"วันรัฐธรรมนูญ" 10 ธันวาคม ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันประเทศไทยมี "รัฐธรรมนูญ" รวมทั้งสิ้น 20 ฉบับ นับรวมทั้งฉบับชั่วคราวและฉบับร่าง มีเรื่องอะไรอีกบ้าง? ที่คนไทยต้องรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญไทย
วันที่ 10 ธันวาคม ของทุกปี นับเป็น วันรัฐธรรมนูญไทย สิ่งสำคัญที่สุดที่ใช้การปกครองประเทศ โดยปัจจุบันประเทศไทยได้มีรัฐธรรมนูญ รวมทั้งสิ้น 20 ฉบับด้วยกัน ซึ่งนับรวมทั้งฉบับชั่วคราวและฉบับร่าง
โดยจุดพลิกผัน ของการมีรัฐธรรมนูญในการปกครองประเทศคือเหตุการณ์ "วันอภิวัฒน์สยาม" การเปลี่ยนแปลงการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และสถาปนาระบอบประชาธิปไตยที่กษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ โดยกลุ่มคณะราษฎร ซึ่งนับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ส่งผลมาถึงปัจจุบัน
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ชวนย้อนรอยดู "รัฐธรรมนูญ" ฉบับแรกของไทยในปี 2475 และความเป็นมาสู่วันรัฐธรรมนูญ 10 ธันวาคมนี้
- รัฐธรรมนูญไทยฉบับแรก
เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามฉบับถาวร เพื่อเป็นหลักในการปกครองของประเทศให้แก่ประชาชนชาวไทย พระองค์ได้เสด็จออกประทับพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งโปรดกล้าฯ ให้จัดเป็นที่ประชุมรัฐสภา ทรงลงพระปรมาภิไธยในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระราชทานเป็นกฎหมายสูงสุดเพื่อเป็นหลักในการปกครองประเทศ นับเป็นรัฐธรรมนูญ "ฉบับแรก" ที่ถูกประกาศใช้อย่างเป็นทางการ
แต่ก่อนหน้านั้น หากนับรัฐธรรมนูญฉบับแรกจริงๆ ของประเทศไทยนั้น ในวันที่ วันที่ 27 มิถุนายน 2475 ถือเป็นวันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญเป็นฉบับแรกในประวัติศาสตร์ไทย คือ “พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ. 2475” ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองรัฐ หลังจากที่คณะราษฎรทำการอภิวัติน์การปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475
แม้จะใช้ชื่อว่า “พระราชบัญญัติ ‘ธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน’ สยามชั่วคราว พ.ศ. 2475” แต่ก็มีสถานะเป็นรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุด ซึ่งต่อมาภายหลังได้มีการบัญญัติคำว่า ‘รัฐธรรมนูญ’ เพื่อใช้แทนคำว่า ‘ธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน’ โดยพระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์
- รัฐธรรมนูญในช่วงแรกของไทยหลัง "อภิวัฒน์สยาม"
"ประชาธิปไตย" สำหรับสยามนั้น ถูกมอบให้แก่ประชาชนในรูปของการผ่อน โดยสามารถแบ่งออกได้เป็นสามช่วง ได้แก่
ช่วงแรก : สมาชิกรัฐสภาทั้งหมดจะถูกแต่งตั้งโดยสี่ทหารเสือเท่านั้น (ซึ่งเป็นฝ่ายทหาร) สมาชิกรัฐสภาเหล่านี้จะใช้อำนาจแทนประชาชน และสมัยแรกมีกำหนดวาระการทำงานไว้ 6 เดือน
ช่วงที่สอง : เป็นช่วงที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ จำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับหลักประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง รัฐสภาถูกเปลี่ยนให้ต้องประกอบด้วยสมาชิกที่ได้รับการแต่งตั้งอยู่กึ่งหนึ่ง และอีกกึ่งหนึ่งได้รับการเลือกตั้งเข้ามาตามแบบประชาธิปไตยทางอ้อม แต่ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งจะต้องได้รับการตรวจสอบจากคณะราษฎรก่อนการเลือกตั้งทุกครั้ง
ช่วงที่สาม : พระราชบัญญัติธรรมนูญบัญญัติว่าการเป็นตัวแทนประชาธิปไตยเต็มตัวในรัฐสภานั้นจะบรรลุได้เฉพาะเมื่อเวลาผ่านไปแล้วสิบปีหรือประชากรมากกว่ากึ่งหนึ่งสำเร็จการศึกษาเกินกว่าระดับประถมศึกษา แล้วแต่ว่าอย่างไหนจะเกิดก่อน
- สรุปสาระสำคัญ "รัฐธรรมนูญ" ยุคเริ่มต้น
โดยเนื้อหาสาระมีเพียงแค่ 39 มาตรา ในขณะที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ประกอบไปด้วยบทบัญญัติทั้งสิ้น 279 มาตรา มาตราที่ถือเป็นใจความสำคัญได้แก่
“มาตรา 1” อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย
“มาตรา 2” ให้มีประธานและคณะบุคคลดังจะกล่าวต่อไปนี้เป็นผู้ใช้อำนาจแทนราษฎรตามที่จะได้กล่าวต่อไปในธรรมนูญ คือ
1. กษัตริย์
2. สภาผู้แทนราษฎร
3. คณะกรรมการราษฎร
4. ศาล
รวมถึงการเกิดสถาบันใหม่สองสถาบัน ได้แก่ สภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมการราษฎร สภานั้นก็จะเป็นอำนาจนิติบัญญัติที่สมาชิกสภาจะมาจากการเลือกตั้งของราษฎร แต่ชุดแรกนั้นมาจากการแต่งตั้งจำนวน 70 คน ทั้งนี้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ให้ราษฎรมีความเสมอภาคกันเปิดโอกาสให้เพศชายและหญิงมีสิทธิเท่ากันในการออกเสียงเลือกตั้ง
พ.ร.บ. ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินฯ นี้ ใช้เป็นกติกาในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองหลังวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 และถูกบังคับใช้จนถึงวันที่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ลงวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 ที่ต้องการให้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับถาวร
-------------------
อ้างอิง :





