วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สธ.เผยผู้บาดเจ็บเหตุท่อส่งแก๊สระเบิด กลับบ้านได้แล้ว 38 ราย

กระทรวงสาธารณสุข ให้การดูแลรักษาผู้บาดเจ็บ กรณีท่อส่งแก๊สระเบิด จ.สมุทรปราการ ขณะนี้รักษาตัวอยู่ในรพ. 24 ราย กลับบ้านได้แล้ว 38 ราย

วันนี้ (24 ตุลาคม 2563) นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้รับรายงานจาก นายแพทย์สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 6 ถึงกรณีเหตุการณ์ท่อส่งแก๊สระเบิดในนิคมอุตสาหกรรมเอเชีย (สุวรรณภูมิ) ที่จังหวัดสมุทรปราการ นั้น ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 รายและได้รับบาดเจ็บ 62 ราย ขณะนี้กลับบ้านได้แล้ว 38 ราย บาดเจ็บและรับการรักษาอยู่ 24 ราย โดยแบ่งอาการตามระดับความรุนแรง สีแดงจำนวน 6 ราย (ใส่ท่อช่วยหายใจ 4 ราย) สีเหลือง 9 ราย และสีเขียว 9 ราย ซึ่งทั้งหมดเข้ารับการรักษารพ.ในพื้นที่ และส่งต่อไปยังรพ.จังหวัดใกล้เคียง ดังนี้

1. โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 เป็นเพศชาย 1 ราย เพศหญิง 1 ราย อาการอยู่ในระดับสีเขียว

2. โรงพยาบาลบางบ่อ เป็นเพศชาย 1 ราย เพศหญิง 2 ราย อาการอยู่ในระดับสีเหลือง

3. โรงพยาบาลรามาธิบดี วิทยาเขตพญาไท เป็นเพศหญิง 1 ราย อาการอยู่ในระดับสีแดง

4. โรงพยาบาลพุทธโสธร เป็นเพศชาย 3 ราย อาการอยู่ในระดับสีแดง 1 ราย,สีเหลือง 2 ราย

5. โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เป็นเพศชาย 1 ราย อาการอยู่ในระดับสีแดง

6. โรงพยาบาลไทยนครินทร์ เป็นเพศชาย 2 ราย เพศหญิง 1 ราย อาการอยู่ในระดับสีแดง 1 ราย ,สีเหลือง 2 ราย

7. โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ เป็นเพศชาย 1 ราย อาการอยู่ในระดับสีแดง

8. โรงพยาบาลลาดกระบัง เป็นเพศชาย 3 ราย เพศหญิง 3 ราย อาการอยู่ในระดับสีแดง 1 ราย,สีเหลือง 1 ราย,สีเขียว 4 ราย

9. โรงพยาบาลสิรินธร เป็นเพศชาย 1 ราย อาการอยู่ในระดับสีเหลือง

10. โรงพยาบาลรวมชัยประชารักษ์ เป็นเพศชาย 1 ราย เพศหญิง 2 ราย อาการอยู่ในระดับสีเขียว

นายแพทย์เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอย่างเต็มที่ รวมทั้งส่งทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สอบสวนโรค คัดกรองสุขภาพประชาชน และตรวจคุณภาพอากาศ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าพื้นที่นั้นปลอดภัย ไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อสุขภาพประชาชน

         

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จากกองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 จังหวัดชลบุรี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ และแพทย์อาชีวเวชศาสตร์จากโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ลงพื้นที่สอบสวนเพื่อเฝ้าระวังและคัดกรองสุขภาพประชาชน ในพื้นที่จุดเกิดเหตุตำบลเปร็ง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ พบว่าส่วนใหญ่มีอาการแสบตา แสบคอ แสบจมูก เท้าบวม และมีอาการแสดงเล็กน้อย อาทิ เหนื่อยง่าย ปวดศรีษะ คัดจมูก มีผื่นแดง คันตามร่างกาย นอกจากนี้ยังได้ลงพื้นที่ตรวจวัดคุณภาพอากาศจำนวน 5 จุด

ได้แก่ 1.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านตะวันใหม่ 2.โรงเรียนเปร็งวิสุทยาธิบดี 3.อบต.เปร็ง 4.บ้านเลขที่ 114/1 หมู่ 4 ตำบลเปร็ง และ5. วัดเปร็ง ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในอาคาร โดยเครื่องตรวจวิเคราะห์คุณภาพอากาศภายในอาคารแบบอ่านค่าโดยตรง (IAQ) ตรวจวัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซฟอร์มัลดีไฮด์ ไฮโดรเจนซัลไฟล์ ก๊าซโอโซน ฝุ่น PM10 และ ฝุ่น PM2.5 พบว่าไม่เกินค่ามาตรฐานในทุกจุดตรวจวัด (อ้างอิงตามมาตรฐานคุณภาพภายในอาคารประเทศสิงคโปร์ 2009 ) และผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศภายนอกอาคาร โดยเครื่องมือตรวจวัดปริมาณแก๊สในอากาศ ตรวจวัดเบนซีน, เอทิลีน, โทลูอีน, ไซลีน, สไตรีน พบว่าทั้ง 5 จุดปริมาณสารเคมีดังกล่าว ไม่เกินค่าขีดจำกัดการรับสัมผัสสารเคมีทางการหายใจ ระดับ 1 ตามประกาศกรมควบคุมมลพิษเรื่องค่าขีดจำกัดการรับสัมผัสสารเคมีทางการหายใจแบบเฉียบพลัน