background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ประชาชน และแรงงานต่างด้าว 1.7 แสนราย แห่กลับภูมิลำเนา

ประชาชน และแรงงานต่างด้าว 1.7 แสนราย แห่กลับภูมิลำเนา

ประชาชน และแรงงานต่างด้าว กว่า 1.7 แสนราย แห่กลับภูมิลำเนา หลังกรุงเทพมหานคร ออกประกาศขอความร่วมมือห้างฯ หยุดให้บริการ เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19 ขณะที่ บขส.จัดทำความสะอาดพื้นที่ พร้อมประสานรถร่วมให้ผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัย

  • ประชาชน และแรงงานต่างด้าว แห่กลับภูมิลำเนา

ในช่วงเช้าวันนี้ (22 มี.ค.) จากการตรวจสอบพบว่ามีประชาชนค่อนข้างหนาแน่น ได้เดินทางมาเพื่อขึ้นรถโดยสารกลับภูมิลำเนา โดยประชาชนที่เดินทางมามีแนวโน้มการเดินทางกลับภูมิลำเนามากกว่าปกติ เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ โดยข้อมูลของบริษัทขนส่ง จำกัด หรือ บขส. พบว่า มีประชาชนเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก ตั้งแต่ช่วงเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา ต่อเนื่องถึงเมื่อวานนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากการขอความร่วมมือ ในการขอให้ผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ ที่อยู่ในประกาศของกรุงเทพมหานคร หยุดกิจการเพื่อลดการแพร่กระจายตัวของเชื้อไวรัสโควิด-19

อย่างไรก็ตาม การเดินทางของประชาชนออกนอกพื้นที่ในวันนี้ จากการพูดคุยสอบถามกับประชาชนพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่จะเดินทางระยะสั้นในจังหวัดใกล้เคียงกับกรุงเทพมหานคร ส่วนในระยะยาวทั้งทางภาคเหนือและภาคอีสาน พบว่าจะเป็นกลุ่มแรงงานต่างด้าว ที่เดินทางกันมาเป็นครอบครัว เพื่อกลับไปยังประเทศของตัวเอง ทั้งนี้ ทาง บขส. มีมาตรการขอความร่วมมือประสานกับผู้ให้บริการรถร่วมต่างๆ ให้ผู้โดยสารสวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกัน ขณะที่บริเวณพื้นที่อาคารด้านนอก เจ้าหน้าที่ ได้จัดทำความสะอาดพื้นที่ เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อโควิด-19

สำหรับข้อมูลการเดินรถตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2563 - 22 มีนาคม 63 ณ เวลา 10.30 น. รวม 5 ภาค ทั้งใต้ เหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ กลาง และตะวันออกมีจำนวนเที่ยววิ่ง รวม 12,889 เที่ยว จำนวนผู้โดยสาร รวม 178,333 คน

158485373953

158485373989

  • คนไทยในเมียนมาแห่กลับบ้าน หนีโควิด-19 กว่า 7,000 คน

ที่ชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ชาวไทยที่ข้ามไปทำงานหรือเปิดกิจการในฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ต่างพากันเดินทางกลับภูมิลำเนาตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังจากได้รับข่าวสารจากทางการเมียนมาว่าจะปิดด่านพรมแดนในวันที่ 23 มี.ค.นี้ และข่าวสารจากทาง จ.เชียงรายว่า วันที่ 22 มี.ค.จะมีการปิดด่าน เพื่อป้องกันการระบาดของโรคโควิด- 19 ทำให้เมื่อคืนที่ผ่านมาคนไทยจำนวนมากพากันเดินทางออกจาก จ.ท่าขี้เหล็ก โดยต่อแถวยาวเกือบ 3 กิโลเมตร เพื่อผ่านด่านพรมแดน

