background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ส่องประวัติ ‘3 ปลัดคลัง’ ตัวเต็งนั่งเก้าอี้ ‘รัฐมนตรี’

ส่องประวัติ  ‘3 ปลัดคลัง’  ตัวเต็งนั่งเก้าอี้ ‘รัฐมนตรี’

หลังจาก “ปรีดี ดาวฉาย” ประกาศ “ลาออก” จากตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือ “รมว.คลัง” แบบฟ้าผ่า แม้จะเข้ารับตำแหน่งได้เพียงแค่ 21 วัน

ทำให้ “รัฐบาล” ต้องเร่งเฟ้นหาตัวบุคคลเพื่อมารับตำแหน่งดังกล่าวโดยเร็วที่สุด เพราะจะปล่อยให้ตำแหน่ง “แม่ทัพ” จากกระทรวงนี้ว่างนานไม่ได้ เนื่องจาก เป็นกระทรวงสำคัญในการ “พยุง” และ “ขับเคลื่อน” เศรษฐกิจ ท่ามกลางวิกฤติโควิด

เวลานี้เริ่มมีการ “ปล่อยรายชื่อ” บุคคลที่มีคุณสมบัติในการเข้ารับตำแหน่งดังกล่าวออกมามากมาย โดยรายชื่อที่คนในแวดวงเศรษฐกิจการเมืองสะดุดตามากสุด คือ “3ขุนพล” จากกระทรวงการคลังเอง โดยทั้ง 3 คนนี้ ล้วนเป็น “อดีต” และ “ว่าที่อดีต” ปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งก็คือ 1.รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ 2.สมชัย สัจจพงษ์ และ 3.ประสงค์ พูนธเนศ ซึ่งคนสุดท้ายกำลังจะเกษียณอายุราชการในตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังสิ้นเดือนก.ย.นี้

ว่ากันว่า ทั้ง 3 คนนี้ คือคนที่อยู่ในใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะทาบทามมานั่งในตำแหน่ง “รมว.คลัง” เนื่องจากทั้ง 3คน ล้วนเป็นผู้ที่เคยผ่านงานในกระทรวงการคลังมา โดยเฉพาะงานดูแลนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สามารถวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังคุ้นเคยกับการทำงานร่วมกับฝ่ายการเมืองเป็นอย่างดีด้วย

คนแรก “สมชัย สัจจพงษ์” นับเป็นข้าราชการไฟแรง ฉายแววการเป็น “ผู้นำ” และถูกคาดการณ์ว่าจะได้มานั่งเป็น “ปลัดกระทรวงการคลัง” ตั้งแต่เขายังเป็นข้าราชการในระดับล่าง เนื่องจาก “สมชัย” มีความรู้ด้านการเงินการคลังเป็นอย่างดี

ปัจจุบัน “สมชัย” มีตำแหน่งเป็น ประธานกรรมการ บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ฉะนั้น จึงถือเป็นบุคคลที่สามารถทำงานทั้งในแวดวงข้าราชการและเอกชนได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่า เป็น“ปลาสองน้ำ” ประกอบกับ ด้วยบุคลิกส่วนตัวที่เป็นคนแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา สามารถรับมือและทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้ จึงเป็นที่ต้องการและเหมาะสมสำหรับการบริหารเศรษฐกิจในยุคนี้

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ “สมชัย” ได้ “ลาออก” จากราชการก่อนที่เขาจะเกษียณอายุ เนื่องจากไม่สบายใจที่ถูกโยกไปนั่งในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ในช่วงเดือนเม.ย.2561 และนี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เขา “ปฎิเสธ” ที่จะรับตำแหน่งดังกล่าว

นอกจากนี้ ด้วยจังหวะที่ยังไม่เหมาะสม ทั้งในแง่สถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้ที่เรียกได้ว่า ใครเข้ามาบริหาร ก็ไม่สามารถพลิกฟื้นได้ดั่งใจ เพราะถูกรุมเร้าทั้งสถานการณ์โควิด-19 ประกอบกับ ปัญหาการเมืองทั้งในภาพใหญ่ และ ในภาพเล็กภายในกระทรวงการคลังเอง ด้วยปัจจัยดังกล่าว ถือเป็นสาเหตุให้หลายคนปฏิเสธเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งก็น่าจะรวมถึง“สมชัย”ด้วยเช่นกัน

160078080721

สำหรับ “รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์” นั้น ผ่านงานในกระทรวงการคลังมามากมาย โดยช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง เขายังนั่งควบตำแหน่งประธานคณะกรรมการธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นช่วงที่มีกระแสข่าวว่ากระทรวงการคลังจะขายหุ้นที่ถืออยู่ในธนาคารทหารไทยออกไป ซึ่งช่วงเวลานั้นเอง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่ได้นั่งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้นั่งเป็นกรรมการของธนาคารทหารไทยด้วย

ด้วยฝีไม้ลายมือ ทำให้เมื่อ“รังสรรค์”หมดวาระการดำรงแหน่งปลัดกระทรวงการคลังในเดือนก.ย.2558 เขาก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นข้าราชการการเมืองสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนั้น พลเอกประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันเขาได้พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวแล้ว และด้วยตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ทำให้เขาเป็นหนึ่งในรายชื่อที่คาดว่า ถูกทาบทามให้นั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีคลังเช่นกัน

ส่วน “ประสงค์ พูนธเนศ” ถือเป็นตัวเลือกที่ “ดีที่สุด” ในขณะนี้ นอกจากเขาจะเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถทางด้านการคลัง โดยเฉพาะด้านการจัดเก็บภาษี ซึ่งก่อนที่เขาจะรับตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง เขายังนั่งในตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร และกรมศุลกากร ซึ่งเป็นกรมจัดเก็บรายได้อันดับต้นๆของประเทศ และในฐานะข้าราชการประจำ เขายังเป็นบุคคลที่ร่วมดำเนินโยบายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจกับรัฐบาลชุดนี้มาตั้งแต่ต้น

ทั้งยังเป็นบุคคลที่นายกรัฐมนตรีไว้วางใจมากที่สุดคนหนึ่ง ซึ่งสอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่า รัฐบาลจะได้บุคคลเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ในช่วงเดือนต.ค.นี้ ฉะนั้น หากดูไทม์ไลน์ดังกล่าว ก็เป็นช่วงที่“ประสงค์”จะเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือนก.ย.นี้

ก่อนหน้านี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม“ประสงค์”เกี่ยวกับการถูกทาบทามเข้ารับตำแหน่ง โดยเขาไม่ได้ปฏิเสธ แต่ก็ไม่ได้ตอบรับ บอกเพียงว่า ขณะนี้ ขอปฏิบัติทำหน้าที่ข้าราชการก่อน ขณะที่ ในช่วงที่ผ่านมา เขาไม่เคยแสดงความจำนงที่จะเข้ามารับตำแหน่งใดๆทางการเมือง และต้องการพักผ่อนหลังเกษียณอายุราชการ

อย่างไรก็ดี ท้ายที่สุดแล้ว เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะตกเป็นของใคร คงต้องรอลุ้นกันในช่วงเดือนต.ค.นี้ แต่ที่แน่ๆ ตำแหน่งนี้ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของประชาชน เป็นปัญหาใหญ่ที่รอการแก้ไข และ วัดฝีมือขุนคลัง