วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.ศึกษา6ญัตติแก้รธน. กลับลำไม่ขยายเวลาถก จ่อชงปธ.สภาสัปดาห์หน้า

กมธ.ศึกษาแก้รธน. ไปต่อไม่ไหวไม่ขยายเวลา คาดส่งประธานรัฐสภาได้สัปดาห์หน้า "ชัยวุฒิ" ยัน สมาชิกรัฐสภายินดีแก้ไขบางประเด็น ขอให้อดทนรอเหตุต้องรอบคอบ

     เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 ต.ค. ที่รัฐสภา นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ 6 ฉบับก่อนรับหลักการ รัฐสภา แถลงว่า คณะกมธ.ฯจะพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ญัตติ ให้เสร็จภายในวันที่ 22 ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นการพิจารณาตามกำหนดเวลา 30 วัน คาดว่าจะส่งให้สภาได้ในวันที่ 26 - 27 ต.ค.นี้ เพื่อให้ประธานรัฐสภา บรรจุระเบียบวาระการประชุม และคาดว่าจะพิจารณาได้สัปดาห์หน้าหรือต้นเดือนพ.ย. ดังนั้น การทำงานของคณะกมธ.ฯ จึงเป็นไปตามกำหนด อย่างไรก็ตาม ในส่วนของความเห็นเรื่องการให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ความเห็นยังเป็น 2 แนวทาง คือ 1.สามารถทำได้โดยการตั้งส.ส.ร. และมีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และ2.ยังทำไม่ได้ เพราะขัดต่อคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญในอดีตเมื่อปี 2555 ว่าการจะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องทำประชามติก่อนจะมีการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงต้องให้สมาชิกรัฐสภาตัดสินใจในวันที่พิจารณารับหลักการอีกครั้ง ส่วนญัตติอื่นๆกมธ.ได้พิจารณาข้อดี ข้อเสีย และหาข้อสรุปเพื่อให้สมาชิกรัฐสภาตัดสินใจต่อไป

      นายชัยวุฒิ กล่าวอีกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญต้องทำด้วยความรอบคอบ เพราะมีข้อจำกัดหลายเรื่องไม่ใช่ว่าเราอยากจะแก้ได้ทุกเรื่อง นอกจากจะพูดถึงมาตรา 256 ยังมีมาตรา 255 ที่เขียนไว้ชัดเจนว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบรัฐจะกระทำมิได้ ซึ่งการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญเราต้องพิจารณามาตรา 255 ประกอบด้วย

      เราจึงเขียนในญัตติของฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล ว่าเราจะไม่มีการแก้ไขในหมวด 1 และหมวด 2 แต่ก็มีกระแสของบุคคลบางกลุ่มที่อยากให้แก้ทั้งฉบับ ซึ่งอาจจะขัดกับมาตรา 255 ดังนั้น การดำเนินการต่างๆจึงต้องพิจารณาให้รอบคอบ และสามารถทำได้ในทางกฎหมายด้วย

      เมื่อถามว่า สามารถพิจารณาได้ทันในการประชุมสภาสมัยวิสามัญที่คาดว่าจะเปิดในสัปดาห์หน้าหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตนยังไม่แน่ใจว่าวันไหน แต่ตามปกติก่อนจะนัดประชุมรัฐสภาต้องมีการแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ซึ่งหากเป็นช่วงต้นสัปดาห์ตนคิดว่าไม่ทัน แต่อาจจะเป็นปลายสัปดาห์หรือต้นสัปดาห์ถัดไปอาจจะทัน ซึ่งตนคิดว่าการจะรอไปอีกสัปดาห์หรือสองสัปดาห์ ไม่น่าจะทำให้บ้านเมืองเสียหาย เพราะกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องใช้เวลาอยู่แล้ว ไม่ใช่วันสองวันแล้วจะเสร็จ เพราะเป็นกฎหมายสำคัญของประเทศ จึงอยากให้ประชาชนอดทน และยอมรับกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ผ่านการทำประชามติ และใช้กันมาตั้งแต่ปี 2560
       "สมาชิกรัฐสภาทุกคนเห็นพ้องกันว่ารัฐธรรมนูญอาจมีบางประเด็น บางมาตรา ที่ต้องแก้ไข และยินดีที่จะแก้ไข แต่ประเด็นที่มีความเป็นห่วงตอนนี้ คือเรื่องการตั้งส.ส.ร.เพื่อยกร่างใหม่ทั้งฉบับทำได้หรือไม่ และขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ นี่คือเรื่องใหญ่ที่ทำให้ถกเถียงกันนานเป็นพิเศษ" นายชันวุฒิ กล่าว