ชี้ชัดผ่อนคลายระยะที่ 2 เปิดห้าง 15 พ.ค.นี้

ชี้ชัดผ่อนคลายระยะที่ 2 เปิดห้าง 15 พ.ค.นี้

สธ.พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 5  ราย รวมยอดสะสม 3,009  ราย ใน 68  จังหวัด ระบได้ข้อสรุปผ่อนคลายระยะที่ 2 เปิดห้าง 15 พ.ค.นี้ เผยการติดตามพุ่งเป้าเชิงบุคคลมากกว่าเชิงพื้นที่ ฝากประชาชนติดตามแอปพลิเคชั่นของรัฐ ร่วมให้ข้อมูล เฝ้าระวังการแพร่ระบาดโควิด-19

ผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 5 ราย ยอดสะสม 3,009  ราย

วันนี้ (10 พฤษภาคม 2563) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงข่าว สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ประจำวันนี้ ว่า ประเทศไทยพบจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 5 ราย รวมยอดสะสม 3,009 ราย ใน 68 จังหวัด รักษาหายกลับบ้านเพิ่ม   7 ราย รวม 2,794 ราย หรือร้อยละ 92.8% และผู้ป่วยรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 159 รายทั้งนี้ ผู้ป่วยยืนยัน จำแนกตามพื้นที่รักษา แบ่งเป็น กรุงเทพฯ นนทบุรี 1,702  ราย ภาคเหนือ 94 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 111 ราย ภาคกลาง 383 ราย และภาคใต้ 719 ราย

สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ วันที่ 10 พฤษภาคม จำนวน 5  ราย ได้แก่ รายที่ 1 หญิงไทย อายุ 44 ปี ภูมิลำเนากรุงเทพมหานคร มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า มีอาการไอ หายใจลำบาก ถ่ายเหลว เมื่อวันที่ 5 พ.ค.  รายที่ 2 ชายไทย อายุ 80 ปี  ภูมิลำเนา จ.นราธิวาส เป็นผู้สัมผัสของผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ รายที่ 3  เป็นหญิงไทย อายุ 41 ปี กลับมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ วันที่ 2 พ.ค.  และรายที่ 4-5 เป็นชายไทยอายุ 26 ปีและ 27 ปี  เป็นนักศึกษา กลับมาจากปากีสถาน วันที่ 7 พ.ค.และมีอาการป่วย ขณะที่เข้า  Start Quarantine นอกจากนั้น ในเช้าวันที่10 พ.ค. ทางจ.ภูเก็ต ได้มีการรายงานผู้ป่วยรายใหม่ 4 ราย ซึ่งผลแลปดังกล่าวไม่ได้รวมกับที่รายงานไป 5 คน แต่ทั้งนี้ใครที่อยู่ในพื้นที่จ.ภูเก็ต หากมีอาการขอให้ไปตรวจกับทางโรงพยาบาล   

สถานการณ์ทั่วโลก 208 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ 2 เรือสำราญ มีผู้ติดเชื้อรวม 4,100,778 ราย อาการหนัก 47,681 ราย รักษาหาย 1,440,884 ราย เสียชีวิต 280,432 ราย โดย 10 อันดับที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด อันดับที่ 1 ยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา ถัดมา ได้แก่ สเปน อิตาลี สหราชอาณาจักร รัสเซีย ฝรั่งเศส เยอรมนี บราซิล ตุรกี และอิหร่าน ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 66

กรุงโซล เกาหลีใต้ ปิดคลับ บาร์ยามราตรีไม่มีกำหนด

โฆษก ศบค. กล่าวต่อว่าสำหรับประเด็นที่น่าสนใจในต่างประเทศนั้น สาธารณรัฐเกาหลี โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของเกาหลีใต้ได้แถลงว่า ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เมื่อวานนี้ (9 พ.ค.)มี 18 รายในจำนวน 17 ราย มีความเชื่อมโยงกับผู้ป่วยชายวัย29 ปี ที่มีประวัติเที่ยวคลับและบาร์ย่านอิแตวอน ในกรุงโซลสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนายรัฐมนตรีเกาหลีใต้ได้สั่งการให้ติดตามผู้ที่ไปสถานที่ดังกล่าวในวันและเวลา เดียวกับผู้ป่วยรายนี้มาตรวจหาเชื้อ คาดว่าจะมีมากถึง 1,500 คน แต่ไม่ให้เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้บุคคลเหล่านี้ยอมพบเจ้าหน้าที่เพื่อเข้ารับการตรวจ ส่วนนายกเทศมนตรีกรุงโซลออกคำสั่งให้คลับ บาร์และสถานท่องเที่ยวยามราตรีในกรุงโซลปิดบริการไม่มีกำหนด

ยอดสะสมผู้เดินทางเข้าประเทศที่ต้องกักกันในที่ของรัฐ

 นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวต่อไปว่าจำนวนผู้เดินทางเข้าประเทศที่ต้องกักตัวในที่กักกันของรัฐนั้น State Quarantine และ Local Quarantine ข้อมูลสะสมตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.ถึง 9 พ.ค.2563 มีจำนวนสะสม 15,699 ราย กลับบ้านได้แล้ว 6,229 ราย และพบเชื้อสะสม 90 ราย ส่วนการดำเนินการตามมาตรการของพรก.ฉุกเฉิน ฯ และเคอร์ฟิว ยอดสะสมรายสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.ถึง 3 พ.ค. พบว่า มีผู้กระทำผิด เหตุของการชุมนุม มั่วสุม ยอดสะสมรวม 684 คน ออกนอกเคหสถาน  3,729 คน ผลการตรวจค้นยานพาหนะ 143,257 คัน ตรวจบุคคลที่ด่านตรวจ 187,592 คน  ทั้งนี้ สาเหตุของการออกนอกเคหสถาน 3 ลำดับแรก คือ ออกมาทำธุระ 33% อื่นๆ 32% เดินทางกลับที่พัก 19%  ขณะที่เหตุของการชุมนุม มั่วสุม 3 ลำดับแรก คือ ดื่มสุรา 69% ลักลอบเล่นการพนัน 22% และอื่นๆ 5% ดังนั้น อยากฝากพี่น้องประชาชนอย่าไปจับกลุ่มดื่มสุรา หรือเล่นการพนัน โดยเฉพาะการดื่มสุราไม่ได้มีการป้องกันตัวเอง หากมีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด -19 ก็จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคได้

