“รมว.แรงงาน” ยัน ม.33 “เรารักกัน” ไม่กระทบเงินกองทุน สปส.
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ ม.33 เรารักกัน ว่า ขณะนี้ได้ข้อสรุปเบื้องต้นแล้วว่าจะจ่ายให้ผู้เข้าเงื่อนไข คนละ 4,000 บาท แบ่งจ่ายอาทิตย์ละ 1,000 บาท โดยจะโอนเข้าแอฟบัญชีเป๋าตัง ยืนยันว่าได้ทุกคน ยกเว้นผู้ที่มีเงินฝากเกิน 5 แสนบาท คิดจากยอดเงินฝากสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2563
เหตุผลที่เราใช้เงื่อนไขนี้เพราะเราใช้เงินก้อนเดียวกับเงินโครงการเราชนะ ที่อยู่ในส่วนของ พ.ร.ก.เงินกู้1ล้านล้านบาทของรัฐบาล โดยตั้งไว้ประมาณ 3.8 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะมีผู้รับสิทธิ์ที่เข้าเงื่อนไขนี้ประมาณ 9 ล้านคน และยืนยันว่าไม่ได้ใช้เงินกองทุนประกันสังคม ซึ่งปัจจุบันมียอดเงินอยู่ที่ 2.2 ล้านล้านบาท
“พรุ่งนี้จะไปคุยกับกระทรวงการคลังเพื่อลงรายละเอียดเรื่องของการใช้แอฟกระเป๋าตัง เพราะต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกันตน ม.33 เข้ามาลงทะเบียนเพื่อที่จะโอนเงิน และต้องดูว่าเมื่อเราทำเอกสารพร้อมแล้วกระทรวงการคลังจะโอนเงินให้เราได้ในช่วงเดือนมีนาคมระหว่างกรอบวันที่เท่าไร เมื่อได้ข้อสรุปแล้วนำเข้า ครม.ให้เร็วที่สุด” นายสุชาติกล่าว
รมว.แรงงาน คาดว่าจะนำเข้า ครม.ได้ในวันอังคารหน้า และเมื่อ ครม. ให้ความเห็นชอบแล้ว จะมีการกดปุ่มเปิดให้ลงทะเบียนออนไลน์ ส่วนคนที่มีแอพฯ เป๋าตังอยู่แล้ว ก็ต้องลงทะเบียนออนไลน์ เพื่อยืนยันสิทธิเช่นเดียวกัน โดยรูปแบบจะเป็นเหมือน “โครงการเราชนะ” นำเงินเข้าแอพลิเคชันเป๋าตัง จำกัดสิทธิ์ผู้ที่มีเงินฝากในบัญชีคงที่ 5 แสนบาท ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
นายสุชาติ กล่าวยืนยันว่า โครงการนี้จะไม่กระทบกับเงินกองทุนประกันสังคม ซึ่งปัจจุบันกองทุนประกันสังคมมีเงินรวมกันทั้งสิ้น 2.2 ล้านล้านบาท โดยเงินทั้งหมดนี้ถูกแบ่งไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ได้แก่ สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ ประมาณ 80% ประกอบด้วย พันธบัตรรัฐบาล ธนาคารแห่งประเทศไทย รัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน /หุ้นกู้เอกชนที่มีความน่าเชื่อถือ / เงินฝาก และหน่วยลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศที่มีความน่าเชื่อถือ
และลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ประมราณ 20 % ประกอบด้วย ตราสารทุนไทย (หุ้น) / กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ทองคำ โครงสร้างพื้นฐาน / หน่วยลงทุนตราสารหนี้ที่เสี่ยงและตราสารทุน (หุ้น) ต่างประเทศ / พันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน / โดยผลกำไรของกองทุนประกันสังคมเฉลี่ยได้ปีละประมาณ 6 หมื่นล้านบาท





