“กสิกรไทย” เปิดยุทธศาสตร์ปี63 รุกให้บริการผ่านดิจิทัล ดันลูกค้าโมบายแบงกิ้งแตะ20ล้านคน สินเชื่อรายย่อยผ่านดิจิทัลโต 1.78แสนล้านบาท ทุ่มงบลงทุนดิจิทัล3ปีอีก1.7หมื่นล้าน ดันบริษัทลูก “เคเอ็กซ์” เป็นฟินเทคยูนิคอร์น
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK) นำทีมกรรมการผู้การแบงก์อีก3คนคือ นายปรีดี ดาวฉาย, นายพัชร สมะลาภา และนายพิพิธ เอนกนิธิ พร้อมนายเรืองโรจน์ พูนผล ประธานกสิกร บิซิเนส -เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) แถลงยุทธศาสตร์ปี 2563 ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงกสิกรไทย พันธมิตร และสื่อมวลชนรับทราบ วานนี้ (29ม.ค.)
นางสาวขัตติยา กล่าวว่า ธนาคารจะขับเคลื่อนธุรกิจบน 8 เส้นทางเพื่อเพิ่มขีดความสามารถใหม่ 8ด้าน ประกอบด้ย การร่วมมือกับพันธมิตรในระบบนิเวศทางธุรกิจ,การปล่อยสินเชื่อรายบุคคลด้วยฐานข้อมูลอัฉริยะ ,การจัดการความเสี่ยงในเชิงรุกเพื่อป้องกันความเสียหาย ,การแสวงหาโอกาสและการเติบโตในตลาดระดับภูมิภาค,ใช้DataAnalytics สร้างโอกาสทางธุรกิจ ,ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์ ส่งเสริมบุคคลากรที่มีทักษะและ เพิ่มศักยภาพองค์กรด้วยเทคโนโลยียุคใหม่มาตรฐานระดับโลก
สำหรับผลการดำเนินงานของธนาคาร โดยเฉพาะการดูแลเรื่องคุณภาพหนี้ คาดว่าคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)ไม่เกิน 3.6-4% ได้ และเชื่อว่าสำรองที่ธนาคารตั้งไว้สูงในช่วงที่่ผ่านมา จะเพียงพอในการรับมือกับความเสี่ยงในระยะข้างหน้าได้เป็นอย่างดี สำหรับสินเชื่อรวมปีนี้ตั้งเป้า 4-6%
ด้านนายพัชร กล่าวถึงการให้บริการลูกค้าผ่านดิจิทัลว่า คาดการณ์ลูกค้าโมบายแบงกิ้งปีนี้อยู่ที่20 ล้านบัญชี จากปัจจุบัน12ล้านบัญชี ส่วนการปล่อยสินเชื่อผ่านดิจิทัลเลนดิ้งในธุรกิจรายย่อย โดยคาดว่าปีนี้สินเชื่อใหม่อยู่ที่ 1.78 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อน โดยจะให้บริการสินเชื่อดิจิทัลเต็มรูปแบบ ภายใต้แบรนด์ “LINE BK” ภายในไตรมาส 2ปีนี้
นายพิพิธ กล่าวถึงธุรกิจธนาคารในต่างประเทศว่า ธนาคารใช้กลยุทธ์ Asset light Regional Digital Expansion ขยายตลาดในภูมิภาคเพื่อให้เข้าถึงตลาดและลูกค้าต่างประเทศมากขึ้น ผ่านการสร้างเครือข่ายบริการกับการเสาะหาพันธมิตร ปีนี้จะมีความคืบหน้าการตั้งสาขาและการหาลู่ทางทำธุรกิจในต่างประเทศ ทั้งเมียนมา เวียดนาม และอินโดนีเซีย ส่วนจีนมีแผนเปิดธุรกิจใหม่ อีกทั้งยังขยายธุรกิจผ่านการหาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ
“ธนาคารเตรียมจะตั้งบริษัทใหม่ในกลางปีนี้ ชื่อ บริษัทไคไต้ เทคโนโลยี หรือไคไต้เทค ที่เมืองเซินเจิ้น ซึ่งจีนตั้งเป้าให้เป็นซิลิคอนวัลเล่ย์ของจีน เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างสรรค์นวัตกรรมสนับสนุนการให้บริการของกสิกรไทยในจีน และสามารถนำนวัตกรรมกลับมาใช้ประโยชน์กับกสิกรในไทยได้”
นายเรืองโรจน์ กล่าวถึงการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีว่า ธนาคารตั้งงบลงทุนใหม่ 3ปี 1.7 หมื่นล้านบาท เฉพาะปี2563 คาดใช้ 5.5-6พันล้านบาท โดยงบลงทุนบางส่วนจะลงทุนในบริษัทใหม่ของธนาคาร เช่น“ไคไต้ เทค” อีกทั้งยังจะมีการยกระดับการเติบโตใหม่ด้วยการ บริษัท KASIKORN X หรือ KX ซึ่งจะเป็น new s-curve factory หาธุรกิจที่จะเป็นนิวเอสเคิร์ฟ สร้างรายได้ให้แบงก์ในอนาคต โดยมีซึเป้าหมายคือผลักดันให้KX เป็นฟินเทคยูนิคอร์นในอนาคต และยังตั้งเป้าให้บริษัทเป็นเทคโนโลยีอันดับหนึ่งในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ภายในปี 2565 ด้วย
ด้านายปรีดี กล่าวว่า ธนาคารให้ความสำคัญกับการจัดการความเสี่ยงขั้นพื้นฐานจากการให้บริการทางการเงิน และจัดการความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากดิจิทัล ได้มีการยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ และความเป็นส่วนตัวของข้อมูลลูกค้าในระดับสูงสุด และจะให้ความสำคัญมากขึ้นด้านการจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมภิบาล หรือESG





