การพัฒนา-การท่องเที่ยว 'ทาง 2 แพร่ง' กรีนแลนด์

การพัฒนา-การท่องเที่ยว 'ทาง 2 แพร่ง' กรีนแลนด์

"กรีนแลนด์" ดินแดนน้ำแข็งอันกว้างใหญ่แถบขั้วโลกเหนือ เคยเต็มไปด้วยธรรมชาติอันงดงามและวิถีชีวิตอันเงียบสงบ แต่ปัจจุบัน ภาคตะวันออกของเกาะมีผู้มาเยือนมากขึ้น แม้ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มจากการท่องเที่ยว แต่ระบบนิเวศดั้งเดิมก็ได้รับผลกระทบไม่น้อย

การพายเรือคายัคผ่านภูเขาน้ำแข็งสีขาวครามที่ลอยอยู่ใกล้ท่าเรือเก่าแก่ การเดินเล่นรอบบ้านหลากสีสัน หรือการเดินลุยป่าที่เต็มไปด้วยหิมะ ล้วนเป็นกิจกรรมยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวในกรีนแลนด์ตะวันออกช่วงไฮซีซั่นระหว่างเดือน กรกฎาคม-สิงหาคม

แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากจาก 85,000 คนไปเยือนชายฝั่งตะวันตกของกรีนแลนด์ แต่ขณะเดียวกัน ฝั่งตะวันออกของเกาะใหญ่ที่สุดแห่งขั้วโลกเหนือซึ่งมีทั้งธารน้ำแข็ง ป่าเขียว และสิ่งมีชีวิตในธรรมชาตินำโดยวาฬและหมีขั้วโลก ก็สามารถดึงดูดผู้มาเยือนได้ไม่น้อย

ซาราห์ โบเว็ต วัย 29 ปี ศิลปินชาวสวิส บอกว่า เป็นเรื่องยากที่จะคาดเดาล่วงหน้าว่าต้องเจอกับอะไรในแต่ละวัน

“ถึงคุณคิดไว้แล้วว่าจะเจอเรื่องประหลาดใจ แต่ในความเป็นจริง คุณจะรู้สึกประหลาดใจยิ่งกว่าที่คิด” โบเว็ตเผยกับเอเอฟพีขณะยืนนอกโรงแรมเล็ก ๆ ในหมู่บ้านคูลูซุก

โบเว็ตได้รับเลือกเป็นศิลปินในพำนักในกรีนแลนด์ เมื่อครั้งเธอมาเยือนหมู่บ้านคูลูซุกที่มีผู้อาศัยอยู่ 250 ชีวิต แม้เธอจินตนาการถึงหมู่บ้านเล็ก ๆ ก่อนมาถึง แต่ทิวทัศน์อันน่าทึ่งและสีสันสดใสของที่นี่ก็ยังทำให้เธอเซอร์ไพรส์

ด้วยเหตุที่หมู่บ้านคูลูซุกมีซูเปอร์มาร์เก็ตเพียง 1 แห่ง สนามบิน 1 แห่งที่สร้างในช่วงทศวรรษที่ 50 โดยกองทัพสหรัฐเพื่อใช้เป็นฐานเรดาร์ในยุคสงครามเย็น และท่าเรือที่รายล้อมด้วยบ้านไม้ทาสีต่าง ๆ ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงยินดีกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว

157207112955

จุสตุส อาตูอัก นักล่าวัยหนุ่มแห่งหมู่บ้านคูลูซุก นำนักท่องเที่ยวนั่งเลื่อนหิมะชมทิวทัศน์ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งเป็นไฮซีซั่นของฤดูใบไม้ผลิ จนมีรายได้ให้เขาซื้ออาหารและดูแลเหล่าสุนัขที่เขาใช้แข่งขันสุนัขลากเลื่อนและล่าสัตว์

“ตอนนี้ ผมสามารถใช้เลื่อนสุนัขสำหรับล่าสัตว์ และบางครั้งนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศอื่นก็อยากนั่งเลื่อนสุนัขบ้างเหมือนกัน” อาตูอักเผยขณะนั่งหน้าบ้านไม้ของเขา

นอกจากนี้ กลุ่มนักท่องเที่ยวยังนิยมทริปล่องเรือในช่วงไฮซีซั่นของฤดูร้อนระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม

ข้อมูลจาก “วิซิท กรีนแลนด์” หน่วยงานท่องเที่ยวของกรีนแลนด์ ระบุว่า ยอดผู้มาเยือนเกาะเติบโต 10% เทียบเป็นรายปีตั้งแต่ปี 2557-2560 และเติบโต 3% ในปี 2561

บรรดานักผจญภัยและคนรักธรรมชาติจำนวนมากเดินทางมาที่นี่ด้วยเครื่องบิน แต่เรือท่องเที่ยวก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่เน้นเสพความงดงามแบบไร้ที่ติ ตลอดแนวชายฝั่ง

157206513430

อย่างไรก็ตาม ผู้มาเยือนเหล่านี้ไม่ใช่กลุ่มเดียวที่สนใจเกาะกรีนแลนด์

ทรัพยากรธรรมชาติอันล้นเหลือและความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นในฐานะแผ่นน้ำแข็งอาร์กติกของดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์กนี้ ยังดึงดูดความสนใจจาก “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐ

ภูมิภาคอาร์กติกมีแหล่งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และแร่สำรองที่ยังไม่ถูกนำไปใช้ เช่นเดียวกับแหล่งปลาและกุ้งอันอุดมสมบูรณ์

เมื่อเดือนสิงหาคม ทรัมป์เคยเสนอซื้อเกาะกรีนแลนด์ แต่ถูกรัฐบาลเดนมาร์กปฎิเสธอย่างไร้เยื่อใย เขาจึงยกเลิกแผนเยือนกรุงโคเปนเฮเกนหลังจากนั้น

กรีนแลนด์เป็นดินแดนอาณานิคมของเดนมาร์กเมื่อช่วงศตวรรษที่ 17 และได้รับอำนาจปกครองตนเองจากเดนมาร์กเมื่อปี 2522 และปัจจุบัน พรรคการเมืองในกรีนแลนด์หลายพรรคต่างสนับสนุนให้เกาะแห่งนี้เป็นเอกราชจากเดนมาร์กโดยสมบูรณ์

ดินแดนปกครองตนเองแห่งนี้ยังได้รับเงินอุดหนุนรายปีจากรัฐบาลโคเปนเฮเกนอยู่ที่ 4,300 ล้านโครน (เกือบ 20,000 ล้านบาท) ในปี 2560 และการท่องเที่ยวอาจช่วยให้เกาะแห่งนี้สามารถพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้นในแง่ของเศรษฐกิจ

หมู่บ้านคูลูซุกยังไม่มีถนนยางมะตอยเช่นเดียวกับอีกหลายพื้นที่ของกรีนแลนด์ และนักท่องเที่ยวต้องเดินทางด้วยเครื่องบินหรือเรือเท่านั้น

157206483795

การเติบโตด้านการท่องเที่ยวอาจทำให้โครงสร้างพื้นฐานของหมู่บ้านแห่งนี้ถูกใช้งานหนักเกินไป และยังต้องเผชิญกับความท้าทายที่ไม่เหมือนกับที่อื่น ๆ เนื่องด้วยที่ตั้ง สภาพอากาศ และต้นทุนการเดินทางของกรีนแลนด์

ทริปทัวร์หมู่บ้านคูลูซุกเป็นเวลา 1 วัน ด้วยเที่ยวบินจากกรุงเรคยาวิกของไอซ์แลนด์ อยู่ที่ 700 ยูโร (ประมาณ 23,500 บาท)

จาค็อบ อิปเซน วัย 48 ปีซึ่งเติบโตอยู่ระหว่างเดนมาร์กกับชายฝั่งตะวันตกของกรีนแลนด์ เป็นเจ้าของกิจการโรงแรมที่มีเพียงแห่งเดียวในหมู่บ้านคูลูซุก โรงแรมซึ่งมีห้องพัก 32 ห้องตั้งอยู่ติดกับอ่าวเล็ก ๆ และทิวทัศน์จากห้องรับประทานอาหาร ทำให้แขกสามารถมองเห็นภูเขาน้ำแข็งลอยอยู่ใกล้ ๆ ในช่วงหน้าร้อน

วิซิท กรีนแลนด์ ระบุว่า กรีนแลนด์ต้องจัดการเรื่องความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐาน หากต้องการพัฒนาการท่องเที่ยว

ขณะที่โครงการที่ได้รับงบจากรัฐบาล อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพื่อขยายรันเวย์ในกรุงนุกและเมืองอิลูอิสซัต ซึ่งต่างอยู่ชายฝั่งตะวันตกของกรีนแลนด์ และยังมีแผนสร้างสนามบินแห่งใหม่ในภาคใต้ของเกาะด้วย

หน่วยงานการท่องเที่ยวระบุว่า จะประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการเพิ่มโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งต่อธรรมชาติและต่อชุมชนท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม อิปเซนรู้สึกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการท่องเที่ยวซึ่งควบคุมไม่ได้ ที่มีต่อภูมิภาค

"เราต้องการพยายามที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมให้อยู่ในสภาพเดิมของมัน ดังนั้น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจะไม่เกิดขึ้นรวดเร็วนัก"

157206484685

โจฮันนา บยอร์ก สเวนบยอร์นสดอตเตอร์ ซึ่งดำเนินการทัวร์หมู่บ้านคูลูซุกให้กับบริษัทแห่งหนึ่งในไอซ์แลนด์ บอกว่า การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้มาเยือนก็บ่งบอกถึงความน่ากังวลอยู่แล้ว

“ในจุดตั้งแคมป์ธรรมชาติที่นี่ซึ่งคุณเคยอยู่คนเดียวในอดีต ตอนนี้มีคนมาอยู่ด้วย 2-3 กลุ่มพร้อมกัน”

นอกจากนั้น เธอยังกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากจำนวนผู้มาเยือนที่เพิ่มขึ้นที่อาจมีต่อพื้นที่สีเขียวรอบหมู่บ้านคูลูซุกด้วย

“หากคุณต้องการให้ธรรมชาติอยู่รอดจากเรื่องนั้น คุณต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานขึ้นมา” สเวนบยอร์นสดอตเตอร์กล่าวถึงการขาดจุดตั้งแคมป์ที่กำหนดอย่างเป็นทางการรอบหมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งไม่มีแม้กระทั่งถังขยะหรือสุขานอกอาคารสำหรับนักเดินทาง และไม่มีใครมาดูแลสถานที่ดังกล่าวเลย

แม้จะรู้สึกวิตกกังวล แต่สเวนบยอร์นสดอตเตอร์ก็หวังว่านักท่องเที่ยวจะยังคงหลั่งไหลมาเยือนหมู่บ้านแห่งนี้อีก เพราะเธอบอกว่า “ทุกสิ่งอย่างที่นี่เป็นมากกว่าที่คุณเคยนึกภาพออก”

-----

ที่มารูป: เอเอฟพี