background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

กรมศุลฯ แจงว่อน ส่งออกหน้ากากอนามัย 330 ตัน 'ไม่เป็นความจริง'

กรมศุลฯ แจงว่อน ส่งออกหน้ากากอนามัย 330 ตัน 'ไม่เป็นความจริง'

กรมศุลกากร ออกเอกสารแจงใหม่ ส่งออกหน้ากากอนามัยปริมาณ 330 ตัน "ไม่เป็นความจริง"

เมื่อวันที่ 11 มี.ค.63  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เอกสารชี้แจงจากกรมศุลกากรออกมาอย่างเร่งด่วนภายหลังจากนายชัยยุทธ คำคุณ โฆษกกรมศุลกากร แถลงข่าวข้อมูลผิดพลาด ทำให้เกิดความปั่นป่วน โดยเอกสารทางการของกรมศุลกากรออกมาทันที  ก่อนเวลา 19.30น. เนื้อหาความว่า  

ในการแถลงข่าวกรมศุลกากร ประจำเดือนมีนาคม 2563 ซึ่งกรมศุลกากรได้ชี้แจงว่า ข่าวในโซเชียลมีเดีย เรื่อง หน้ากากอนามัยจำนวน 5 ล้านชิ้นถูกกัก โดยกรมศุลกากรขอแบ่งจำนวน 2 ล้านชิ้นนั้น ไม่เป็นความจริง และสื่อมวลชนได้มีการสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับในประเด็นสถิติการนำเข้าส่งออก-หน้ากากอนามัยในช่วงเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2563 โดยมีการเขียนข่าวว่ามีการส่งออกหน้ากากอนามัยเป็นจำนวน 330 ตัน

ในการนี้กรมศุลกากร ขอชี้แจงว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขจากพิกัดศุลกากร ซึ่งรวมสินค้าชนิดอื่นนอกจากหน้ากากอนามัยอีกหลายชนิด เช่น ชุดผ้าหุ้มเบาะ เชือกผูกรองเท้า ผ้ากันเปื้อน ผ้าคลุม สายคล้องคอทำด้วยผ้าทอ เป็นต้น

โดยที่ตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขในช่วงเดือนมกราคมถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 ก่อนที่จะมีประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2563 ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 เรื่อง การควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งหน้ากากอนามัย ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 เพื่อควบคุมการส่งออกหน้ากากอนามัย เพื่อลดการขาดแคลนหน้ากากอนามัยในประเทศ

จากข้อมูลความผิดพลาดของโฆษกกรมศุลกากรและการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน  ทำให้วันพรุ่งนี้ อธิบดีกรมการค้าภายในจะต้องดำเนินการแจ้งความจับกุม ผู้ที่ให้ข้อมูลและสื่อสารผิดพลาด

กรมศุลกากร ได้ตระหนักและให้ความสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยนับตั้งแต่กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศควบคุมการส่งออกหน้ากากอนามัยตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา มีปริมาณการส่งออกน้อยมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการออกอากาศแล้วแถลงข่าวของกรมศุลกากรโดยเอกสารนี้ในสังคมโซเชียลมีเดียและวงการสื่อมวลชนสร้างความปั่นป่วนให้กับกระทรวงพาณิชย์เป็นอย่างยิ่ง

เผย คำแถลงของโฆษกกรมศุลกากร ก่อนหน้านี้ 

นายชัยยุทธ คำคุณ โฆษกกรมศุลกากร กล่าวถึงการส่งออกและนำเข้าหน้ากากอนามัยดังนี้

-ภาพรวมการส่งออกหน้ากากอนามัยในเดือน ม.ค. 2563 อยู่ที่ 150 ตัน และ เดือน ก.พ. 2563 อยู่ที่ 180 ตัน รวมแล้ว 2 เดือน มีการส่งออกหน้ากากอนามัยทั้งสิ้นกว่า 330 ตัน คิดเป็นมูลค่า 160 ล้านบาท

ยืนยันว่ากรมศุลกากรให้มีการส่งออกหน้ากากอนามัยตามใบอนุญาตของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งการส่งออกดังกล่าวเป็นการดำเนินการของผู้ประกอบการไม่กี่ราย ไปในหลายประเทศทั้ง จีน ฮ่องกง อเมริกา

 

ขณะที่การนำเข้าหน้ากากอนามัยในเดือน ม.ค. 2563 อยู่ที่ 145 ตัน มูลค่า 55 ล้านบาท และเดือน ก.พ. 2563 อยู่ที่ 71 ตัน มูลค่า 45 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่นำเข้าประเทศจากจีน ในส่วนนี้จะต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตรา 5% ของมูลค่าที่สำแดง

อย่างไรก็ตาม กรมศุลกากรไม่มีข้อมูลว่า เป็นการนำเข้ามาเพื่อใช้ในประเทศ หรือ เป็นการนำเข้ามาเพื่อส่งออกต่อ และ ประเมินได้ยากว่าจำนวนหน้ากากอนามัยที่นำเข้ามาคิดเป็นจำนวนกี่ชิ้น เพราะการสำแดงสินค้าให้ทำตามน้ำหนัก