คาดได้ข้อสรุปผ่อนคลายระยะที่ 2 เปิดห้าง 15 พ.ค.นี้

โฆษก ศบค. กล่าวอีกว่าหลังจากมีมาตรการผ่อนปรนกิจกรรม/กิจการต่างๆ ทางศูนย์ปฎิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ได้มีการตรวจกิจการ/กิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลาย  พบว่า ผลการตรวจวันที่ 9 พ.ค.2563 มีจำนวน 16,831 มีผู้ปฎิบัติตามมาตรการ 16,204 และไม่ปฎิบัติตามมาตรการ 627 แห่ง โดยผลการตรวจรายวัน มีผู้ปฎิบัติตามมาตรการวันที่ 9 พ.ค. คิดเป็น 3.74% ซึ่งอยากให้ทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือ ส่วนการผ่อนคลายมาตรการระยะที่ 2 ซึ่งจะมีการเปิดทดลองเปิดห้างสรรพสินค้า นั้น เรื่องดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของวิถีการที่ศบค. ชุดเล็กจะนำเสนอให้แก่ ศบค.ชุดใหญ่ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเป็นผู้พิจารณา ขณะนี้จึงยังไม่มีข้อสรุปว่าจะดำเนินการทดลองอย่างไร  หรือจะเริ่มในห้างไหน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในวันที่ 15 พ.ค.นั้น

“ขณะนี้ทุกห้างมีการเปิดทำการอยู่แล้ว เพียงแต่เปิดในบางกิจการ กิจกรรมเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้คาดว่าจะขยายกิจกรรม กิจกรรมไปเรื่อยๆ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้มีการจัดสินใจว่าวันที่ 13-14 พ.ค.นี้ จะมีการทดลองเปิดห้างอย่างไร เป็นเพียงข้อมูลจาก ศบค.ชุดเล็กเท่านั้น ต้องรอมติจากศบค.ชุดใหญ่ ดังนั้น การดำเนินเปิดกิจการ หรือกิจกรรม หรือเปิดห้างสรรพสินค้าอย่างใดนั้น ต้องเป็นความร่วมมือจากได้ทั้งผู้ที่ประกอบกิจการ หรือกิจกรรม  ผู้ใช้บริการหรือประชาชนทั่วไป และผู้ที่ต้องกำกับดูแล ทั้ง 3 ส่วนนี้ต้องไปด้วยกัน ถึงจะทำมาตรการผ่อนปรนประสบความสำเร็จ  ส่วนการเปิดโรงภาพยนตร์นั้นยังไม่มีการหารือในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ถ้าหากประชาชนอยากให้เกิดขึ้นอะไร ก็สามารถตอบแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการใช้พรก.ฉุกเฉินฯ และมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างไร สามารถตอบแบบสอบถามและเสนอได้”นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าว

มุ่งติดตามเฝ้าระวังเชิงบุคคลมากกว่าเชิงพื้นที่

นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวด้วยว่า ในการติดตามผู้ป่วยยืนยันนั้น ตอนนี้ไม่ได้เป็นการติดตามเชิงพื้นที่ แต่เป็นการติดตามกลุ่มบุคคล หรือกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่  กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์  กลุ่มผู้ต้องกักกันตัวในพื้นที่ของรัฐ  กลุ่มคนขับรถสาธารณะ  กลุ่มพนักงานไปรษณีย์  กลุ่มแรงงานต่างด้าว และกลุ่มอาชีพเสี่ยง ในผับ บาร์ สถานบันเทิงทั้งหลาย ฉะนั้น ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่จังหวัดเนื่องจากไม่ได้มีการปิดเมืองแล้ว แต่ในบางพื้นที่อย่าง จ.ภูเก็ต ก็ยังคงเป็นจังหวัดที่ต้องจับตาตลอด เนื่องจากมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นตลอด อีกทั้งมีคนออกจากจังหวัดภูเก็ตในช่วงมาตรการผ่อนปรนประมาณ 10,000-20,000 คน  ซึ่งต้องมีการติดตามคนเหล่านี้ต่อไป

“หลังจากนี้ทางรัฐบาลจะมีการลงนามร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำแอปพลิเคชั่น เพื่อติดตามกลุ่มเสี่ยง หรือประชาชนในการมาให้ข้อมูลอันนำไปสู่การตรวจค้น และเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งอยากฝากพี่น้องประชาชนทุกคน ถ้าจะเข้ามาตรการระยะที่ 2 ผ่อนปรนได้มากขึ้น ขอความร่วมมือใช้แอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่ทางรัฐบาลได้ดำเนินการ เพื่อเป็นการให้ข้อมูล และเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคได้ นอกจากนั้น ตอนนี้ได้เห็นว่าหลายพื้นที่มีการตั้งตู้ปันสุข ซึ่งมีทั้งผู้ให้ และผู้รับมาบริจาค และรับสิ่งของ อาหารในตู้ต่างๆ ถือเป็นเรื่องที่ดีอย่างมาก เพราะคนให้ได้บุญ คนได้รับได้อิ่ม อยากให้คนไทยรักสามัคคีกัน” นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าว