วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

‘บี.กริม’ จับมือพันธมิตรลุยลงทุนปั๊มชาร์จไฟฟ้าในนิคมฯ

‘บี.กริม’ จับมือพันธมิตรลุยลงทุนปั๊มชาร์จไฟฟ้าในนิคมฯ

“บี.กริม” ขานรับนโยบายรัฐส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า ลุยเจรจาพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดึงร่วมลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรม และสมาร์ทซิตี้ในไทย คาดชัดเจนเร็วๆนี้

นายฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า บี.กริม พร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐ หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2564 เห็นชอบแนวทางเร่งรัดให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า(อีวี)100% ในปี2578 หรืออีก 14 ปีข้างหน้า จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสะสม 18.41 ล้านคัน

โดยในส่วนของ บี.กริม ซึ่งเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าประเภทโครงการผู้ลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก(SPP) ที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตกระแสไฟฟ้าและมีเสถียรภาพที่ดีก็พร้อมพัฒนาคุณภาพไฟฟ้าเพื่อรองรับต่อความต้องการใช้รถอีวี ที่จะเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายของภาครัฐ

“เราเน้นพัฒนาโรงไฟฟ้าให้มีคุณภาพป้อนให้กับภาคอุตสาหกรรม และ SPP ก็เป็นธุรกิจหลัก ซึ่ง บี.กริม เราดูว่านิคมฯจะพัฒนาต่อไปให้เป็นเรื่องของสมาร์ทอินดัสเตรียล ปาร์ค มีพลังงานที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะประกอบด้วยนวัตกรรมต่างๆ เช่น ปั๊มชาร์จอีวี ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะมารองรับอีวี บี.กริม เราก็มีแผนที่จะพัฒนาไปทางนี้”

อีกทั้ง แนวทางดังกล่าว ยังจะเป็นหนึ่งที่ผลักดันให้ บี.กริม เดินไปสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อก้าวสู่องค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ หรือ Net-Zero Carbon Emissions ภายในปี ค.ศ.2050 (ปี พ.ศ. 2593)

นายนพเดช กรรณสูตร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัท อยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อร่วมลงทุนในธุรกิจติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) ในนิคมอุตสาหกรรม และโครงการสมาร์ทซิตี้ คาดว่า จะมีความชัดเจนในรูปแบบการลงทุนและพันธมิตรร่วมลงทุนในไม่ช้า

โดยมีเป้าหมายที่จะเริ่มดำเนินการในนิคมฯ ในประเทศไทยก่อน เนื่องจากปัจจุบัน บี.กริม มีการลงทุนใน 9 นิคมฯ ซึ่งแต่ละนิคมฯ มีประชากรอาศัยอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก ประมาณ 5 แสนคนต่อนิคมฯ คาดว่า จะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และเป็นพื้นที่สำคัญที่จะต้องพัฒนาคุณภาพไฟฟ้าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อรองรับความต้องการใช้

ก่อนหน้านี้ บี.กริม มีโครงการศึกษานำร่องพัฒนาระบบสมาร์ทกริด ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ซิตี้ จ.ชลบุรี กับสวนอุตสาหกรรมบางกะดี ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโยงกำลังผลิตไฟฟ้าหลายรูปแบบ ทั้ง โรงไฟฟ้าก๊าซฯ โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้ง โซลาร์ลอยน้ำ โซลาร์รูฟท็อป ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) สถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) รวมถึง การอัพเกรดสายส่ง และระบบต่างๆให้ทันสมัยเป็นระบบที่อัจฉริยะรองรับต่อการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ตลอดจนเทคโนโลยี 5G โดยโครงการนำร่องจะทยอยดำเนินการเป็นระยะๆ

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2564 บี.กริม ได้เข้าลงทุนในบริษัท ยูนิเวนเจอร์ บีจีพี จำกัด หรือ UVBGP ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UV ในสัดส่วน 45% โดยเข้าร่วมลงทุนในหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ UVBGP จำนวน 2,250,000 หุ้น ในมูลค่าหุ้นละ 10 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 22,250,000 บาท โดยมี UV ถือหุ้นในสัดส่วนที่เหลืออีก 55% 

โดยความร่วมมือครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อลงทุนในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวข้องหรือสนับสนุนธุรกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และอื่นๆ ครอบคลุมโครงการพลังงานในรูปแบบต่างๆ เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา โครงการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ติดตั้งบนทุ่นลอยนํ้า โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม โรงไฟฟ้าแบบผสมผสาน โรงไฟฟ้าชีวมวล บริการ Energy Solution และโครงการสมาร์ทกริด โดยตั้งเป้าผลิตไฟฟ้า 400-500 เมกะวัตต์ ภายในระยะเวลา 3 ปี