้านตกใจมากตามไปสอบถามนางแตงไทย แต่นางแตงไทย ก็ยังบอกว่าเงินแค่ล้าน จิ๊บๆ เดี๋ยวเอาโฉนดมาคืนให้ รออีกหน่อย แต่สุดท้ายระยะผ่านไปนางแตงไทย ก็หายตัวไปจากหมู่บ้าน
ชาวบ้าน กว่า 20 คน ถูกนายทุนฟ้องขับไล่ที่ของตนเอง
ซึ่งชาวบ้านก็พยายามที่จะต้อสู้ เพื่อรักษาผืนแผ่นดินมรดกเอาไว้ แต่เมื่อไปขึ้นศาลทุกศาลแพ้คดีหมด เพราะไม่รู้กลโกงที่หลอกให้เจ้าของที่ไปพิมพ์ลายพิมพ์นิ้วมือที่สำนักงานที่ดิน ก่อนโอนเป็นกรรมสิทธิ์ และโอนขายต่อไปให้นายทุนใหญ่ สุดท้ายมาร้องขอความเป็นธรรมจาก สำนักงาน DSI ขอให้สืบหาความจริง ขอความยุติธรรมให้กับชาวบ้าน หมู่บ้านสวาย อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ทั้งหมู่บ้านนี้ด้วย
ยายคิน เสาแก้ว อายุ 75 ปี หนึ่งในผู้ที่โดนนางแตงไทย หลอกเอาโฉนดไปโอนกรรมสิทธิ์ เล่าให้ฟังว่า ตนโดนนางแตงไทย หลอกเอาโฉนดไป โดยบอกตนว่า เอาไปขอกู้เงินธนาคารฯ มาให้ตนเองยืม สัก 3 – 4 เดือนจะคืนให้ แต่พอระยะเวลาผ่านไป 3 – 4 เดือน ยายก็ไปตามโฉนดยายคืน โดยยายบอกว่า ยายได้เงินมาคืนแล้วที่ยืมนางแตงไทย ไปก่อนหน้านี้ แต่นางแตงไทย กลับบอกว่า ไม่มีโฉนดให้หรอก เพราะโฉนดตอนนี้อยู่กับนายทุนใหญ่แล้ว
ยายก็ถามว่า นายทุนใหน ยายได้เงินมาคืนนางแตงไทย แล้วยายก็ต้องได้โฉนดกลับไปบ้านสิ ตนก็ถามว่าไปเอาเงินกับนายทุนใหญ่เท่าไหร่ นางแตงไทย บอกว่าเป็นหนี้นายทุนใหญ่ 1 ล้านบาท และยังบอกว่าเงินแค่ 1 ล้านบาท จิ๊บๆ รออีกแปบเดียวเดี๋ยวจะนำโฉดนมาคืน ตนก็เดินทางกลับมารอที่บ้าน แต่รอมานานยายก็ไม่ได้คืนโฉนดสักที ยายก็ไปตามเรื่อยๆ จนเป็นปีก็ไม่ได้โฉนด
สุดท้ายก็มีชาวบ้านที่โดนหลอกเหมือนกัน ก็พากันไปร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ว่าฯ ไปพบอัยการ ไปสำนักนายกรัฐมนตรี ไปถวายฎีกาก็ไป จนทุกวันนี้ยังไม่มีใครช่วยเหลือได้เลย ยายพูดความจริงทุกอย่าง แต่วันนี้แพ้คดีเมื่อปี พ.ศ.2558 ที่ดินก็ตกไปเป็นของนายทุนใหญ่ไปแล้ว หลายคนก็ยอมออกจากพื้นที่เพราะแพ้คดี แต่ก็ยังมีบางคนที่ยังไม่ยอมออกจากที่ดิน เพราะไม่มีที่ไป ก็อยากจะให้ทุกฝ่าย มาพิสูจน์ความจริงของชาวบ้านที่เดือนร้อนนี้ด้วย





