วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เมจิ อโณมา' ร้องดีเอสไอ ถูกแฮกเฟชบุ๊กล้วงข้อมูลบัตรเครดิต

“เมจิ อโณมา” ร้องดีเอสไอหลังถูกแฮกเฟซบุ๊กขโมยข้อมูลบัตรเครดิต สูญเงินกว่า 1.4 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.61 เวลา 14.00 น. นางเมจิ อโณมา คุ๊ก ดารานางแบบ และไอดอลด้านสุขภาพ เดินทางมาให้ข้อมูลเบาะแสกับพ.ต.ท.ปกรณ์. สุชีวะกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเกี่ยวกับพฤติการณ์ของกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งได้แฮกข้อมูลบัตรเครดิตที่ผูกไว้สำหรับซื้อโฆษณาของเพจ Healthymeijianorma ในเฟซบุ๊กและได้ดึงวงเงินจากบัตรเครดิตของนางเมจิไป โดยพบว่ามีการล็อกอินเข้ามาในเพจดังกล่าวหลายครั้งทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ เบื้องต้นมีมูลค่าความเสียหายกว่า 1,400,000 บาท

นางเมจิ กล่าวว่า พฤติการณ์ คือ กลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้จะลักลอบเข้ามาในเพจเฟซบุ๊กที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้ข้อมูลการออกกำลังกายต่อสาธารณะ ซึ่งมีการใส่ข้อมูลบัตรเครดิตไว้กับเพจเฟซบุ๊ก เพื่อชำระค่าโฆษณาให้กับเฟซบุ๊กครั้งละ 1,000-2,000 บาท ซึ่งเป็นเพราะเพจดังกล่าวไม่ได้มีวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์ แต่ปรากฏว่ามียอดตัดบัตรเครดิต 400,000 บาทต่อ 1 บัตร รวมสูญเงินกว่า 1,400,000 บาท และเมื่อตรวจสอบข้อมูลบัญชีเฟซบุ๊กพบข้อพิรุธว่า มีประวัติล๊อกอินจากพื้นที่อื่นและเปลี่ยนการชำระค่าโฆษณาเป็น 30,000 บาทต่อหนึ่งการโปรโมทโพสต์ วันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง รวมมูลค่าการใช้บัตรเครดิตหนึ่งใบเป็นเงินกว่า 400,000 บาทต่อวัน และเมื่อตรวจสอบบัญชีผู้ติดตามและยอดไลค์พบว่ามีเพียง 400,000 เท่าเดิม ขณะที่การโปรโมทโพสต์ไปขึ้นที่เพจอื่นที่มีผู้ติดตามถึง 9 ล้านบัญชี ซึ่งยังไม่ขอเปิดเผยชื่อเพจเพราะเกรงจะกระทบกับการสอบสวน อย่างไรก็ตาม ตนได้เปลี่ยนรหัสเข้าบัญชีใหม่แต่ก็ยังถูกแฮกบัญชีได้ใหม่ทุกครั้ง เช่นที่เพิ่งเกิดขึ้นล่าสุดและแทบทุกครั้งมีการล๊อคอินมาจากอ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี จนต้องระงับบัตรเครดิต

ด้านร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงส์มณี รองผอ.กองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นกับเมจิไม่ใช่ครั้งแรก ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเคยมีกรณีที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกันมาแล้ว ลักษณะแผนประทุษคล้ายกัน คือการเข้ามาซื้อโฆษณาเพื่อโปรโมทโพสต์และใช้แคมเปญซื้อโฆษณากับเฟซบุ๊กและโซเชียลมีเดียต่าง ๆ โดยการตัดบัตรเครดิตทั้งที่ไม่ใช่ลูกค้าของเพจ ซึ่งดีเอสไอจะเร่งสอบสวนขยายผลเบื้องหลังว่าเป็นขบวนการเดียวกันหรือไม่ แต่เพื่อป้องกันความเสียหายขอแจ้งเตือนไปยังประชาชน ให้ระมัดระวังการนำเลขบัตรเครดิตไปผูกไว้กับโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ควรต้องรหัสผ่านซ้อนสองชั้นป้องกันการถูกแฮกข้อมูลบัตรเครดิต เปลี่ยนพาสเวิร์ดบ่อย ๆ ตรวจเช็คยอดใช้จ่ายบัตรเครดิตทุกวัน และควรตั้งระบบให้มีการแจ้งเตือนในรูปแบบต่าง ๆ ทันทีที่มีการใช้งานบัตรเครดิต และควรจำกัดวงเงินในบัตรเครดิต ไม่ให้สูงเกินไป

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Meiji Anorma