วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รวบ! แก๊งสกิมเมอร์ปลอมบัตรรูดเงินเสียหายกว่า 23 ล้านบาท

รวบเครือข่ายแก๊งสกิมเมอร์ชาวจีน ปลอมบัตรรูดเงินเสียหายกว่า 23 ล้านบาท พบดำเนินการมาตั้งแต่ปี 57

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 จากกรณี่ที่เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวน กก.1 บก.ทท.1 ได้รับการประสานข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกรไทย ว่ามีบุคคลนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมมารูดกับเครื่องอนุมัติวงเงินอัตโนมัติ (EDC) บริเวณคอนโดแห่งหนึ่ง ย่าน ถ.รัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมมหานคร จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบต่อมาเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2561 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. , พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท. , พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร , พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง รอง ผบช.ทท. , พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.ทท.1 , พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ. , พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 , พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นในธรรม ผบก.สส.สตม. , พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว , เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ และ เจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร.

ได้ร่วมกันจับกุม 1.น.ส.สุรางคนา บุญเรียบ อายุ 36 ปี โดยกล่าวหาว่า “มีเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมหรือแปลงบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ” และ 2.น.ส.รัชนีวรรณ โถนะวัลย์ อายุ 41 ปี “มีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” จับกุมได้ที่ ห้องพักรัชดาออร์คิดทาวเวอร์ ถ.รัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร พร้อมของกลาง เครื่องบันทึกข้อมูลลงในแถบแม่เหล็ก จำนวน 1 เครื่อง , บัตรอิเล็กทรอนิกส์เปล่า (บัตรขาว) จำนวน 11 ใบ , คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ,ไอแพด ,โทรศัพท์มือถือ , บัญชีธนาคารของผู้อื่น จำนวน 64 เล่ม , บัตรเอทีเอ็มของผู้อื่น จำนวน 47 ใบ , เครื่องอนุมัติวงเงินอัตโนมัติ (EDC)/เครื่องรูดบัตร จำนวน 15 เครื่อง และ สลิปสรุปยอดการใช้บัตรรูดจากเครื่องอนุมัติเงินสดอัตโนมัติ จำนวน 125 ใบ โดย น.ส.สุรางคนาฯ และ น.ส.รัชนีวรรณฯ ยอมรับว่าเป็นคนทำหน้าที่ในการจัดหา เครื่องอนุมัติวงเงินอัตโนมัติ (EDC) พร้อมกับบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มที่ผูกกับเครื่องอนุมัติวงเงินอัตโนมัติ (EDC) นำมาให้กับชายชาวจีนเพื่อใช้รูด เมื่อรูดเงินแล้วชายชาวจีนดังกล่าวจะส่ง สลิปยอดรูดเงินมาให้ เพื่อให้ไปกดเงินแล้วนำมาเงินมาให้กับชายชาวจีน โดย น.ส.สุราคนาฯ และ น.ส.รัชนีวรรณฯ จะได้ส่วนแบ่งเป็นเงินร้อยละ 1 ของยอดเงินสดที่กดมาได้

ต่อมาวันที่ 25 พ.ย. 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขยายผลจับกุมชายชาวจีนเพิ่มเติมอีก 2 คน ประกอบด้วย 1.MR.SUN ZHIDENG (ซุน เด็ง) อายุ 32 ปี สัญชาติจีน และ​2.MR.YU PENG (ยู เป็ง) อายุ 36 ปี สัญชาติจีน โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์โดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้นโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือประชาชน , ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และ ร่วมกันมีเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมหรือแปลงบัตรอิเล็กทรอนิกส์”

จับกุมได้ที่ บางกอกรัชดาเซเว่นทีนคอนโด ซ.อินทามระ 47 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ​พร้อมของกลาง บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม จำนวน 150 ใบ , บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นจำวน 20 ใบ , เครื่องบันทึกข้อมูลลงแถบแม่เหล็ก ,คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค, สมุดบัญชีธนาคาร , สลิปใบเสร็จจากเครื่องอนุมัติวงเงินอัตโนมัติ จำนวน 4 ใบ , และของกลางอื่นๆอีกหลายรายการ

จากการตรวจสอบพบว่าเครือข่ายดังกล่าวนี้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 ตรวจสอบจากสลิปใบเสร็จจากเครื่องอนุมัติวงเงินอัตโนมัติ พบว่าเบื้องต้นมีการรูดเงินไปมูลค่าความเสียหายกว่า 23 ล้านบาท โดย MR.SUN ZHIDENG (ซุน เด็ง) และ MR.YU PENG (ยู เป็ง) เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยวและแอบแฝงเข้ามากระทำความผิดในประเทศไทย และ MR.SUN ZHIDENG (ซุน เด็ง) และ MR.YU PENG (ยู เป็ง)

ทั้งนี้ ยอมรับว่าเป็นคนจัดหาข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้เสียหายซึ่งส่วนมากเป็นคนจีนมาแล้วทำการบันทึกลงในบัตรอิเล็กทรอนิกส์เปล่า(บัตรขาว) หลังจากนั้นได้ว่าจ้างคนไทยให้ไปจัดหาเครื่องอนุมัติวงเงินอัตโนมัติ (EDC) มาให้แล้วนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมมารูด เมื่อเงินเข้าบัญชีของเจ้าของเครื่องรูดแล้วก็จะให้คนไทยไปกดเงินแล้วแบ่งกันตามสัดส่วนที่ได้ตกลงกันไว้ หลังจากนั้นจะนำเงินที่ได้ส่งกลับประเทศผ่านร้านรับแลกเงินแห่งหนึ่งในเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งสืบสวนจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป