วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปตท.' เล็งขออนุญาตส่งออก 'แอลพีจี' ส่วนเกินจากโรงแยกก๊าซ

เผย ปตท.เล็งขออนุญาตส่งออกแอลพีจี ส่วนเกินของโรงแยกก๊าซฯ หลังรัฐสั่งเบรกตั้งแต่ปี61 ขณะที่ สยามแก๊สฯ ยอมถอยลดนำเข้าแอลพีจี หันซื้อ ปตท.แทน หลังสร้างคลังรองรับเสร็จไม่ทันปี63

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า แผนการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) เพื่อให้บุคคลที่สามสามารถเข้ามาแข่งขันนำเข้า LPG ที่กระทรวงพลังงาน ได้ประกาศลอยตัวราคาขายปลีก LPG ในประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2560 เป็นต้นไป ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่รัฐบาลเลิกคุมราคา LPGตลอดห่วงโซ่ตั้งแต่การผลิต นำเข้า และจำหน่าย จนนำไปสู่การนำเข้า LPG ของบริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SGP ประเดิมนำเข้าเป็นรายที่สองของประเทศ

อย่างไรก็ตามขณะนี้ภาครัฐเตรียมทบทวนนโยบายใหม่ หลังพบว่า ในช่วงเดือน พ.ค.-ธ.ค.2562 ทาง สยามแก๊สฯ ได้เริ่มหยุดการนำเข้า LPG และกลับมาแจ้งแผนนำเข้า LPG ต่อกรมธุรกิจพลังงาน ในปริมาณนำเข้าลดลง เหลืออยู่ที่ 3,000 ตันต่อเดือน ในช่วงระหว่างเดือน มี.ค.-พ.ค. นี้ จากเดิมเคยนำเข้าเพื่อจำหน่ายในประเทศสูงถึง 44,000 ตันต่อเดือน และล่าสุด ทางสยามแก๊สฯ ได้หันไปจัดซื้อก๊าซ LPG จาก ปตท.แทน

ประกอบกับ ทางสยามแก๊สฯ ยังไม่สามารถดำเนินการจัดสร้างคลังจัดเก็บ LPG ของตัวเองเสร็จได้ทันกำหนดภายในปี 2563 ตามที่กรมธุรกิจฯพลังงานกำหนด

“กรมธุรกิจฯ คงไม่สามารถผ่อนผันขยายก่อสร้างท่าเรือและคลังเก็บ LPG ให้กับสยามแก๊สฯได้ เพราะกรมฯอาจจะถูกผู้ค้ารายอื่นร้องเรียนว่าไม่เป็นธรรมได้ ขณะที่สยามแก๊สฯเองก็ยังได้แจ้งเหตุผลความล่าช้าในการก่อสร้างคลังและไม่ได้ยื่นเรื่องขอขยายกระยะเวลาดำเนินการแต่อย่างใด อีกทั้ง ทางกรมฯ ได้พิจารณาในเบื้องต้นแล้วว่า การก่อสร้างคลังดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการเสร็จทันในปีนี้สยามแก๊สฯจึงหมดสิทธิ์นำเข้า LPG ลงหลังครบกำหนดในปี 63”

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่าภาครัฐจะมีการหารือถึงข้อเสนอของ ปตท.ที่มีแผนยื่นขออนุญาตผ่อนผันส่งออก LPG ที่เป็นกำลังผลิตส่วนเกินของโรงแยกฯ เพื่อส่งออกไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้าน จากก่อนหน้านี้ ภาครัฐไม่อนุญาตให้มีการส่งออกตั้งแต่ปี 2561 เพื่อป้องกันการขาดแคลน LPG ในประเทศ

นอกจากนี้กระทรวงพลังงานฯ จะมีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาทบทวนแนวทางเปิดเสรีนำเข้า LPG ให้สอดรับกับสถานการณ์ธุรกิจในปัจจุบัน โดยจากข้อมูลในปี 2562 พบว่า LPG ในภาคครัวเรือน มีปริมาณการใช้อยู่ที่ 5.8 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ลดลง 1.8% จากปีก่อนภาคอุตสาหกรรม มีปริมาณการใช้ อยู่ที่ 1.8 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ลดลง 3.9% จากปีก่อนส่วน LPG ภาคปิโตรเคมีในปี2562 มีปริมาณการใช้อยู่ที่ 7.4 ล้านกิโลกรัมต่อวัน เพิ่มขึ้น 7.9% จากปีก่อน