วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สตม.โชว์ฝีมือรวบต่างชาติ โกงเงินหลายล้านบาท

สตม.โชว์ฝีมือรวบต่างชาติ โกงเงินหลายล้านบาท

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม.

สืบเนื่องจากคดีนี้พบว่าเมื่อวันที่ 27 ก.ค.59 – 18 ก.ย.60 ผู้ต้องหา MR.YAMADA สัญชาติญี่ปุ่น ได้ทำการหลอกลวง ผู้เสียหายซึ่งถูกฟ้องเป็นคดีแพ่งรวม 3 คดี ว่าตนเองนั้นสามารถช่วยให้ผู้เสียหายชนะคดีทั้ง 3 คดีได้ โดยอ้างว่า “รู้จักคนใหญ่คนโตในประเทศไทยและสามารถช่วยเหลือให้ชนะคดีได้” ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้ตกลง จ่ายเงินให้กับผู้ต้องหา MR.YAMADA รวมเป็นเงิน 2,060,000 บาท

ต่อมาผู้เสียหายทราบภายหลังว่าผู้ต้องหาไม่ได้ช่วยเหลือผู้เสียหายเกี่ยวกับคดีเลย ทำให้ผู้เสียหายยังคงเป็นฝ่ายแพ้คดี สร้างความเสียหายให้แก่ ผู้เสียหาย เป็นเงินจำนวนกว่า 40,000,000 บาท

ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้มีการระดมสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ สำหรับกรณีนี้ได้รับข้อมูลว่ามีบุคคลต่างด้าวตั้งตัวเป็นผู้รับประสานแก้ปัญหาคดีต่างๆ โดยอ้างว่ารู้จักข้าราชการและบุคคลต่างๆ ในประเทศไทยเป็นอย่างดีสามารถช่วยแก้ไข คดีความต่างๆ ได้ จนนำไปสู่การสืบสวนจับกุมเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2564

โดยมีพฤติการณ์ในการจับกุมกล่าวคือ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.2 บก.สส.สตม. ได้ตรวจสอบพื้นที่บริเวณซึ่งเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น พบผู้ต้องสงสัยมีลักษณะรูปพรรณสัณฐานคล้ายกับบุคคลต่างด้าวที่ปรากฏอยู่ในภาพเดียวกับบุคคลต่างด้าวซึ่งมีหมายจับ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เข้าตรวจสอบพบว่าบุคคลดังกล่าวคือ บุคคลเดียวกับบุคคลตามหมายจับดังกล่าวจริง โดยใช้ ฐานข้อมูล PIBICS และ BIOMETRICS ในการตรวจสอบ จึงได้แสดง หมายจับให้ผู้ต้องหา(MR.YAMADA) ดู โดยผู้ต้องหาให้การยอมรับเบื้องต้นว่าเป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ ว.61/2564 ลง 4 ก.พ.64 ข้อหา “ฉ้อโกง” จริง และยังไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน จึงได้จับกุมตัวเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ต่อไป

นอกจากนี้กองกำกับการ 2 บก.สส.สตม.ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน ว่ามีคนต่างด้าว สัญชาติจีนคนพักอาศัยที่อาคาร พาณิชย์ บริเวณซอย 20 มิถุนา แยก 11 ถนนประชาราษณ์บำเพ็ญ แขวงสามแสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ โดยมี พฤติการณ์น่าสงสัย เจ้าหน้าที่สืบสวน กก.2 ได้เฝ้าสังเกตการณ์บริเวณอาคารพาณิชย์หลังดังกล่าวอีกครั้ง ปรากฏว่าพบบุคคล ต่างด้าวลักษณะเป็นบุคคลสัญชาติจีน เดินออกมาจากอาคารดังกล่าว เจ้าหน้าที่สืบสวน กก.2 จึงได้แสดงตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเพื่อตรวจสอบหนังสือเดินทาง แต่บุคคลดังกล่าวแสดงท่าทางมีพิรุธไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และวิ่งหนีเข้าไปในอาคารหลังดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงติดตามโดยทันทีและจับตัวไว้ ทราบชื่อภายหลังคือ MR.JIANG เจ้าหน้าที่สืบสวน กก.2 จึงได้ขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง หรือเอกสารแทนหนังสือเดินทาง แต่บุคคล ดังกล่าวไม่สามารถนำหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจฯได้ เพราะหนังสือเดินทางฯ อยู่ในห้องนอนภายในอาคารหลังดังกล่าว

162011755429

หลังจากนั้น MR.JIANG จึงได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจฯเข้าไปภายในอาคาร และห้องนอนที่ชั้น 4 ของตนเพื่อที่จะได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฯตรวจสอบหนังสือเดินทางฯ เมื่อถึงในห้องนอนชั้น 4 MR.JIANG ได้หยิบหนังสือเดินทางให้แกเจ้าหน้าที่พบว่า MR.JIANG สัญชาติจีน และเจ้าหน้าที่ฯได้ตรวจพบบัตรอิเลกทรอนิกส์หลายใบ เป็นบัตรที่มีชื่อเป็นของบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ของ MR.JIAN . XIAOLIN รวมถึงยังมีบัตรเครดิตเปล่า วางอยู่ข้างที่นอนและกระเป๋า ของ MR.JIANG จึงได้ให้ MR.JIANG พาตรวจสอบภายในห้องพบอุปกรณ์อ่านและเขียนบัตร อิเล็กทรอนิกส์ (เครื่อง SKIMMER) พร้อมกับแท๊ปแล็ต วางอยู่บนโต๊ะภายในห้องดังกล่าว MR.JIANG. XIAOLIN รับว่าบัตร อิเลคทรอนิกส์หลายใบที่อยู่ภายในกระเป๋าและอุปกรณ์อ่านและเขียนบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (เครื่อง SKIMMER) พร้อมกับแท๊ปแล็ต เป็นของตนและบัตรต่างๆตนได้ใช้ในการรูดซื้อสินค้า

เจ้าหน้าที่ตำรวจฯจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อ MR.JIANG ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐาน “ทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมขึ้นโดยการแก้ไขด้วยประการใด ๆ ในบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริง”, “ใช้หรือมีไว้ใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม”, “ผู้ใดใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” พร้อมทำบันทึกจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน . สุทธิสาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

162011756942