วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สรยุทธ' โล่ง! ศาลฎีกายืน ให้จำหน่ายคดีไร่ส้ม ชี้ฟ้องซ้ำ

ศาลฎีกา พิพากษายืน ให้จำหน่ายคดีอัยการฟ้องออกจากสารบบความ ชี้ฟ้องซ้ำคดีสนับสนุน จนท. อสมท. ปกปิดรายงานส่วนเกินค่าโฆษณากว่า 138 ล้าน อดีตพิธีข่าว เหลือลุ้นฎีกาคดีร่วมเบี้ยวค่าโฆษณา

ที่ห้องพิจารณา 807 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 10.00 น. ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขดำ อ.1748/2559 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัท ไร่ส้ม จำกัด , นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อายุ 53 ปี กรรมการผู้จัดการฯ และอดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง , น.ส.มณฑา ธีระเดชอายุ 46 ปี เจ้าหน้าที่บริษัทไร่ส้มฯ และนางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด หรือชนาภา บุญโต อายุ 50 ปี อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของบริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ และใช้หรืออ้างเอกสารสิทธิปลอมเพื่อปกปิดกระทำความผิดของตนอันเป็นการทำให้เกิดความเสียหายและร่วมกันฉ้อโกง

'สรยุทธ' โล่ง! ศาลฎีกายืน ให้จำหน่ายคดีไร่ส้ม ชี้ฟ้องซ้ำ

คดีนี้ อัยการโจทก์ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.59 สรุปว่า ประมาณกลางเดือน ก.ค.49 จำเลยทั้งสี่ ร่วมกันนำเอกสารใบคิวโฆษณา รายการคุยคุ้ยข่าวระหว่างเดือน ม.ค.พ.ค.49 จำนวน 139 แผ่น ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิที่จำเลยร่วมกันทำปลอมไปใช้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็นหลักฐานในการโฆษณาและคิดค่าโฆษณาส่วนเกินในรายการคุยคุ้ยข่าว ทำให้พนักงานเจ้าหน้าที่ บมจ.อสมท หลงเชื่อว่าเอกสารใบคิวโฆษณานั้นเป็นเอกสารจริง แล้ว บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 1 ไม่ต้องเสียค่าโฆษณาหรือเสียค่าโฆษณาส่วนเกินน้อยกว่าความเป็นจริง การกระทำดังกล่าวทำให้ บมจ.อสมท ได้รับความเสียหาย

ซึ่งระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ในชั้นตรวจหลักฐาน จำเลยยื่นคำร้องว่าประเด็นคำฟ้องนี้เป็นการฟ้องซ้ำจำเลยทั้งสี่ ในคดีที่แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ หมายเลขดำ อ.313/2558 ที่ศาลอาญามีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดง อ.595-596/2559 แล้ว โดยอัยการโจทก์ได้โต้แย้งคำร้องของจำเลย ขณะที่เมื่อวันที่ 28 พ.ย.59 ศาลชั้นต้น วินิจฉัยแล้วเห็นว่า คำฟ้องอัยการโจทก์คดีนี้ที่ระบุว่าจำเลยได้ปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอมตัดทอนเพื่อไม่ให้ บ.ไร่ส้มฯ จำเลยที่ 1 เสียค่าโฆษณาส่วนเกินหรือเสียน้อยกว่าความเป็นจริงให้แก่ผู้เสียหาย ซึ่งพฤติกรรมของนางพิชชาภา จำเลยที่ 4 ที่ใช้เอกสารปลอมถือเป็นเจตนาเดียวกันเพื่อปกปิดข้อเท็จจริง ดังนั้นการกระทำของจำเลยที่ 1-4 ในคดีนี้ จึงเป็นความผิดตามที่ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ.313/2558 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทแล้ว และเมื่อศาลอาญาได้มีคำพิพากษาเด็ดขาดแล้ว สิทธิในการนำคดีมาฟ้องของอัยการโจทก์ จึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39 (4) อัยการโจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีซ้ำอีก ดังนั้นศาลให้งดตรวจหลักฐานและให้จำหน่ายคดีปลอมเอกสารฯ ออกจากสารบบความ

