background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

เปิดไทม์ไลน์ ชายลำปาง ติดเชื้อ 'โควิด-19' เดินทางจากระยอง มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 23 ราย

เปิดไทม์ไลน์ ชายลำปาง ติดเชื้อ 'โควิด-19' เดินทางจากระยอง มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 23 ราย

เปิดไทม์ไลน์อย่างละเอียดของชายชาวลำปาง วัย 33 ปีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 ราย พบว่าเดินทางจากจังหวัดระยอง เพื่อมาร่วมงานแต่ง เผยเบื้องต้น มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 23 ราย ตรวจไม่พบเชื้อ

ที่ศาลากลางจังหวัดลำปาง นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยนายแพทย์ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนกรณีพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดลำปางรายใหม่ จำนวน 1 ราย ซึ่งขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยในเบื้องต้น มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 23 ราย ซึ่งเป็นชาวลำปาง 20 ราย ระยอง 2 ราย และเชียงใหม่ 1 ราย มีสถานที่เสี่ยงจำนวน 16 แห่ง

สำหรับไทม์ไลน์ผู้ป่วยโควิด-19 เป็นชายไทย อายุ 33 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ต้นธงชัย อ.เมือง จ.ลำปาง เดินทางมาจากจังหวัดระยอง โดยเครื่องบิน จากสนามบินอู่ตะเภา สายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน FD 103 เวลา 18.45 น. ถึงสนามบินเชียงใหม่เวลา 21.00 น. พักค้างคืนที่เชียงใหม่ 1 คืน เดินทางมาถึงจังหวัดลำปาง และมีรถเช่าที่พัก มีการพูดคุยกันโดยไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย ช่วงค่ำมีเพื่อน 3 คน มารับไปทานอาหารแห่งหนึ่งในจ.เชียงใหม่

จากนั้นวันที่ 26 ธ.ค. 63 ได้เช่ารถยนต์เดินทางกลับมายังบ้านที่จ.ลำปาง คนเดียว ระหว่างทางแวะร้านเซเว่นอิเลฟเว่น สาขาบ้านกลาง จ.ลำพูน ถึงบ้านมีเพื่อนนำชุดมาให้ ช่วงเย็นออกไปซื้อของที่โลตัส สาขาหลวงพ่อเกษม และร้านเซเว่นอิเลฟเว่น โดยสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา

วันที่ 27 ธ.ค. 63 ร่วมงานแต่งงานเพื่อนที่บ้านห้วยทราย ตำบลต้นธงชัย ทั้งช่วงเช้าและเย็น ผู้ป่วยเริ่มมีอาการไอ เจ็บคอ มีเสมหะ ปวดศรีษะ มาตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. 63 แต่ไม่ได้ไปรับการรักษา ซื้อยามารับประทานเอง ทราบข่าวว่าเพื่อนที่จังหวัดระยองป่วยจึงมาขอตรวจที่โรงพยาบาลเพื่อยืนยันการติดเชื้อในวันที่ 28 ธ.ค. 63 และผลการตรวจยืนยันว่าติดเชื้อ

เปิดไทม์ไลน์ ชายลำปาง ติดเชื้อ 'โควิด-19' เดินทางจากระยอง มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 23 ราย

ทั้งนี้ จังหวัดลำปางได้ดำเนินการในเบื้องต้นแล้ว ดังนี้ ทีมสอบสวนโรคได้ทำการสำรวจค้นหา และติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย จำแนกกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงและกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อทั้งหมด 23 ราย ทุกรายได้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ผลการตรวจไม่พบเชื้อ โดยจะได้รับการตรวจยืนยันอย่างต่อเนื่องในวันที่ 5, 9 และ 14 หลังจากวันที่ได้รับการตรวจหาเชื้อครั้งแรก โดยให้แยกกักตัวที่บ้านอย่างเคร่งครัดเพื่อสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน (Home Quarantine)

ส่วนผู้สัมผัสซึ่งมีความเสี่ยงต่ำ ให้เฝ้าสังเกตอาการตัวเองเป็นเวลา 14 วัน (Self Monitoring) นอกจากนี้ได้แจ้งให้สายการบิน พร้อมทั้งทีมสอบสวนโรคที่จังหวัดเชียงใหม่รับทราบเพื่อดำเนินการควบคุมโรคในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป พร้อมประสานงานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เทศบาลตำบล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ประชาสัมพันธ์เสียงตามสายในหมู่บ้านในเรื่อง "การเฝ้าระวังและการปฏิบัติดูแลตนเอง" เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

พร้อมกันนี้ แนะนำผู้สัมผัสให้ป้องกันตนเองและผู้ใกล้ชิด โดยสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆด้วยน้ำกับสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล และหลีกเลี่ยงการไปสถานที่สาธารณะ/ชุมชน และสังเกตอาการตัวเอง หากมีอุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ร่วมกับมีอาการทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง (ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส หายใจเหนื่อย หรือหายใจลำบาก) ให้รีบพบเจ้าหน้าที่เพื่อเข้ารับการตรวจทันที ขณะเดียวกันไปติดตามเยี่ยมบ้านผู้ป่วยทุกวันร่วมกับค้นหาผู้ที่มีอาการป่วยเพิ่มเติมในชุมชนโดยภาคีเครือข่าย ผู้นำชุมชน ฝ่ายปกครอง อาสาสมัครสาธารณสุข โรงพยาบาล สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ

นอกจากนั้น จังหวัดลำปาง ได้กำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมโรค ดังนี้ คัดกรองโควิด-19 ที่ด่านอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ บันทึกข้อมูลผู้ที่เดินทางเข้าจังหวัดลำปาง ที่สถานีขนส่ง สนามบิน และสถานีรถไฟ

ให้ร้านค้า/สถานประกอบการ/สถานบริการ ต้องติดตั้งแอพพลิเคชั่น "ไทยชนะ" ทุกแห่ง และต้องมีการคัดกรองอย่างเข้มงวด ผู้ไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ห้ามเข้าสถานที่ราชการ หน่วยงานเอกชน ศาสนสถาน และสถานที่สาธารณะ การจัดงานที่มีคนรวมกันเป็นจำนวนมาก ให้แจ้ง ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคระดับอำเภอ (ศปก.อำเภอ) และตรวจสอบกิจกรรมตามมาตรการ โดยต้องจำกัดจำนวนคน (กำหนดพื้นที่ 4 ตารางเมตร/คน)

ดำเนินการตามมาตรการอย่างเข้มในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด เช่น วัดสำคัญ ตลาดนัด ตลาดของฝาก ตลาดเซรามิก และอุทยานแห่งชาติ เป็นต้น