background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

แพทย์มะกันแนะวิธีรับมืออาการ“Text Neck Syndrome”

แพทย์มะกันแนะวิธีรับมืออาการ“Text Neck Syndrome”

หลายคนในสังคมก้มหน้าคงคุ้นเคยกับอาการปวดเมื่อยคอ ปวดหัว ปวดแขนและไหล่ และปวดตามข้อต่อกันดี เหล่านี้คืออาการ“Text Neck Syndrome” ที่เกิดจากการใช้สมาร์ทโฟนติดต่อกันเป็นเวลานาน

นายแพทย์ดีน ฟิชแมน ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาด้วยการจัดกระดูกสันหลัง เป็นผู้บัญญัติคำว่า “Text Neck” ขึ้นมา โดยเป็นคำที่ใช้แทนอาการไหล่ห่อคอตก ที่เกิดจากการที่ก้มมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานๆ โดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งรู้สึกปวดคอหรือเมื่อยไหล่บ่อยครั้ง ซึ่งอาจลุกลามจนทำให้ข้อต่อหรือหมอนรองกระดูกบริเวณคอเสื่อมได้ 

เนื่องจากการโน้มคอ ก้มศีรษะมาด้านหน้าและห่อไหล่ทั้งสองข้าง ขณะใช้สมาร์ทโฟนบ่อยๆ เป็นเวาลานาน ทำให้ร่างกายอยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสมจนกล้ามเนื้อบริเวณคอบาดเจ็บเรื้อรัง คนที่เป็นมากอาจมีอาการชารุนแรงถึงขั้นปวดร้าว ตั้งแต่ต้นคอถึงมือ รวมทั้งแขนและมีอาการมืออ่อนแรง

วารสารทางการแพทย์ในสหรัฐ ระบุว่า หากโน้มคอ หรือก้มหน้ามองจอสมาร์ทโฟนในช่วงระยะเวลาสั้นๆแค่ 15 องศา คอจะแบกรับน้ำหนักประมาณ 7 กิโลกรัม และหากก้มมากขึ้นที่ 45 องศา คอต้องรับน้ำหนักเพิ่มเป็น 20 กิโลกรัม และหากก้มลงไปมากถึง 60 องศา คอต้องรับน้ำหนักถึง 27 กิโลกรัม

ผู้เชี่ยวชาญ แนะนำว่า ควรให้มือถืออยู่ตรงกับระดับสายตา เพื่อให้กระดูกสันหลังตรง  ไหล่ไม่ห่อ และพยายามใช้สมาร์ทโฟนเท่าที่จำเป็น หันไปทำกิจกรรมอย่างอื่นบ้าง  และออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อคอและหลัง

ส่วนผู้ที่รู้สึกปวดเมื่อย ให้ลองบริหารต้นคอ เช่น ขยับศีรษะช้าๆจากซ้ายไปขวา และทำซ้ำๆ หรือใช้ฝ่ามือดันศีรษะเคลื่อนไปข้างหน้าและหลัง รวมทั้งกางมือและแอ่นหน้าอกไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อยืดกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยบรรเทาอาการปวดและสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอได้

อย่างไรก็ตาม คณะแพทย์ผู้เขียนรายงานเกี่ยวกับอาการนี้ในวารสารการแพทย์ระบุว่า แม้ผู้มีอาการปวดเรื้อรังบริเวณคอ บ่าและไหล่ใช้การทำกายภาพบำบัดหรือใช้ยาช่วยให้อาการปวดบรรเทาลง แต่ถ้ากลับมามีพฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟนแบบเดิมอีก ก็มีโอกาสกลับมาเป็น Text Neck Syndrome ได้อีก