background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

สวัสดีปีใหม่ 'ค้าปลีกไทย' จะ 'ชวด' ตามปีชวดหรือไม่!?

สวัสดีปีใหม่ 'ค้าปลีกไทย'  จะ 'ชวด' ตามปีชวดหรือไม่!?

ทิศทางการค้าปลีกไทยจะเป็นอย่างไรในปี 2563 จะแตกต่างจากปี 2562 ที่กำลังซื้อผู้บริโภคอยู่ในเกณฑ์ต่ำหรือไม่ และจะมีปัจจัยบวกเข้ามาช่วยหนุนอย่างไรบ้าง

บทความ "สัพเพเหระค้าปลีก" สัปดาห์แรกของปี 2563 หรือ 2020 และเป็นประเพณีที่ทุกต้นปี ต้องคุยกันถึงทิศทางการค้าปลีกจะเป็นอย่างไร? จะ "ชวด" ตามปีนักษัตร "ชวด-หนูทอง" หรือไม่? ผู้เขียนจะพยายามเรียบเรียงให้เห็นภาพ

ในภาพธุรกิจค้าปลีก เราเริ่มต้นปี 2562 ด้วยความหวังว่าค้าปลีกปีนี้จะดีขึ้น! ไตรมาสแรกมีสัญญาณเติบโตขึ้นที่ชัดเจน แต่พอเข้าไตรมาสที่ 2 อาการแผ่วก็เริ่มส่งสัญญาณให้เห็น และส่งผลต่อเนื่องมาถึงไตรมาสที่ 3 อย่างชัดเจน มาถึงไตรมาสสุดท้าย ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลฤดูการจับจ่าย สัญญาณการบริโภคอย่างจริงจังกลับไม่เกิดขึ้น บรรยากาศซึมๆ ส่งผลให้...ภาพรวมค้าปลีกปี 2562 กำลังซื้อของผู้บริโภคเติบโต "ต่ำ" กว่าที่ควรเป็น เติบโต 2.8% ลดลงจากปีที่ผ่านมาซึ่งเติบโต 3.2%  

คาดว่าการเติบโตในปี 2563 น่าจะไม่แตกต่างจากปี 2562 การเติบโตจากนี้ไปจะเป็นการเติบโตจากภาคค้าปลีกภูธรเป็นหลัก เชนค้าปลีกขนาดใหญ่ส่วนกลางทรงตัวหรืออาจจะลดลงเล็กน้อย

การบริโภคภาคค้าปลีกค้าส่ง (Retail Consumption) อ่อนแอลงมาตลอด เป็นเพราะกำลังซื้อกลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้ระดับกลางลงล่างที่อาศัยรายได้จากผลผลิตภาคเกษตรมีกำลังซื้ออ่อนแอ หนี้ครัวเรือนไม่มีแนวโน้มลดลง สะท้อนให้เห็นในหมวดสินค้าไม่คงทน เช่น เครื่องดื่ม อาหาร เติบโตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ผู้บริโภคระดับกลางที่มีรายได้ประจำเริ่มแสดงให้เห็นถึงกำลังซื้อที่อ่อนแอลง ส่งผลให้การเติบโตการบริโภคหมวดสินค้ากึ่งคงทน เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง เครื่องหนัง รองเท้า นาฬิกา เติบโตถดถอย จากช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเคยโต 8-12% เหลือเพียง 3.2%

ส่วนกลุ่มสินค้าคงทนถาวรเติบโตลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย โดยเฉพาะในหมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อย่างกล้องถ่ายภาพ และสมาร์ทโฟน สัดส่วนกว่า 40% ของหมวดสินค้าคงทนเติบโตเพิ่มขึ้น ส่วนหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านทรงตัว เนื่องจากฤดูกาลที่ผันผวน ช่วงฤดูร้อนค่อนข้างสั้น และฤดูฝนเริ่มต้นเร็วกว่าปกติ ส่วนหมวดสินค้าวัสดุก่อสร้ายังไม่ฟื้นตัวผลจากภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างที่หดตัวลง

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางภาวะชะลอตัวมี "4 ความหวัง" หรือ "ปัจจัยบวก" ประกอบด้วย 1.น่าจะเห็นมาตรการกระตุ้นจากนโยบายการคลังออกมาเพิ่ม เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้จ่ายให้กลุ่มคนชั้นกลาง ลูกจ้างประจำ ที่ยังไม่ถูกลดการทำงาน 2.การเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2563 คาดเริ่มเห็นผลราวปลายเดือน ก.พ. หรือ ต้นเดือน มี.ค.2564 ซึ่งจะถูกเร่งรัดใช้ให้หมดภายในเดือน ก.ย. เป็นงบที่มาบรรเทาเศรษฐกิจที่ชะลอตัวระยะสั้นได้ 

3.นโยบายการเงินและนโยบายการคลังที่ยังมีช่องว่างให้สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) น่าจะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ในไตรมาสแรกปี 2563 หากปรับลดก็จะเป็นดอกเบี้ยระดับต่ำที่สุดที่เคยมีมา จะช่วยประคองเศรษฐกิจให้ดีขึ้น 4.ท่องเที่ยว ยังมีแนวโน้มเติบโต จากนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของไทย พบว่าช่วง 2 เดือนนี้นักท่องเที่ยวจีนเริ่มกลับมาอย่างชัดเจน

สำหรับ "4 ข้อกังวล" หรือ "ปัจจัยลบ"  ประกอบด้วย ผลกระทบจากการเลิกจ้างและลดการผลิต, ผลจากภัยแล้งปี 2562, ผลกระทบจากการปรับค่าแรงขั้นต่ำ และผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวรอบนี้เป็นวงกว้างและเป็นเวลานาน มีผลต่อชนชั้นกลางและล่างเป็นหลัก ซึ่งมีสัดส่วนราว 70% ของประชากร โดยเฉพาะหนี้ที่เกิดขึ้นเป็นหนี้ครัวเรือน มีผลต่อ "กำลังซื้อ" ทำให้การชะลอตัวของเศรษฐกิจต้องเวลานานในการฟื้นฟูกลับมา!!