background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'ชาติไทยพัฒนา' วอนทุกพรรคจับมือร่วมแก้ปัญหาเหลื่อมล้ำ

'ชาติไทยพัฒนา' วอนทุกพรรคจับมือร่วมแก้ปัญหาเหลื่อมล้ำ

เวที 10 พรรคการเมืองโชว์วิสัยทัศน์มั่นใจนโยบายตัวเอง แก้ปัญหาเหลื่อมล้ำได้ หากได้รับเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายว่า เวทีวิชาการ เรื่อง "มุมมองทางการเมืองต่อความเหลื่อมล้ำทางสังคม" ที่จัดโดยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมกับ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ​มีผู้มีเข้าร่วมรับฟังความเห็นของ ตัวแทน 10 พรรคการเมืองตั้งคำถาม ถึงความหวังต่อการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำหลังจากการเลือกตั้งปี 2562

โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวโดยเชื่อว่า หากหลังเลือกตั้งได้รัฐบาลที่ใช้อำนาจแบบควบคุม และไม่กระจายอำนาจรัฐ ไม่สามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้ ดังนั้นสิ่งที่ต้องดำเนินการหลังเลือกตั้งคือ การปรับกระบวนทัศน์ของรัฐบาลต่อการแก้ปัญหา โดยเฉพาะปัญหาด้านเศรษฐกิจ

ขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า หลังการเลือกตั้งเชื่อว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่สามารถแก้ไขได้ แต่หลังการเลือกตั้งคือประตูที่จะสร้างยุคสมัยใหม่ที่จะแก้ไขให้ปัญหาที่เผชิญ ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาได้รับการแก้ไข

ส่วนนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย กล่าวว่า ตนเชื่อว่าหากพรรคการเมืองสามารถขจัดการผูกขาดโดยนายทุนได้ การแก้ปัญหาจะสามารถดำเนินได้ อย่างไรก็ตามตนไม่รังเกียจนายทุนที่จะเข้าสู่การเล่นการเมือง แต่ต้องทำให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชนและทำงานเพื่อบ้านเมือง

ด้าน ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวโดยเชื่อว่าหลังเลือกตั้งปัญหาความเหลื่อมล้ำสามารถแก้ไขผ่านการแก้ปัญหานายทุนผูกขาด และเพิ่มอำนาจการต่อรองให้กับประชาชน ทั้งนี้หลังเลือกตั้งหากพรรคไทยรักษาชาติได้เป็นรัฐบาล ยืนยันว่าจะอุ้มนายทุนที่ไม่ดีทิ้งออกไป นอกจากนั้นในการเลือกตั้งที่จะมาถึง ตนขอให้ประชาชนเตรียมตัวให้พร้อมออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพื่อเปลี่ยนไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น โดยไม่ต้องสนใจว่าการเลือกตั้งจะเป็นวันใด

ขณะที่นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า พรรคชาติพัฒนาพร้อมจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และเตรียมผลักดันแนวทางแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ผ่านการเชื่อมโยงวิธีการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ ทั้งนี้ยอมรับว่าความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยซับซ้อนและมีมิติที่หลากหลาย ขณะที่หัวใจของการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้สำเร็จ คือ พัฒนาคนให้มีคุณภาพ ส่งเสริมโอกาสด้านการศึกษา

นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมือง หลังการเลือกตั้งไม่ว่าพรรคการเมืองใดได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้าน ขอให้จับมือเพิ่มเริ่มแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ

ขณะที่นายนพดล ปัทมุ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประเด็นที่สามารถแก้ความเหลื่อมล้ำได้ คือ ลดอำนาจรัฐ กระจายอำนาจให้กับท้องถิ่น รวมถึงยกเลิกกฎหมายซึ่งเป็นอุปสรรคกับประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงตอบคำถามในตอนท้าย มีประเด็นเกี่ยวกับประเด็นยกเลิกสวมเครื่องแบบนักศึกษา ซึ่งเจาะจงถามนายธนาธร และนายอภิทธิ์

โดยนายธนาธร ระบุว่า เครื่องแบบการศึกษาคือสัญลักษณ์ของความกดทับความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นตัวของตัวเอง รวมถึงสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจนิยมภายในโรงเรียน ดังนั้นการกำหนดให้สวมเครื่องแบบถือเป็นสิ่งสะท้อนของปัญหาเชิงโครงสร้างที่ดีที่สุด

ปิดท้ายที่นายอภิสิทธิ์ สนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษายกเลิกการสวมชุดเครื่องแบบ เพราะถือเป็นบุคคลในระดับชั้นปัญญาชน ขณะที่การให้นักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เช่น ประถมศึกษา, มัธยมศึกษาตอนต้น ควรคงไว้ เพราะถือเป็นประโยชน์ต่อการจัดสวัสดิการด้านเครื่องแต่งกายฟรีให้กับนักเรียนที่ขาดแคลน และที่สำคัญตนไม่มองว่าการบังคับให้สวมเครื่องแต่งกาย เป็นการกดทับเรื่องความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชน.