background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

พปชร.ดักคอ 'ช่อ' อย่าใช้ประเด็นยิงเลเซอร์ กลบเงินบริจาค 'เมย์เดย์'

พปชร.ดักคอ 'ช่อ' อย่าใช้ประเด็นยิงเลเซอร์ กลบเงินบริจาค 'เมย์เดย์'

"รองโฆษก" พปชร. ดักคอ "ช่อ" อย่าใช้ ประเด็น ยิงเลเซอร์ กลบ เงินบริจาค "เมย์เดย์" เร่งโชว์หลักฐาน พิสูจย์ความโปร่งใส

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ อดีตผู้สมัครส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวถึง กรณีที่นางสาวพรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้าออกมาตั้งข้อสังเกตต่อการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องของกิจกรรมพฤษภา 35/53 ความจริงต้องปรากฏที่ทางคณะก้าวหน้าเป็นผู้จัดขึ้นนั้น

แสดงให้เห็นว่า เป็นข้อสังเกตที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจกฎหมาย ไม่มีสติและขาดเหตุผล หยุมหยิมงอแงในเรื่องที่ไม่ใช่ประเด็น พยายามบิดเบือนว่าการกระทำดังกล่าว เป็นเสรีภาพของกลุ่มศิลปินที่แสดงออกและรัฐต้องการลิดรอนเสรีภาพ ทั้งที่ความจริงคือศิลปินและผู้เกี่ยวข้องดำเนินกิจกรรมภายใต้การจัดการจัดจ้างของคณะก้าวหน้า และกิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย

“น.ส. พรรณิการ์และคณะก้าวหน้าได้ออกมายอมรับต่างกรรมต่างวาระเองว่า เป็นผู้ริเริ่มจัดกิจกรรมดังกล่าว ดังนั้นการแสดงออกของศิลปินเป็นการสร้างสรรค์ที่อยู่ภายใต้การจัดการจัดจ้างของคณะก้าวหน้า คณะก้าวหน้าอาจเข้าข่ายเป็นตัวการในการกระทำความผิดนี้ ซึ่งการที่ น.ส. พรรณิการ์ ประกาศว่า คณะก้าวหน้าจะช่วยเหลือผู้ที่ถูกหมายเรียกทุกคนนั้น ก็ไม่ได้เป็นเรื่องของน้ำใจในการแสดงความรับผิดชอบตามที่ น.ส. พรรณิการ์กล่าวอ้างใช่หรือไม่ " รองโฆษก พปชร. กล่างและว่า

สิ่งที่ต้องตระหนักว่าเป็นหน้าที่รับผิดชอบที่คณะก้าวหน้ามีหน้าที่ต้องทำในฐานะตัวการผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิด บุคคลทั้งหมดที่ถูกหมายเรียกใน “ฐานะพยาน” อาจเป็นเพราะดำเนินกิจกรรมตามที่ ”คณะก้าวหน้าริเริ่ม” จัดขึ้น และกิจกรรมดังกล่าวก็เป็นกิจกรรมที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย นี่เป็นข้อเท็จจริงที่อาจกำลังถูกบิดเบือนสู่สังคม

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า จากการตั้งข้อสังเกตของ น.ส.พรรณิการ์ ว่าหมายเรียกใช้เวลาเกือบ 2 เดือนและออกมาเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ก่อนจะมีการจัดกิจกรรมการฉาย hologram ของกลุ่มนักกิจกรรมฟื้นฟูประชาธิปไตยนั้น เป็นการตั้งข้อสังเกตที่หยุมหยิม คล้ายจุกจิกแบบผู้หญิงไร้เหตุผลที่เอาแต่ใจตนเองหรือไม่ เพราะหากเจ้าหน้าที่ออกหมายเรียกเร็ว ก็จะถูกตั้งแง่ว่ารีบร้อนทำคดี มีใบสั่ง กลั่นแกล้งโยนคดีให้ พอเจ้าหน้าที่ใช้เวลาดำเนินการเกือบ 2 เดือนเพื่อความรอบคอบรัดกุมในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อไม่ให้รบกวนสิทธิ ก็กลับถูกติติงว่าช้าและอาจจงใจขัดขวางการฉาย hologram  เข้าข่าย “เร็วก็ว่าช้าก็บ่น”

สำหรับที่ น.ส. พรรณิการ์ กล่าวอ้างลอยๆ ให้สัมภาษณ์โดยไม่มีพยานหลักฐานว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องโดนตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเข้าตรวจสอบและคุกคามถึงบ้านโดยที่ไม่ได้ตั้งข้อหาว่าทำผิดอะไรนั้น อาจเป็นการตั้งแง่งอแง หลงเข้าใจผิดไปเองของน.ส.พรรณิการ์  ทั้งนี้หากมีการคุกคามจริง  ผู้ถูกคุกคามสามารถร้องเรียนพร้อมพยานหลักฐานได้ตามกระบวนการทางกฎหมาย 

ดังนั้นหลายๆเรื่องที่ผ่านมา เมื่อทราบเหตุผลและข้อมูล ความรู้ทางกฎหมายแล้ว น.ส.พรรณิการ์ควรหลีกเลี่ยงการแสดงข้อสังเกตที่อาจมีความอคติ เอาแต่ใจตน กล่าวอ้างลอยๆ ไม่มีหลักฐาน ส่อไปในทางบิดเบือน และดำเนินการรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อผู้ที่ถูกหมายเรียกที่กระทำกิจกรรมที่อาจฝ่าฝืนกฎหมายโดยมีคณะก้าวหน้าเป็นตัวการ ริเริ่มจัดการจัดจ้างบุคคลดังกล่าว และนอกจากนี้ ควรรีบดำเนินการแสดง “หลักฐานพิสูจน์” ความโปร่งใสของรายรับรายจ่ายกิจกรรม “เมย์เดย์” ด้วย ว่าเงินบริจาคอยู่ตรงไหนอย่างไร ไม่ควรปล่อยให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่านำเรื่องใหม่มากลบเรื่องเก่า