รมว.พลังงาน ยันม็อบชุมนุมไม่ทำเศรษฐกิจประเทศต้องสะดุด

รมว.พลังงาน ยันม็อบชุมนุมไม่ทำเศรษฐกิจประเทศต้องสะดุด

“สุพัฒนพงษ์” ยันม็อบชุมนุม ไม่ทำเศรษฐกิจภาพรวมประเทศหยุด มองเป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอเหมือนต่างชาติ ย้ำเศรษฐกิจไทยโตได้ร้อยละ 4 หากทุกคนร่วมมือกัน

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ไทยยังเป็นประเทศที่น่าลงทุน และนักลงทุนยังมีความสนใจที่จะเข้ามาลงทุน แต่รัฐต้องปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อดึงดูดนักลงทุน เพื่อช่วยในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ เพราะหากไทยมีรายได้จากการลงทุนของต่างประเทศมากขึ้น ความกังวลในการจัดเก็บภาษีก็จะลดลง สิ่งสำคัญคือ ต้องปฎิบัติการเชิงรุก เชื่อมั่นในตนเอง เพราะไทยมีศักยภาพ และรัฐบาลนี้มีการเตรียมสภาพแวดล้อม ตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้รัฐบาลได้ดำเนินการพยุงเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงการวางแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ในช่วงสถานการณ์โควิด 19 ซึ่งเมื่อไทยเปิดประเทศ ก็จะใช้ศักยภาพที่มี ให้ต่างชาติหรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา ได้เห็นถึงความพร้อมของไทย ที่มีระบบ ทั้งการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 และการฉีดวัคซีนที่เป็นระบบมากขึ้นซึ่งจะส่งผลดีกับความมั่นใจประชาชนในประเทศด้วย 

ทั้งนี้ การที่จะทำให้ประเทศฟื้นฟูได้เร็ว และจีดีพีโตได้ถึงร้อยละ 4 ตามที่ตั้งเป้าไว้ คนไทยร่วมมือกันในการใช้จ่าย ซึ่งรัฐบาลเล็งเห็นว่าจะต้องมีการดึงเงินจากผู้ที่มีเงินฝากจำนวนมากมาช่วยใช้จ่ายให้มากขึ้น โดยเงินฝากขณะนี้สัดส่วนเพิ่มขึ้น จากปีที่แล้วถึง 5-6 แสนล้านบาท หากดึงเงินส่วนนี้มาเพียงร้อยละ. 1 หรือประมาณ 1.56 แสนล้านบาท ดังนั้นจึงให้กระทรวงการคลัง ไปดำเนินการ ซึ่งต้องทำควบคู่ไปกับการส่งออกที่วางไว้ว่าต้องโตถึงร้อยละ 8 รวมถึงการลงทุนภาครัฐและเอกชน ก็จะช่วยให้จีดีพีโตขึ้นถึงร้อยละ 4 ได้ ถือเป็นการตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย ขณะที่การบริโภคภายในประเทศก็ดีขึ้น ส่งผลมาจากมาตรการต่างๆทั้งเราเที่ยวกัน คนละครึ่ง เราชนนะ ที่ส่งผลมาจากปีที่แล้ว

ส่วนแผนการเปิดประเทศนอกจากภูเก็ตแล้ว ในพื้นที่ กทม. ก็เป็นเป้าหมายตามที่สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเสนอนั้น เห็นว่า มีความเป็นไปได้ แต่ทั้งนี้ต้องดูการนำร่องที่ จ.ภูเก็ตก่อน ซึ่งหากถามความต้องการของประเทศก็เชื่อว่าทุกคนอยากเปิดประเทศ เพื่อสร้างรายได้

ด้านสถานการณ์การชุมนุมในขณะนี้จะส่งผลกระทบเศรษฐกิจในภาพรวมหรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศหยุด เช่นการชุมนุมในต่างประเทศในแถบยุโรป ก็ไม่ได้กระทบเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศนั้นๆเช่นกันและการชุมนุมขอให้อยู่ภายใต้กฎหมายและกติกา ตนมองว่าเป็นเรื่องปกติที่จะต้องเจออยู่แล้ว เราต้องอยู่กับสิ่งเหล่านี้ แต่ถ้าไม่ได้ทำตามกฏหมายก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

ขณะที่ภาคการเกษตร นายสุพัฒนพงษ์ระบุว่า ราคาสินค้าเกษตรมีราคาสูงขึ้น แต่รัฐบาลต้องการให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีพยายามหาแหล่งน้ำเพื่อให้เพียงพอต่อการทำเกษตร ซึ่งมีหลายโครงการที่อยู่ระหว่างการพิจารณา และเตรียมเปิดตัว โครงการน้ำในเร็วๆนี้