“ศูนย์นวัตกรรมสมองครบวงจร” บริการแห่งแรกที่รพ.ศรีธัญญา

“ศูนย์นวัตกรรมสมองครบวงจร”  บริการแห่งแรกที่รพ.ศรีธัญญา

ทดสอบ”สมอง”เพื่อให้รู้บริเวณที่ผิดปกติ ซึ่งเชื่อมโยงกับจิตใจ อารมณ์ และพฤติกรรมต่างๆที่เกิดขึ้น ก่อนเข้าสู่กระบวนการบำบัดเป็นบริการใหม่ของ “รพ.ศรีธัญญา” ภายใต้ “ศูนย์นวัตกรรมและการเรียนรู้สมองจิตใจครบวงจร”แห่งแรกของประเทศไทย ลบภาพจำ “รพ.รักษาคนบ้า”

เพราะความเป็นจริงในวันนี้ ที่นี่ไม่ได้รักษาเฉพาะผู้ที่ป่วยด้วยโรคจิตเวชเท่านั้น

ศูนย์แห่งนี้มีพิธีเปิดเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2563 โดย สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมช.สธ.) ในช่วงสัปดาห์สุขภาพจิต ภายใต้คำขวัญ “Working Together สุขภาพจิตไทย ก้าวไปพร้อมกัน” เพื่อให้บริการฟื้นฟูสมองจิตใจครบวงจรและพัฒนานวัตกรรมวิทยาศาสตร์สุขภาพสมอง จิตใจ ตามมาตรฐานสากล

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ศูนย์นวัตกรรมและการเรียนรู้สมองจิตใจครบวงจร (Innovation and Learning : Brain Mind Mood Centre (IL-BMMC) เป็นศูนย์ที่เกิดจากแนวคิดการบูรณาการศาสตร์เชื่อมโยงทางด้านสมอง จิตใจและสังคม (Bio-Psychosocial) ด้วยเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ประสาทวิทยาศาสตร์ และการรู้คิด เป็นศูนย์ที่นอกจากให้บริการฟื้นฟูสมองจิตใจครบวงจรแล้วยังเป็นศูนย์การพัฒนาและสร้างนวัตกรรมสุขภาพด้านสมองจิตใจ รวมทั้งเผยแพร่ผลงานวิชาการ และจำทำหลักสูตรฟื้นฟูสมองจิตใจครบวงจร ฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น และถ่ายทอดนวัตกรรม

ภายในศูนย์แบ่งเป็น คลินิก และศูนย์ย่อย ได้แก่ 1.ศูนย์พัฒนาองค์ความเรียนรู้หลักสูตร BMM 2. คลินิก Brain Activity บำบัดปรับสมดุลการนอน บำบัดและปรับสมดุลการเคลื่อนไหวของสมอง บำบัดปรับสมดุลกล้ามเนื้อเพื่อการผ่อนคลาย ปรับสมดุลความจำและการเรียนรู้ 3. คลินิกกายฟิต จิตดี มีปัญญา อายุยืนเชื่อมโยงวิถีพุทธ วิถีไทย และ 4คลินิกแพทย์แผนไทย ในส่วนของคลินิก Brain Activity
160514542438
นิตยา สุริยะพันธ์ หัวหน้าศูนย์นวัตกรรมและการเรียนรู้สมองจิตใจครบวงจร รพ.ศรีธัญญา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผู้ที่สนใจสามารถมารับบริการที่นี่ได้ โดยขั้นตอนแรกจะเป็นการทดสอบสมองด้วยการวัดคลื่นสมอง เพื่อดูเรื่องระบบความสามารถของสมอง โดยจะบอกบริเวณสมองที่มีปัญหาเนื่องจากสมองมีหลายจุด เมื่อทดสอบแล้วก็จะแสดงออกมาว่าสมองบริเวณใดไม่ได้ค่ามาตรฐาน เช่น มีปัญหาเรื่องอารมณ์ ถ้าผลทดสอบสมองจุดที่เกี่ยวกับอารมณ์ไม่ได้ตามค่ามาตรฐาน แสดงว่าเริ่มมีปัญหาแล้ว เป็นต้น ซึ่ง หรือมีปัญหาเรื่องความจำก็แสดงจุดสมองเรื่องความจำไม่ได้ค่ามาตรฐาน หรือปัญหาเรื่องซึมเศร้า นอนนไม่หลับ ย้ำคิดย้ำทำ ปัญหาสมาธิ เป็นต้น

“กลุ่มที่แนะนำว่าควรมาทดสอบสมองคือคนที่เริ่มรู้สึกว่าร่างกายผิดปกติ คนที่มีปัญหาเรื่องการนอน ประสิทธิภาพการนอนไม่ดี เช่น นอนไม่หลับ หลับยาก หรือมีภาวะเรื่องความเครียด หรือกลุ่มที่สงสัยเรื่องซึมเศร้า และกลุ่มที่มีปัญหาเรื่องความจำ แต่คนทั่วไปก็สามารถมารับการทดสอบได้เช่นกัน”นิตยากล่าว

