background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

วันคนโสด ...สะท้อนความแข็งแกร่งของ 'เศรษฐกิจจีน'

วันคนโสด ...สะท้อนความแข็งแกร่งของ 'เศรษฐกิจจีน'

เปิดเหตุผล ทำไม "วันคนโสด" วันที่ 11 พฤศจิกายน จึงกลายเป็นวันมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ ที่ไม่เพียงเกิดขึ้นในจีนเท่านั้น แต่ยังขยายไปทั่วโลก และสร้างมูลค่ามหาศาลให้กับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ รวมถึงสะท้อนความแข็งแกร่งของตลาดผู้บริโภค โดยเฉพาะในประเทศจีน

ก่อนหน้านี้ วันที่ 11 พ.ย.เคยเป็นแค่วันธรรมดาวันหนึ่ง แต่ด้วยตัวเลข 1 ที่ดูเหมือนคนไร้คู่ ทำให้นักศึกษาจีนกลุ่มหนึ่งอุปโลกน์ให้วันนี้เป็นเฉลิมฉลองของคนโสด และในปี 2009 วันที่ 11/11 ก็เปลี่ยนไป เมื่อ บริษัท E-Commerce ยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba ได้เปลี่ยนวันคนโสดเป็นโอกาสในการช้อปปิ้ง โดยได้เริ่มเปิดตัวมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ 11:11 ซึ่งในปีแรกสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 52 ล้านหยวนภายในวันเดียว

หลังจากนั้น วันที่ 11/11 ก็กลายเป็นเทศกาลช้อปปิ้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยไม่ได้มีเพียง Alibaba เท่านั้น แต่บริษัท E-Commerce อื่นๆ เช่น JD.com และ Pinduoduo ก็เข้าร่วมเคมเปญนี้ด้วย ทำให้มหกรรมช้อปปิ้งวันคนโสดเติบโตทั้งในเชิงยอดขาย จำนวนผู้ใช้งาน จำนวนร้านค้า และได้ขยายไปในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

ในปี 2020 ท่ามกลางเศรษฐกิจทั่วโลกที่ชะลอตัว แต่ Alibaba สามารถสร้างยอดขายในช่วงวันคนโสดได้ถึงเกือบ 5 แสนล้านหยวน หรือ 2.2 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในประวัติการณ์ และเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 26% นอกจากนี้จำนวนคำสั่งซื้อยังทำสถิติสูงสุดที่ 583,000 รายการต่อวินาที 

โดยในปีนี้มีผู้ซื้อสินค้ากว่า 800 ล้านราย มีร้านค้าเข้าร่วมราว 5 ล้านร้านค้า และแบรนด์สินค้ากว่า 250,000 แบรนด์ ซึ่งมี 31,000 แบรนด์มาจากต่างประเทศ และที่สำคัญคือ สินค้าจากสหรัฐสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 7.4 หมื่นล้านหยวน ซึ่งสะท้อนว่าสหรัฐยังต้องพึ่งตลาดผู้บริโภคในจีน ด้านบริษัทคู่แข่งอย่าง JD.com ก็สามารถสร้างยอดขายได้สูงสุดในประวัติการณ์ที่ 2.7 แสนล้านหยวน เติบโตถึง 33% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

หากมาดูในรายละเอียดพบว่า สินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะเครื่องสำอาง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์กีฬา สร้างยอดขายเติบโตได้ดีที่สุด ซึ่งหนุนจากกำลังซื้อของชนชั้นกลาง และพบว่ามีร้านค้าและแบรนด์ต่างๆ ทั่วโลกเข้าร่วมเทศกาลวันคนโสดเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงการปรับตัวเข้าสู่วิถีชีวิตแบบออนไลน์ นอกจากนี้ยอดขายในเมืองเล็กหรือชนบทมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าในเมืองใหญ่ ซึ่งบ่งชี้ถึงการใช้เทคโนโลยีในจีนที่ทั่วถึงยิ่งขึ้น

ยอดขายในวันคนโสดตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของตลาดผู้บริโภคในประเทศจีน ซึ่งสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว หลังจากที่เผชิญกับวิกฤติโรคโควิด-19 ในช่วงต้นปี หนุนจากกำลังซื้อของประชาชนจำนวน 1,300 ล้านคน และมีชนชั้นกลางจำนวนมาก ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจจีนปี 2021-2025 ที่เรียกว่า Dual Circulation คือ การเน้นที่เศรษฐกิจในประเทศเป็นแกนหลักเพื่อเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจภายนอก ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่เศรษฐกิจจีนถูกขับเคลื่อนจากการภาคการผลิตและส่งออก

หากเทียบกับอีกหนึ่งประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐยอดขายในวันคนโสดสามารถแซงเทศกาลช้อปปิ้งในวัน Black Friday ซึ่งเกิดขึ้นในวันพฤหัสที่ 4 ของเดือน พ.ย. และวัน Cyber Monday ที่เกิดขึ้นในวันจันทร์แรกต่อจาก Black Friday ได้ตั้งแต่ปี 2016 และในปี 2019 ยอดขายในวันคนโสดมีมูลค่ามากกว่ายอดขายในวัน Black Friday และ Cyber Monday รวมกันถึงเกือบเท่าตัว ซึ่งอาจจะเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของการเปลี่ยนขั้วอำนาจโลก อย่างเช่นด้านการบริโภค

แต่เส้นทางของธุรกิจ E-Commerce ในจีนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะถึงแม้ยอดขายในวันคนโสดจะสูงแบบถล่มทลาย แต่ในวันนั้น ราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีนกลับปรับตัวลงแรง เพราะแรงกดดันจากข่าวที่ว่าทางการจีนกำลังพิจารณาร่างกฎหมายป้องกันการผูกขาดทางอินเทอร์เน็ตเพื่อปกป้องการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม อย่างไรก็ตาม บางประเด็นได้อยู่ในกฎหมาย E-Commerce ที่มีผลบังคับใช้ไปแล้วตั้งแต่เดือน ม.ค.2019 ซึ่งได้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่ามีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจน้อยมาก จากยอดขายที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ถึงแม้ว่าจะมีความท้าทายทั้งศึกในประเทศจากกฎหมายข้อบังคับ รวมถึงศึกนอกประเทศจากสงครามเทคโนโลยีกับสหรัฐ แต่ด้วยสินค้าและบริการจากบริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้ที่ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชาวจีน ทั้งเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มคุณภาพชีวิต ลดต้นทุน อีกทั้งยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่จะเน้นการบริโภคเป็นสำคัญ เราจึงเชื่อว่าการเลือกเฟ้นหุ้นจีนพื้นฐานดี และสอดรับกับกระแสการบริโภคในประเทศที่เติบโตอย่างโดดเด่นนั้น จะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างขุมทรัพย์ลงทุนระยะยาว