'สรยุทธ' โล่ง! ศาลฎีกายืน ให้จำหน่ายคดีไร่ส้ม ชี้ฟ้องซ้ำ

ต่อมาอัยการโจทก์ ยื่นอุทธรณ์คัดค้านพิพากษาศาลชั้นต้น ต่อมาศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 8 ส.ค.60 ยืนตามศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความเพราะเป็นการฟ้องซ้ำ อัยการโจทก์ จึงใช้สิทธิตามกฎหมายยื่นฎีกาอีก ขอให้ศาลรับพิจารณาพิพากษาคดีนี้ ซึ่งไม่ใช้การฟ้องซ้ำกับคดีที่ได้มีคำพิพากษาไปแล้ว แต่เป็นการกระทำผิดแยกอีกกรรมหนึ่งที่จำเลยได้ใช้น้ำยาลบคำผิดลบข้อความการรายงานโฆษณาส่วนเกินในเอกสารเพื่อทำให้จำเลยที่ 1-4 ได้รับประโยชน์จากการใช้เอกสารนั้น ยื่น กับ บมจ.อสมท. ผู้เสียหาย

วันนี้ อัยการโจทก์ และนายสรยุทธ , น.ส.มณฑา , นางพิชชาภา จำเลย กับทนายความมาศาล พร้อมฟังคำพิพากษา
ขณะที่ ศาลฎีกา ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้ว ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้น เนื่องจากเห็นว่า คดีที่อัยการโจทก์ ฟ้องศาลฐานปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมนั้น มีเจตนามุ่งหมายแสดงให้เห็นว่าจำเลยกระทำความผิดเกี่ยวกับเอกสารเพื่อปกปิดความผิดของจำเลยที่ 1-4 ที่ได้ร่วมกันไม่แจ้งข้อมูลที่เป็นการโฆษณาที่เกินเวลาซึ่งจำเลยที่ 4 ได้รับเงินค่าตอบแทนจากจำเลยที่ 1-3 อันเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกันกับคดีที่แผนกคดีอาญาทุจริตฯ ในศาลอาญา ได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 4 ราย ในความผิดสนับสนุนเจ้าหน้าที่กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดของเจ้าพนักงานในองค์กรรัฐฯ ซึ่งเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบทแล้ว ดังนั้นที่อัยการฟ้องจำเลยคดีนี้อีกจึงเป็นการฟ้องซ้ำ ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความนั้นชอบแล้ว

ทั้งนี้ภายหลังฟังคำพิพากษาฎีกาแล้ว นายสรยุทธ์ ซึ่งมีหน้าเคร่งขรึมได้ขึ้นรถยนต์ส่วนตัว เดินทางกลับทันที โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาเช่นนี้แล้วคดีปลอมเอกสารสิทธินี้ถือเป็นที่สุดแล้ว

ส่วนคดีที่จำเลยทั้ง 4 รายถูกยื่นฟ้องความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดของเจ้าพนักงานในองค์กรรัฐฯ นั้นคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ซึ่งคดีดังกล่าวศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาให้จำคุก นางพิชชาภา อดีตพนักงาน บมจ.อสมท. เป็นเวลา 20 ปี ส่วน นายสรยุทธ์ และ น.ส.มณฑา พนักงาน บมจ.ไร่ส้ม ให้จำคุกคนละ 13 ปี 4 เดือนโดยไม่รอลงอาญา กับให้ปรับ บจก.ไร่ส้ม จำนวน 800,000 บาท ซึ่งจำเลยทั้งหมดได้ประกันตัวระหว่างฎีกาคนละ 5 ล้านบาท

2_12

'สรยุทธ' โล่ง! ศาลฎีกายืน ให้จำหน่ายคดีไร่ส้ม ชี้ฟ้องซ้ำ