ยกตัวอย่าง กรณีผู้ที่มีภาวะเครียด หากมารับบริการจะเริ่มด้วยการทดสอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับสมองหรือไม่ ทำไมถึงเครียด เมื่อแปลผลออกมาแล้ว หลังจากนั้นจะเข้าสู่การบำบัด เช่น เครื่องผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เครื่องนี้จะคำนวณโปรแกรมบำบัดตามร่างกายของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย โดยใช้กระแสไฟฟ้าจากข้างนอกเข้าไปกระตุ้นที่เส้นประสาท พอระบบประสาทกล้ามเนื้อผ่อนคลาย ก็จะรู้สึกสบาย การตอบสนองที่เกิดขึ้นจากการบำบัดจะส่งสัญญาณไปบอกสมองส่วนอารมณ์ให้ปรับสมดุลใหม่ว่าจะเป็นคนใหม่แล้วจะสดชื่นแล้ว คนที่มีปัญหาการนอนหรือคนที่เครียด ก็จะมีจิตใจที่เริ่มดี ซึ่งไม่เป็นอันตรายเพราะไม่ได้เจาะร่างกายเพียงแค่ผูกที่ข้อมือ

160514545145

จากนั้นจะบำบัดต่อด้วยการสร้างแรงบันดาลใจ เป็นการพูดคุยที่ใช้เทคนิคขั้นสูง ให้ได้ผ่อนคลาย สร้างกำลังใจของตนเองได้ เป็นการ “บำบัดแบบหลับตา”โดยผู้เข้ารับการบำบัดจะนอนและหลับตา แล้วจะมีเสียงบำบัดเข้าไปและพูดให้เกิดภาวะที่มีแรงบันดาลใจเกิดขึ้น พร้อมกับใช้ดนตรีเบาๆเข้าไปเพิ่มด้วย

“กระบวนการทั้งหมด มุ่งบำบัดทั้งร่ายกายและจิตใจ เพื่อให้ลบเรื่องราวเก่าที่ทรมานทิ้งไป โดยคนที่เป็นซึมเศร้าหรือเครียดเรื่องงาน จะเหมือนอ่อนล้า มีความเครียดจากการทำงานมากๆ หมดไฟไม่อยากทำงานก็จะเพิ่มแรงงบันดาลใจ เป็นโปรแกรมที่จะกระตุ้นระบบประสาทก่อนและมาเพิ่มแรงบันดาลใจที่จิตใจ ใช้ระยะเวลาในการบำบัดนานแค่ไหนขึ้นอยู่กับการประเมินแต่ละบุคคล ซึ่งจะนัดมาบำบัดเป็นแพ็คเกจที่เหมาะสมกับแต่ละคนมากที่สุด ทั้งคนที่เป็นระดับต้น ระดับกลาง และระดับรุนแรงให้เลือก ”นิตยากล่าว

สำหรับการบำบัดผู้ที่มีปัญหาการนอน รพ.ศรีธัญญาสามารถสร้างเครื่องที่บำบัดการนอนได้ โดยเป็น “เครื่องกรอกลูกตา” เครื่องแรกของประเทศไทย จะมีลักษณะเป็นปุ่มไฟสีแดงที่มีการวิจัยแล้วว่าแสงสีแดงจะกระตุ้นสมองได้ดี โดยมีการวางโปรแกรมกรอกลูกตาตามามาตรฐานไว้ 3 โปรแกรม คือ การกรอกแบบแนวนอน แนวตั้ง และแนวเฉียง ซึ่งคนที่เข้ามาบำบัดต้องเข้า 3 โปรแกรมนี้ถึงจะหลับเข้าสู่การบำบัดการนอนได้

ผู้เข้าบำบัดต้องกรอกลูกตา และกดตามปุ่มที่วางไว้ ต้องกระพริบตาทำให้การกระตุ้นของตาผ่านเข้าไปสมองส่วนหน้า แปลงสัญญาณเป็นสัญญาณไฟฟ้าที่สมองแล้วจะไปละลายส่วนหนึ่งที่มีปัญหาเรื่องอารใณ์ ใช้กระแสเข้าไปจัดการกับส่วนนั้น ส่วนผู้ที่มีปัญหาเรื่องเศร้าก็จะเหมือนลบภาพที่เศร้าๆออกไป เพราะงานวิจัยบอกว่าการกรอกลูกตา 300-350 รอบ สามารถทำให้ลบเรื่องราวร้ายๆออกไปได้ ซึ่งโปรแกรมของเครื่องนี้ใช้เวงลา 26-35 นาที

“เครื่องนี้เป็นเครื่องแรกของประเทศไทย ซึ่งตัวเองได้พัฒนาขึ้น ทดลองแล้วและได้รับการคัดเลือกให้ไปนำเสนอในต่างประเทศด้วย จึงนำมาใช้ที่รพ.ศรีธัญญา ให้บริการกับประชาชนทั่วไป ปัจจุบันมี 2 ลักษณะ คือ แบบกดปุ่มที่แสงขึ้นด้วยมือที่เครื่องโดยตรง กับแบบหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ผู้บำบัดสัมผัสปุ่มจากหน้าจอ และหากได้งบประมาณมาก็จะพัฒนาให้ดีขึ้นกว่านี้”นิตยา กล่าว

ประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้ารับการทดสอบสมองที่จะสะท้อนถึงการมีปัญหาซึ่งเชื่อมโยงกับอารมณ์ จิตใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2528-7800 ต่อ 57894