อินเดีย-จีน ‘ลดตึงเครียด’ ลาดักห์

อินเดีย-จีน ‘ลดตึงเครียด’ ลาดักห์

เมื่อเร็วๆ นี้ เกิดการปะทะกันระหว่างทหารอินเดียและจีน จากประเด็นขัดแย้งเรื่องข้อพิพาทพรมแดนในแถบหิมาลัย ซึ่งกระทบต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี แต่ล่าสุดทั้งสองประเทศพยายามลดความตึงเครียดในพื้นที่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

อินเดียและจีนเป็นสองมหาอำนาจในภูมิภาคเอเชีย ต่างฝ่ายต่างมีประชากรพันกว่าล้านคน เศรษฐกิจขนาดใหญ่ มีชายแดนติดกันยาวเหยียด และมีข้อพิพาทดินแดนตลอดแนวชายแดน เมื่อเร็วๆ นี้ทหารทั้งสองฝ่ายเพิ่งตะลุมบอนกันเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์บานปลายทั้งสองฝ่ายต้องรีบระงับศึก

อินเดียและจีน เห็นชอบเมื่อวันพุธ (17 มิ.ย.) ผ่อนคลายความขัดแย้งระหว่างกันเรื่องข้อพิพาทพรมแดนในแถบหิมาลัย แม้ต่างฝ่ายต่างโทษกันไปมาถึงเหตุปะทะที่ทำให้ทหารอินเดียเสียชีวิตอย่างน้อย 20 นาย

จากเหตุทหารจีนและอินเดียตะลุมบอนกันอย่างรุนแรง ทั้งดวลกำปั้น ไม้กระบอง และปาหินเข้าใส่กันในพื้นที่พิพาทบริเวณหุบเขากัลวาน ภูมิภาคลาดักห์ บนเขาหิมาลัย ฝั่งตรงข้ามกับทิเบต เมื่อวันจันทร์ (15มิ.ย.)  

การปะทะกันครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่มีทหารเสียชีวิต ทหารอินเดียเสียชีวิตอย่างน้อย 20 นาย แต่จีนไม่ยืนยันว่าทหารเสียชีวิตหรือไม่ กระนั้นสื่ออินเดียรายงานว่า ทหารจีนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัสอย่างน้อย 40 นาย

159250337882

ต่อมาในวันพุธ (17 มิ.ย.) หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน และสุพรหมณยัม ชัยศังกระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ต้องยกหูโทรศัพท์หารือกัน

ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่แหล่งข่าวเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า อินเดียกำลังส่งทหารเข้าไปยังพื้นที่พิพาท ขณะเดียวกันสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีน เผยภาพรถถังและทหารของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนซ้อมรบกระสุนจริงในทิเบต

กระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงว่า รัฐมนตรีหวังต้องการให้อินเดียสอบสวนเหตุนี้โดยละเอียด และลงโทษผู้มีส่วนรับผิดชอบ

“ฝ่ายอินเดียจะต้องไม่เข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันผิดไปและต้องไม่ดูแคลนเจตนารมณ์อันแข็งแกร่งของจีนในการปกป้องอธิปไตยเหนือดินแดน”

ขณะที่แถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศอินเดียระบุ รัฐมนตรีชัยศังกระถ่ายทอดข้อความการประท้วงของรัฐบาลอินเดียถึงรัฐมนตรีต่างประเทศจีน ว่าเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี พร้อมเรียกร้องรัฐบาลปักกิ่ง “ดำเนินการให้ถูกต้อง”

แต่แม้กระทรวงต่างประเทศจะแถลงตอบโต้กัน รัฐมนตรีทั้งสองคนก็พยายามลดความตึงเครียดในเวลาเดียวกันด้วย ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบลดความตึงเครียดในพื้นที่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมทั้งบังคับใช้ข้อตกลงที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ และจะไม่ดำเนินการใดๆ ให้เหตุการณ์บานปลาย

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเพรสทรัสต์ออฟอินเดีย รายงานว่า อนุรักษ์ ศรีวาสตวา โฆษกกระทรวงต่างประเทศอินเดีย กล่าวเมื่อคืนวันพุธว่า “การกล่าวอ้างเกินไปในเรื่องไม่จริง ไม่ใช่การลดความตึงเครียด”

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ (15 มิ.ย.) ที่ระดับความสูง 4,500 เมตรในหุบเขากัลวานบดบังข่าวอื่นๆ ของสื่ออินเดียไปหมด ชาวเน็ตทั้งสองประเทศเอาไปโหมกระพือกันอย่างร้อนแรงในโซเชียลมีเดีย

ในอินเดียเกิดการประท้วงเล็กๆ หลายกลุ่ม เรียกร้องให้บอยคอตสินค้าจีน บางคนเผารูปประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แถลงกับประชาชนว่า “ความตายของทหารจะต้องไม่สูญเปล่า”

159250423742

แหล่งข่าวหลายรายเผยกับเอเอฟพีว่า ตลอดคืนวันอังคาร เครื่องบินลำเลียงทหารบินไปจอดในเมืองเลห์ เมืองเอกของภูมิภาคลาดักห์ฝั่งตรงข้ามทิเบตหลายเที่ยว ซึ่งการบินตอนกลางคืนแบบนี้ไม่ค่อยมีบ่อยนัก

อินเดียกับจีนมีพรมแดนข้อพิพาทยาวถึง 3,500 กม. ไม่มีการติดอาวุธบริเวณพรมแดน เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากันเต็มรูปแบบ การปะทะเดือดเมื่อวันจันทร์ จึงเป็นการต่อสู้กันด้วยมือเปล่าไม่ใช่ยิงปะทะ

แหล่งข่าวในกองทัพอินเดียรายหนึ่งเผยว่า เป็นการตะลุมบอนตัวต่อตัวอย่างดุเดือด ด้านสื่ออินเดียรายงานว่า ทหารจีนใช้ท่อนเหล็กและกระบองตอกตะปูเข้าต่อกร ทหารอินเดียหลายนายเสียชีวิตเพราะถูกชกหรือผลักจากแนวสันเขาไปกระแทกก้อนหิน แล้วตกลงสู่สายธารน้ำแข็งเบื้องล่าง

“พวกเขาลอยละลิ่วลงมาเหมือนวัตถุร่วง” แหล่งข่าวเล่าเหตุการณ์

ผลการชันสูตรศพจำนวนหนึ่งระบุ สาเหตุการตายเบื้องต้นมาจากการจมน้ำ และดูเหมือนเป็นการตกลงจากที่สูงลงแม่น้ำเพราะมีบาดแผลที่ศีรษะ

ล่าสุดวานนี้แหล่งข่าวหลายรายเผยว่า ทหารอินเดียยังสูญหายอีก 6 นาย

ทว่า เรื่องเล่าจากสองฝ่ายย่อมแตกต่างกัน รัฐบาลปักกิ่งกล่าวว่า ทหารอินเดียข้ามเส้นกั้นพรมแดน 2 ครั้งมายั่วยุและโจมตีทหารจีน ด้านนิวเดลีกล่าวว่า ฝ่ายจีนพยายามสร้างสิ่งปลูกสร้างในหุบเขาในเขตของอินเดีย เป็นการดำเนินการที่วางแผนไว้อย่างดีหวังให้เกิดความรุนแรง

นานาประเทศในเวทีโลกต่างแสดงความเห็นในเรื่องนี้ สหรัฐขอให้ทั้งสองฝ่ายหาทางออกอย่างสันติ สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องให้อดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด รัสเซียยินดีกับข่าวที่ว่า หลังเกิดเหตุสองชาติเพื่อนบ้านติดต่อกันอย่างสันติ

ที่ผ่านมา ทั้งอินเดียและจีนไม่เคยยอมรับ “เส้นควบคุมแท้จริง” (แอลโอซี) ซึ่งเป็นเส้นพรมแดนอันยาวเหยีดระหว่างสองประเทศเลย เมื่อปี 2505 เคยเกิดสงครามขึ้นช่วงสั้นๆ ต่อมาเกิดการปะทะนองเลือดกันในปี 2510 และเกิดการยิงถล่มกันครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2518 ทหารอินเดียเสียชีวิต 4 นาย

ปี 2560 กองทัพจีนเคลื่อนเข้าสู่ที่ราบสูงด็อกลัม ที่เป็นดินแดนข้อพิพาทบริเวณชายแดนจีน อินเดีย ภูฏาน ทหารอินเดียและจีนเผชิญหน้ากันเป็นเวลา 72 วัน ส่วนความตึงเครียดรอบล่าสุดเริ่มขึ้นเมื่อต้นเดือน พ.ค. ทหารทั้งสองฝ่ายปะทะกันด้วยกำปั้นและปาหินเข้าใส่กัน บาดเจ็บหลายนาย

แต่จะว่าไปแล้วความขุ่นเคืองนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือน ส.ค.ปีก่อน ตอนที่อินเดียยกเลิกสถานะกึ่งปกครองตนเองของแคชเมียร์ แยกลาดักห์ที่จีนก็อ้างกรรมสิทธิ์บางส่วนด้วย ให้เป็นเขตบริหารใหม่

การกระทำของอินเดียยังสร้างความขุ่นเคืองให้กับปากีสถานพันธมิตรจีน และมีโครงการระเบียงเศรษฐกิจตัดผ่านแคชเมียร์ในความควบคุมของปากีสถาน ที่อินเดียก็อ้างกรรมสิทธิ์เช่นกัน