"การส่งออกเป็นไปตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ ที่บอกว่าห้ามส่งออก เว้นแต่ได้รับการอนุญาต ถ้าผู้ประกอบการมีใบอนุญาต กรม

ศุลกากรก็คงไปห้ามไม่ให้ส่งออกไม่ได้ แต่เชื่อว่าหลังจากนี้กระทรวงพาณิชย์เข้มงวดเรื่องนี้มากขึ้น ยอดการส่งออกหน้ากากอนามัยจะชะลอตัวลง" นายชัยยุทธ กล่าว

นายชัยยุทธ กล่าว เปิดเผยว่า กรณีที่มีข่าวในเพจของโซเชียลมีเดีย เรื่อง หน้ากากอนามัย จำนวน 5 ล้านชิ้นถูกกักโดยกรมศุลกากรขอแบ่งจำนวน 2 ล้านชิ้น ว่า ทางผู้บริหารของกรมฯ ได้มีข้อสังการให้ตรวจสอบไปยังพื้นที่ที่อาจมีการนำเข้าหน้ากากดังกล่าว ซึ่งพบว่า ไม่พบกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด ดังนั้นเรื่องดังกล่าวจังไม่เป็นความจริง

"กรมศุลกากร ได้ทำการตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่า ภาพที่ทางเพจของโซเชียลมีเดียได้นำมาลงนั้น เป็นภาพที่เหมือนกับการลงขายหน้ากากอนามัยในต่างประเทศ โดยกรมฯ ให้ความสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าการทำงานของกรมศุลกากรเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม" นายชัยยุทธ กล่าว

นายชัยยุทธ กล่าวถึง กรณีที่มีเพจลงว่ามีคนให้ข้อมูลว่า ตู้สินค้าที่นำหน้ากากอนามัยเข้ามาทุกตู้ โดนกัก จำนวน 5 ล้านชิ้น และศุลกากรขอแบ่ง 2 ล้านชิ้น และมีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจร้านขายยาว่ามีการขายเกินราคาหรือไม่นั้น ยืนยันว่า ไม่เป็นเรื่องจริง

โดยกรมไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดแล้ว ผ่านด่านศุลกากรท่าเรือ ท่าเรือกรุงเทพ ท่าแหลมฉบัง และด่านศุลกากรสุวรรณภูมิ พบว่า ไม่มีกรณีการกักหน้ากากอนามัยที่มีการนำเข้าเลย

ที่ผ่านมา พบว่า การนำเข้าหน้ากากอนามัยล็อตใหญ่ที่สุด ในเดือน ก.พ. 2563 จำนวน 2 ล้านชิ้น และในเดือน มี.ค. อีก 1 ล้านชิ้น ซึ่งทุกเคสได้มีการตรวจและปล่อยสินค้าออกไปหมดแล้ว

"ยืนยันว่าข้อมูลที่แชร์ผ่านเพจโซเชียลมีเดียว่ามีการนำเข้าหน้ากากอนามัย จำนวน 5 ล้านชิ้น และเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรขอแบ่ง 2 ล้านชิ้น ไม่มีและไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยกรมฯ ได้มีการวิเคราะห์เพิ่มเติมจากรูปที่เพจได้มีการเผยแพร่ ไม่ใช่รูปของที่ถูกกัก แต่เป็นรูปเดียวกับที่มีลงในเพจซื้อขายออนไลน์ ดังนั้นรูปที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านเพจโซเชียลมีเดียไม่ใช่รูปสินค้าที่ถูกกัก ไม่มีข้อมูลใดที่สนับสนุนว่ารูปที่ลงในเพจเป็นความจริง" นายชัยยุทธ กล่าว

ส่วนกรณีที่มีการแชร์ว่ากรมศุลกากรส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจราคาหน้ากากอนามัยที่ขายตามร้านขายยาว่ามีการขายเกินราคาหรือไม่นั้น ยืนยันว่า กรมฯ ไม่มีนโยบายและไม่มีเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจจับว่ามีการขายหน้ากากอนามัยเกินราคา เพราะไม่ใช่อำนาจหน้าที่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้เลย

อย่างไรก็ตาม กรมศุลกากรไม่ปิดกั้น หากเจ้าของข้อมูลที่มีการแชร์จะเข้ามาชี้แจงเพื่อยืนยันข้อมูลกับกรมศุลกากร แต่หากข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้อง ก็อยากให้เจ้าของข้อมูลรับผิดชอบกับสิ่งที่ได้มีการเผยแพร่ด้วย เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่จะเกิดขึ้นด้วย

"กรมฯ อยู่ระหว่างการพิจารณา ได้มีการแนะนำให้ผู้เสียหายไปดำเนินคดี ส่วนเพจโซเชียลที่แชร์ อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง หลังจากได้มีการสืบสวนข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้ว ก็อยากให้ลบข้อมูลดังกล่าวออก เพื่อลดการสร้างความสับสนที่จะเกิดขึ้น" นายชัยยุทธ กล่าว

กรมศุลฯ แจงว่อน ส่งออกหน้ากากอนามัย 330 ตัน 'ไม่เป็นความจริง'