background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

แนะบันได 10 ขั้น เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในเด็กทารกและเด็กป่วย

แนะบันได 10 ขั้น เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในเด็กทารกและเด็กป่วย

สถาบันสุขภาพเด็กฯ แนะบันได 10 ขั้น เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในเด็กทารกและเด็กป่วย

นายแพทย์ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า น้ำนมแม่เป็นยาที่คุ้มกันสารพัดโรค มีผลต่อพัฒนาการของสมอง ลดการติดเชื้อในเด็กป่วย ลดอัตราการเสียชีวิตจากอุจจาระร่วง ลดโอกาสการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง และลดความรุนแรงของอาการป่วยด้วยโรคหลอดลมฝอยอักเสบที่เกิดจากไวรัส RSV จึงควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน และหลัง  6 เดือนให้กินนมแม่ควบคู่กับอาหารตามวัยจนอายุ ครบ 2 ปี  อย่างไรก็ตามเด็กทารกและเด็กแรกเกิดที่จำเป็นต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล มีโอกาสถูกแยกแม่-ลูก หรือถูกสั่งให้งดนมแม่ด้วยเหตุผลต่างๆ ทำให้ขาดโอกาสที่จะได้รับน้ำนมแม่ ซึ่งเป็นอาหารที่มีคุณค่าและมีความสำคัญที่สุดในชีวิต จึงควรสนับสนุนและหาวิธีที่จะช่วยให้แม่ได้มีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูและรักษาลูกร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ด้วยน้ำนม เมื่อเด็กทารกหรือเด็กป่วย แม่จะต้องปรับตัวและเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับลูก ตั้งแต่เด็กเข้ารักษาที่โรงพยาบาลจนแข็งแรงกลับบ้านได้ และแม่ต้องมีความพร้อมเมื่อออกไปดูแลลูกด้วยตนเองที่บ้าน ช่วงเวลาที่แม่อยู่กับลูกที่โรงพยาบาลจึงเป็นเวลาที่มีคุณค่ามาก ควรเปิดโอกาสให้อยู่กับลูกได้อย่างสะดวก และจัดกิจกรรมให้ได้มีโอกาสสัมผัสตัวลูกอย่างใกล้ชิด

นายแพทย์อดิศัย​ ภัตตาตั้ง​ ผู้อำนว​ยการ​สถาบันสุขภาพ​เด็ก​แห่งชาติ​มหา​ราชินี​ กล่าวว่า สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ตระหนักถึงความสำคัญของการให้นมแม่ทั้งเด็กป่วยและเด็กปกติ จึงได้จัดตั้งคลินิกนมแม่ เพื่อส่งเสริมให้ทารกแรกเกิดป่วยได้กินนมแม่อย่างต่อเนื่อง ให้แม่อยู่กับลูกตลอด 24 ชั่วโมง ฝึกความพร้อมก่อนกลับบ้าน บริการให้คำปรึกษาเรื่องการให้นมบุตร โดยสถาบันสุขภาพเด็กฯได้แนะบันได 10 ขั้น สำหรับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในเด็กป่วย ดังนี้ บันไดขั้นที่ 1 การให้ข้อมูลนมแม่ในเด็กป่วย ให้ข้อมูลเกี่ยวกับนมแม่กับบิดามารดาและครอบครัวของทารกตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์ ว่านมแม่มีประโยชน์อย่างไรและมีความจำเป็นมากสำหรับทารกและเด็กป่วย เน้นถึงคุณค่าของนมแม่ในแง่ของการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้กับทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยและทารกป่วย บันไดขั้นที่ 2 การกระตุ้นการหลั่งน้ำนมให้มาเร็วและต่อเนื่อง แม่ต้องบีบน้ำนม ทุก 2-3 ชม. จำนวน 8 ครั้งต่อวัน  เพื่อกระตุ้นการสร้างน้ำนมอย่างเต็มที่ บันไดขั้นที่ 3 การเก็บรักษาน้ำนม บันไดขั้นที่ 4 การเคลือบช่องปากด้วยน้ำนมแม่ การนำนมแม่เคลือบช่องปากลูกทุกๆ 3 ชม. บันไดขั้นที่ 5 ให้แม่โอบกอดลูกเนื้อแนบเนื้อ เสริมสร้างความรักความผูกพันของแม่ลูก กระตุ้นการสร้างน้ำนม กระตุ้นให้น้ำนมมาเร็ว ทำให้ลูกได้รับหัวน้ำนมแม่เร็วขึ้น ลูกดูดนมแม่ได้เร็วขึ้น สร้างความมั่นใจในการดูแลลูก เพิ่มภูมิคุ้มกันผ่านทางน้ำนมแม่ บันไดขั้นที่ 6 การดูดเต้าเปล่า เป็นการเตรียมพร้อมการดูดนมจากเต้าเปล่าโดยการบีบน้ำนมออก 15 นาที ก่อนให้ลูกดูดนมแม่จากเต้าโดยตรง เริ่มฝึกให้ลูกดูดนมจากเต้า บันไดขั้นที่ 7 การเปลี่ยนผ่านสู่การดูดนมจากเต้า ควรให้ทารกได้เรียนรู้การดูดนมแม่ บันไดขั้นที่ 8  การวัดปริมาณน้ำนมที่ทารกได้รับ จะช่วยยืนยันว่าทารกได้รับน้ำนมพอหรือไม่ บันไดขั้นที่ 9 การเตรียมความพร้อม และสร้างความมั่นใจก่อนกลับบ้าน ได้เรียนรู้กับเหตุการณ์จริงที่จะเกิดขึ้น ช่วยสร้างความมั่นใจให้แม่ที่จะกลับไปเลี้ยงลูกที่บ้าน และบันไดขั้นที่ 10 มีระบบติดตามดูแลแม่หลังจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล ติดตามภายหลังนำลูกกลับบ้าน เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือให้สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้อย่างต่อเนื่อง

แนะบันได 10 ขั้น เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในเด็กทารกและเด็กป่วย