วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม 2569

Login
Login

'สุชาติ' เซ็งนอภ.ท่าตะเกียบ เบรกใช้สนามหน้าอำเภอตั้งเวทีปราศรัย

'สุชาติ' เซ็งนอภ.ท่าตะเกียบ เบรกใช้สนามหน้าอำเภอตั้งเวทีปราศรัย

“สุชาติ” เซ็งนอภ.ท่าตะเกียบ เบรกใช้สนามหน้าอำเภอตั้งเวทีปราศรัย ร่อนหนังสือร้องเรียน “ปลัด มท.” ย้าย นอภ.ออกนอกพื้นที่ พร้อมตั้ง กก.สอบฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ม.157 ชี้เข้าข่ายขัด รธน.ขวางกระบวนการ ปชต.

นายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำ และผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 จ.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ตนเพิ่งได้รับหนังสือลงวันที่ 6 มี.ค. ลงนามโดย นายฉันท์ แป้นเพชร นายอำเภอท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ระบุว่า ไม่อนุญาตในการใช้สถานที่ สนามหน้าที่ว่าการ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อปราศรัยหาเสียง ในวันนี้ (13 มี.ค.) ตามที่ตนได้แจ้งขออนุญาตไปเมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าเป็นแนวนโยบายจากที่ประชุมสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 14 ม.ค.62 ที่สั่งการห้ามมิให้ใช้สถานที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ทำให้ตนต้องเปลี่ยนสถานที่ไปเช่าพื้นที่เอกชนในบริเวณข้างเคียงเพื่อปราศรัยหาเสียงแทน

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ตนได้พยายามประสานเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับ นายอำเภอท่าตะเกียบ ทางโทรศัพท์หลายครั้ง โดยยกกรณี พรรคประชาธิปัตย์ ใช้บริเวณหน้าศาลากลาง จ.ฉะเชิงเทรา จัดปราศรัยใหญ่ เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้รับการพิจารณาทบทวน จึงได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยัง ปลัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ให้พิจารณาการทำหน้าที่ของ นายอำเภอท่าตะเกียบ ว่าเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ตลอดจนจนเสนอให้ย้ายออกนอกพื้นที่ และตั้งกรรมการสอบสวน เนื่องจากเห็นว่า พื้นที่หน้าที่ว่าการอำเภอเป็นศูนย์กลางของชุมชน และได้ใช้ดำเนินกิจกรรมต่างๆมาตลอด

อีกทั้ง นายอำเภอท่าตะเกียบ ยังขาดความรู้ความเข้าใจกระบวนการทางประชาธิปไตย และปิดกั้นไม่ให้เกิดการชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่แท้จริงให้ประชาชนทราบด้วย รวมทั้งละเว้นไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 22/2561 เรื่อง การให้ประชาชนและพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง และคำสั่งเลขาธิการ คสช.เมื่อการประชุมวันที่ 11 ก.พ.62 ที่ให้หน่วยงานราชการการสนับสนุนพื้นที่หาเสียงให้แก่ผู้สมัคร ส.ส. และพรรคการเมือง

“การกระทำของ นายอำเภอท่าตะเกียบ เข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามามาตรา 157 แล้วยังเข้าข่ายขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตย ไม่สนับสนุนหน้าที่ปวงชนชาวไทยในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 50 (1) แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ด้วย จึงได้ร้องเรียนไปถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยเพื่อให้ดำเนินการสอบสวน ทั้งนี้จะเห็นได้ว่ากรณีของผมถือเป็นการสะท้อนสิ่งที่พรรคการเมืองอื่นๆโจมตีว่า คนของพรรคพลังประชารัฐ ได้รับอภิสิทธิ์พิเศษจากหน่วยงานราชการว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด” นายสุชาติกล่าว