158485374210

ก่อนหน้านี้ทาง จังหวัดเชียงราย มีคำสั่งให้ปิดจุดผ่อนปรน ทั้งหมดทั้งที่ติดกับทางเมียนมา และ สปป.ลาว ซึ่งมีทั้งหมด 6 แห่ง รวม ซึ่งมีอยู่ในพื้นที่ อ.แม่สาย อ.เชียงแสน อ.เชียงของ และเวียงแก่น โดยให้เหลือเพียงด่านถาวรที่สะพานมิตรภาพ แห่งที่ 1 อ.แม่สาย และด่านพรมแดนที่สะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 เชียงของ-ห้วยทราย เท่านั้น โดยในวันนี้ได้มีคำสั่งจังหวัดเชียงราย ที่ 1380/2563 เรื่องระงับการเดินทางเข้า-ออกของบุคคล ยานพาหนะและสิ่งของ ณ จุดผ่านแดนถาวร จุดผ่อนปรนการค้า และช่องทางอื่นๆ ตอลดแนวชายแดน จ.เชียงราย เป็นการชั่วคราว ซึ่งลงนามออกคำสั่งโดย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย

158485374440

โดยมีเนื้อหาสำคัญเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และเพื่อเป็นการควบคุมไม่ให้แพร่ระบาดเป็นวงกว้าง จึงลดโอกาสในการแพร่ระบาดจึงได้มีคำสั่งให้ปิดด่านพรมแดนถาวรที่สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 ที่ อ.แม่สาย และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย โดยยังสามารถส่งสิงค้าจำเป็นโดยอนุญาตรถบรรทุกสินค้าพร้อมคนขับจำนวน 1 คน ซึ่งสินค้าที่จะส่งออกไปต้องผ่านพิธีการทางศุลกากรอย่างถูกต้องเท่านั้น โดยคำสั่งดังกล่าว สั่ง ณ วันที่ 21 มี.ค.2563 โดยยังไม่มีระยะเวลากำหนดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

158485374526

หลังจากที่ทราบข่าวทำให้คนจำนวนมากที่เดินทางข้ามไปทำงานในฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก และชาวเมียนมาที่มาทำงานในประเทศไทยพากันเดินทางกลับประเทศทำให้ผู้คนทะลักเดินทางกลับก่อนปิดด่านเวลา 21.00 น.ของวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมากว่า 7,000 คน จนถึงเวลาปิดด่านยังคงมีผู้ตกค้างอยู่ทั้ง 2 ฝั่งเป็นจำนวนมาก และรอเดินทางกลับในวันนี้(22 มี.ค.) โดยในช่วงเช้าวันนี้พบว่าชาวเมียนมายังคงข้ามมาซื้อสินค้ากันเป็นจำนวนมากในวันสุดท้ายของการเปิดสะพานแห่งที่ 1 ที่ อ.แม่สาย เพื่อนำไปกักตุน เป็นการส่งท้ายก่อนที่จะมีการปิดด่านพรมแดน อย่างไรก็ตามการผ่านด่านเข้ามาจากฝั่งประเทศเมียนมา ได้มีการตรวจคัดกรองและวัดอุณหภูมิของผู้ทีผ่านเข้ามาในประเทศไทย และมีการคัดกรองโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อ.แม่สาย และ รพ.แม่สายร่วมตรวจด้วย

ด้านสะพานมิตรภาพไทย-สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 พบว่าทาง จ.เชียงรายได้ดจุดผ่านแดนถาวร อ.เชียงของ แล้วเนื่องจากในฝั่ง สปป.ลาว ก็มีการปิดไปก่อนหน้านี้แล้วเพื่อป้องกันการระบาดของโรค ทำให้การเดินทางข้ามไปมาของผู้คนระหว่าง 2 ฝั่งต้องพิจารณาเป็นรายไป แต่ยังคงมีการอนุญาตให้มีการขนส่งสินค้าจากฝั่งไทยข้ามไปยังเมืองห้วยทรายเฉพาะที่ได้ผ่านพิธีการทางศุลกากรอย่างถูกต้อง โดยมาตรการทั้งหมดทาง จ.เชียงราย ประกาศว่าดำเนินไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย