background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'กกร.' ชง 'ปรีดี ดาวฉาย' ฟื้นเศรษฐกิจ ผุดคณะทำงาน แก้อุปสรรคการลงทุน

'กกร.' ชง 'ปรีดี ดาวฉาย' ฟื้นเศรษฐกิจ ผุดคณะทำงาน แก้อุปสรรคการลงทุน

เอกชนตั้งคณะทำงานEase of doing business รอทำงานกับ “ปรีดี ดาวฉาย” รมว.คลังคนใหม่ เสนอแก้ปัญหาอุปสรรคในการทำธุรกิจ ผ่อนเกณฑ์ปล่อยซอฟท์โลน ขยายเพดานลดค่าโอน-จำนองสำหรับอสังหาฯ ราคาไม่เกิน 50 ล้าน 

นายสุพันธ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการร่วมเอกชน 3 สถาบันฯ (กกร.) ได้มีการหารือถึงเรื่องที่จะเสนอให้

นายปรีดี ดาวฉาย ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณาประเด็นสำคัญๆ ได้แก่การตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนในการแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน รวมไปถึงการเสนอให้มีการแก้ไขและปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัย

ทั้งนี้ การทำงานร่วมกันของภาครัฐและเอกชนในเรื่องนี้จะทำให้การจัดอันดับความยาก-ง่ายในการดำเนินธุรกิจ (Ease of doing business) ของประเทศไทยที่จะมีการจัดอันดับโดยธนาคารโลก (World Bank) เป็นประจำทุกปีมีโอกาสที่จะมีอันดับดีขึ้นด้วย โดยล่าสุดไทยอยู่ในอันดับ ที่ 21 จาก 190 ประเทศ เป็นอันดับ 3 ในอาเซียนทั้งนี้การประกาศการจัดอันดับครั้งต่อไปคาดว่าจะมีในเดือน ต.ค.2563 

นายสุพันธ์ กล่าวต่อว่าส่วนเรื่องอื่นๆที่ภาคเอกชนต้องการเสนอให้รัฐบาลพิจารณาคือมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ได้แก่การขยายมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ที่รัฐบาลเคยให้กับภาคเอกชนออกไปจนถึงสิ้นปี 2563 เช่นการยืดการพักชำระหนี้ การยืดระยะเวลาลดอัตราดอกเบี้ย เป็นต้น รวมถึงการพิจารณามาตรการช่วยเหลือ

เอสเอ็มอีเพิ่มเติมทั้งการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเอสเอ็มอี 5 หมื่นล้านบาท การเพิ่มเงื่อนไขการคำ้ประกันเงินกู้ซอฟโลนท์ให้กับเอสเอ็มอีโดยให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันสินเชื่อให้กับเอสเอ็มอีต่อเนื่องหลักจากระยะเวลา 2 ปีซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การค้ำประกันของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หมดลง เพื่อให้สถาบันการเงินมีความมั่นใจในการปล่อยกู้ได้มากขึ้น 

นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจอื่นๆอีกมากโดยเสนอให้ลดค่าธรรมเนียมในการจำนองและค่าธรรมเนียมในการโอนจากปัจจุบันที่กำหนดให้ลดสำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ควรปรับเปลี่ยนเป็นขยายให้สำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่ราคาไม่เกิน 50 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ผู้ที่มีกำลังซื้อตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาแพงได้ง่ายขึ้นซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม 

ด้านนายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังขาดแรงขับเคลื่อน ยังมีความเปราะบางอยู่หลายส่วนโดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวที่เคยสร้างรายได้ให้กับประเทศสูงถึง 2 ล้านล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ส่วนที่ภาคเอกชนเป็นห่วงมาก คือ สถานการณ์การจ้างงานที่ยังคงมีความเปราะบาง โดยยังคงมีโอกาสที่จะเห็นการปลดพนักงานในอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มอีกในช่วงที่เหลือของปี

นายสนั่น อังอุบลกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า เอสเอ็มอีที่มีปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งที่ผ่านมาเงินช่วยเหลือซอฟโลน ผู้ประกอบการยังไม่สามารถเข้าถึงได้ ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบต่อลมหายใจให้กับเอสเอ็มอีก่อนเดือนต.ค.ที่มาตรการผ่อนผันการชำระหนี้จะหมดลงไม่เช่นนั้นจะเอสเอ็มอีจะล้มหายไปอีก 

ในส่วนของการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นต้องยอมรับขณะนี้ยังไม่สัญญาณที่ดีมากนัก เพราะปัญหาของโควิด-19 จะหวังการส่งออกก็คงยาก เพราะปีนี้ส่งออกคงติดลบ 10 % ขณะที่การท่องเที่ยวยังน่าห่วง เพราะประเทศไทยยังปิดประเทศไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพราะกังวลการระบาดของโควิด-19

“สิ่งที่จะได้คือการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศโดยเฉพาะการสร้างงาน เช่น การลงทุนในโครงการต่างๆ ในพื้นที่เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจ ซึ่งน่าจะช่วยกระตุ้นได้ระดับหนึ่งและจะเป็นการช่วยลดการว่างงานลงได้"

ทั้งนี้  กกร.ลดประมาณการเศรษฐกิจปี 2563 จากเดิมคาดว่าจะติดลบ 8% ถึงลบ 5% ปรับเป็นติดลบ 9% ถึงลบ 7% ส่วนการส่งออกคาดว่าจะติดลบเพิ่มเช่นกันจากเดิมที่คาดว่าจะติดลบ 10% ถึงลบ 7% เป็นลบ 12 ถึงลบ 10% ส่วนอัตราเงินเฟ้อคาดว่าอยู่ที่ลบ 1.5% ถึงลบ 1% เท่ากับที่คาดการณ์ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา