วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

หยวนต้าส่องหุ้น 'SCC'โอกาสสำหรับเข้าลงทุน เป้า 440 บาท

หยวนต้าส่องหุ้น 'SCC'โอกาสสำหรับเข้าลงทุน เป้า 440 บาท

บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า(ประเทศไทย) จำกัด ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ "SCC" แนะนำเป็นโอกาสดีสำหรับการเข้าลงทุน รับผลดีต้นทุนจะลดลง จากทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นได้อีกไม่มาก ให้ราคาเป้าหมายที่ 440 บาท

ราคาน้ำมัน - การปรับน้ำหนัก FTSE กดดันหุ้น Underperform

นับตั้งแต่ต้นปี 2564 ราคาหุ้น SCC ปรับตัว -1% นับว่า Underperform SET ที่ +8%, SCGP +10%, SCCC +20% และหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี (PTTGC IVL IRPC) +14% มองว่าสาเหตุหลักมาจากการทะยานขึ้นของราคาน้ำมันดิบ +33% YTD และราคาถ่านหิน +12% YTD ซึ่งจะกดดันอัตรากำไรของธุรกิจปูนซีเมนต์-วัสดุก่อสร้าง และธุรกิจปิโตรเคมี

อย่างไรก็ตาม ช่วงที่เหลือของปีเราประเมินว่าระดับราคาน้ำมันดิบ และราคาถ่านหิน ณ ปัจจุบันนับว่ามี Upside ที่จำกัดแล้ว เพราะอุปสงค์จะชะลอลงหลังอุณหภูมิเริ่มอบอุ่นขึ้น OPEC+ และคาดว่าจะทยอยเพิ่มปริมาณผลิตเข้าสู่ตลาด รองรับความต้องการในตลาดที่สูงขึ้น และลดความร้อนแรงของราคาน้ำมันเพื่อป้องกันผู้ผลิต Non-OPEC กลับสู่ตลาด

แต่...บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการควบคุมต้นทุนได้ / Spread ปิโตรยังขยายตัว

แม้ราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะกดดันอัตรากำไรของ SCC อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถลดผลกระทบดังกล่าวด้วยการควบคุม – บริหารประสิทธิภาพการผลิต อาทิ การ Lock ราคาถ่านหินล่วงหน้าไปราว 60% ของความต้องการใช้, เพิ่มการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ภายในจากการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์จาก 67 MW เป็น 94 MW, และเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงจากขยะ – RDF จาก 19% เป็น 25% ทดแทนการใช้ถ่านหิน นอกจากนี้ ส่วนต่างราคาปิโตรเคมี 1QTD ยังสูงขึ้น QoQ จากอุปสงค์ในตลาดที่แข็งแกร่งท่ามกลางอุปทานตึงตัวจากปัญหาการผลิตในสหรัฐฯ และตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน

ธุรกิจยังไปได้ดี...มีปัจจัยรองรับเติบโต 1-2 ปีข้างหน้า

เราประเมินว่าแนวโน้มผลประกอบการ 1Q64 ยังอยู่ในเกณฑ์ดี หนุนจากธุรกิจปูนซีเมนต์ – วัสดุก่อสร้างฟื้นตัวตามปัจจัยฤดูกาล, โรงงานปิโตรเคมีกลับมาผลิตตามปกติหลังผ่านปิดซ่อมบำรุงใหญ่ใน 4Q63, Spread ปิโตรเคมีสูงขึ้น, กำไรสินค้าคงคลัง, ไม่มีค่าใช้จ่ายด้อยค่าสินทรัพย์เหมือนใน 4Q63, และได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า (ทุก 1 บาท/ดอลลาร์มีผลต่อกำไร 1.5 พันล้านบาท/ปี)

สำหรับ 1 – 2 ปีข้างหน้า SCC จะสามารถเติบโตจาก 1) การขยายกำลังผลิตปิโตรเคมีจาก 5 ล้านตัน เป็น 8.3 ล้านตัน (MOC debottleneck 3.5 แสนตันช่วงกลางปี 2564 และ Longson 2.95 ล้านตันช่วงกลางปี 2566) 2) การเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ตามกระแส E-commerce และการ M&A 3) การขยายสู่การค้าปลีก– โซลูชั่นของธุรกิจวัสดุก่อสร้าง 4) ต้นทุนทางการเงินลดลงจากการ Refinance หุ้นกู้ครบกำหนด (เตรียมออกหุ้นกู้ 1.5 หมื่นล้านบาท ดอกเบี้ย 2.65% ทดแทนหุ้นกู้ครบกำหนด 2.5 หมื่นล้านบาท ดอกเบี้ย 3.25%)

ราคาหุ้น Laggard อยู่มาก พร้อมรับเงินปันผลงวด 2H63 

คงราคาเหมาะสม 440.00 บาท และคำแนะนำ “ซื้อ” จากความน่าสนใจ 1) ราคาหุ้น Laggard ทั้ง SET, SCGP, SCCC, กลุ่มปิโตรเคมี โดยซื้อขายบน PBV ที่ 1.4x นับว่ามีส่วนลดจากค่าเฉลี่ยระยะยาวเกือบ -2.0SD และต่ำกว่ากลุ่มพลังงาน - ปิโตรเคมีที่ซื้อขายกันในช่วง -1.0SD ถึง +0.5SD

2) เป็นหุ้น Big cap. ที่เป็นเป้าหมายของกระแสเงินทุนต่างชาติ ซึ่งมีแนวโน้มไหลเข้าตลาดหุ้นไทยครั้งแรกในรอบ 4 ปี 3) มีเงินปันผลงวด 2H63 จำนวน 8.50 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield 2.3% ซึ่งรอจะ XD วันที่ 8 เม.ย. 2564  เชิงกลยุทธ์นักลงทุนอาจใช้จังหวะทยอยสะสมช่วงหุ้นอ่อนตัวจากปรับน้ำหนักดัชนี FTSE วันที่ 19 มี.ค. โดย SCC อาจมีแรงขายปรับพอร์ต 5– 10 ล้านเหรียญฯ