เพิ่มเครื่องสูบน้ำ-ผลักดันน้ำเท่าตัว รับมือน้ำท่วม 'คาบสมุทรสทิงพระ'

เพิ่มเครื่องสูบน้ำ-ผลักดันน้ำเท่าตัว รับมือน้ำท่วม 'คาบสมุทรสทิงพระ'

รองผู้ว่าฯ สงขลา เรียกประชุมเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มปี 2561 สั่งเพิ่มเครื่องสูบน้ำ-เครื่องผลักดันน้ำกว่าเท่าตัวรับมือน้ำท่วมคาบสมุทรสทิงพระ

เวลา 10.00 น. (24 ต.ค.61) ณ ห้องประชุมเฟื่องฟ้า ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุม “การจัดสรรเครื่องมือและอุปกรณ์ในการเตรียมพร้อมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ประจำปี 2561”

ที่ประชุมมีการรายการมอบหมายหน่วยงานรับผิดชอบในการติดตั้งเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ (อ.ระโนด กระแสสินธุ์ สทิงพระ สิงหนคร) โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.ระโนด และอ.กระแสสินธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วมหนักในปี 2561 ที่ผ่านมา

โดยเฉลี่ยระดับน้ำท่วมในพื้นที่อ.ระโนด และอ.กระแสสินธุ์อยู่ที่ 2.10 เมตร ซึ่งต้องใช้เวลาในการระบายน้ำให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติต้องใช้เวลานานถึง 15 วัน ทำให้ในปีนี้มีการเพิ่มจำนวนเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำจากปี 2560 ที่ผ่านมาเพื่อให้สามารถรับมือกับปริมาณฝนและน้ำจากสมมุติฐานปริมาณน้ำเทียบเท่ากับปี 2560 ที่มีปริมาณมากในรอบ20ปี

ซึ่งในปีนี้มีการเตรียมเครื่องสูบน้ำไว้จำนวนทั้งสิ้น 64 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 45 เครื่อง เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปี 2560 ที่มีเครื่องสูบน้ำจำนวน 24 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ 22 เครื่อง และคาดว่าจำนวนเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำที่เพิ่มขึ้นใปีนี้ (2561) จะทำให้สามารถลดระยะเวลาการระบายน้ำเหลือประมาณ 9-10 วัน จาก 15 วันปี 2560

นอกจากยังมีการขุดลอกคลองและสันดอนทรายที่จะกีดขวางทางน้ำ รวมถึงการพร่องน้ำในคลองในพื้นที่เพื่อรองรับกับปริมาณน้ำรอบใหม่ นอกจากนี้ยังมีการเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมสำหรับคาบสมุทรสทิงพระที่สามารถเคลื่อนย้ายเข้าไปในเสริมในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง