background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

รัฐบาลเซ็ตทีมสู้ต่อ 'ค่าโง่โฮปเวลล์'

รัฐบาลเซ็ตทีมสู้ต่อ 'ค่าโง่โฮปเวลล์'

เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ทำหนังสือไปยังกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย)

เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ทำหนังสือไปยังกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) เนื่องจากคณะทำงานที่ ร.ฟ.ท.และกระทรวงคมนาคมจัดตั้งขึ้น ตรวจสอบพบว่าบริษัทดังกล่าวมีการจดทะเบียนไม่ถูกต้อง ซึ่งจะมีผลทำให้ สัญญาร่วมทุนโครงการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับในกรุงเทพมหานคร (โฮปเวลล์)เป็นโมฆะ

ล่าสุดกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ดำเนินการตรวจสอบเสร็จสิ้นและส่งผลไปยังร.ฟ.ท.แล้วก่อนกำหนดระยะเวลาที่ตั้งไว้คือ 19 ธ.ค. โดยสาระสำคัญระบุว่า“การจดทะเบียนเป็นไปตามกฎหมาย”

ทั้งนี้ ประเด็นการตรวจสอบประกอบด้วยการนำข้อมูลการจดทะเบียนเมื่อ 29 ปีที่ผ่านมา วัตถุประสงค์การประกอบธุรกิจของบริษัทที่อยู่ในบัญชีแนบของ ปว.281 ถ้าจะดำเนินการต้องได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) และประเด็นสถานะของบริษัททั้งโฮปเวลล์ โฮลลดิ้ง และ โฮปเวลล์ (ประเทศไทย)

157693590120

แม้ว่าผลการตรวจสอบประเด็นสถานะบริษัทจดทะเบียนธุรกิจของโฮปเวลล์ที่ดูเหมือนไม่ทางไปต่อแล้ว แต่เรื่องนี้คงเป็นหนังไตรภาคที่ไม่สามารถจบบทสรุปแห่งวิบากกรรค่าโง่ฯได้อย่างเร็วเกินไป 

ล่าสุดมติครม.แต่งตั้งพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นที่ปรึกษาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาคนใหม่นี้ มีบทบาทสำคัญเรื่องพาไทยพ้นวิบากกรรมค่าโง่โฮปเวลล์นี้ มานานทั้งจากการยื่นญัตติด่วนตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเรื่องค่าโง่โฮปเวลล์ พร้อมให้เหตุผลความจำเป็นต้องเป็นญัตติด่วนเพราะศาลสั่งให้รัฐบาลต้องจ่ายค่าโง่แล้ว ไม่เช่นนั้นจะเข้าสภาไม่ทัน แม้ความพยายามก็ไม่เป็นผลแต่ก็ยังเดินหน้ามีบทบาทต่อไปผ่านการสนับสนุนการทำงานของศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ได้ตั้งคณะทำงานดูแลเรื่องนี้ 

ด้านศักดิ์สยาม ให้ความเห็นว่าหลังจากนี้ร.ฟ.ท. จะนำหลักฐานไปยื่นให้ศาลปกครองวินิจฉัย โดยหลักฐานที่คณะทำงานของกระทรวงคมนาคมตรวจสอบพบ และจะยื่นให้ศาลปกครองวินิจฉัย มี2 ประเด็น คือ 1. บริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จัดตั้งบริษัทขึ้นขัดต่อกฎหมายเนื่องจากทำธุรกิจผิด ปว.281 ว่าด้วยเรื่องของการขออนุญาตทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับกิจการขนส่ง ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากครม. แต่คณะทำงานตรวจสอบพบว่า มติ ครม.ในขณะนั้น ไม่ได้อนุญาตเรื่องการยกเว้น ปว.281มีเพียง มีมติอนุมัติให้ 2 เรื่อง คือ 1.ยกเว้นภาษี และ 2.ส่งเสริมการลงทุน

ประเด็นที่ 2 คือมติ ครม.กำหนดให้บริษัทโฮปเวลล์ โฮลดิ้ง ซึ่งเป็นบริษัทฮ่องกง ลงนามสัญญาแต่บริษัทโฮปเวลล์ประเทศไทยเข้ามาลงนามเป็นคู่สัญญาแทน ซึ่งถือว่าผิดต่อมติ ครม. รวมทั้งโครงการร่วมทุน ไม่ควรมีการลงนามแทนกันได้ การทำธุรกิจนิติบุคคลต้องขาดกัน 157684788670

ก่อนหน้านี้นิติธร ล้ำเหลือ ทนายความ ผู้รับมอบอำนาจจากกระทรวงคมนาคม และร.ฟ.ท. ได้ยื่นหนังสือถึง 4 หน่วยงาน คือ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อให้ดูรายละเอียดในสัญญาฯโฮปเวลล์  ที่มาของสัญญา การอนุญาตร่วมทุนโครงการ และรายละเอียดของการบอกเลิกสัญญาฯ

“สัญญานี้เป็นของรัฐบาล จึงถือเป็นสัญญาของภาครัฐ ดังนั้นกระทรวงการคลังต้องรับผิดชอบ คลังก็ต้องไปฟ้องดำเนินการ อย่างไรก็ดี ขั้นตอนการหาข้อมูลหลักฐานครั้งนี้ ถือเป็นการดำเนินการควบคู่ไปพร้อมกับคณะทำงานด้านการเจรจา ซึ่งปัจจุบันทราบว่าอยู่ระหว่างดำเนินการ”

      การมาของ“พีระพันธุ์” ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่มีดีกรีเป็น ผู้คร่ำหวอดเรื่อง “ค่าโง่โฮปเวลล์” จึงเป็นที่น่าจับตามองว่ามหากาพย์นี้คงไม่จบแค่ผลตรวจสอบของกระทรวงพาณิชย์แน่