วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

คุกตลอดชีวิต แก๊งไขควงรุมฆ่า 'น้องปอนด์'

คุกตลอดชีวิต แก๊งไขควงรุมฆ่า 'น้องปอนด์'

ศาลจำคุกตลอดชีวิต แก๊งไขควงรุมฆ่า "น้องปอนด์" นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากรเสียชีวิต แม่ยังทำใจไม่ได้ เปิดโลงดูหน้าลูกทุกวัน

เมื่อวันที่ 24 ต.ค.61 ที่ห้องพิจารณา 701 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 10.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีฆ่าไขควงแทงขมับ นักศึกษาชาย ม.ศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรี หมายเลขดำ อ.1756/2560 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ และ เจ้าของหอพัก , ผู้บาดเจ็บ 2 ราย และมารดาของนายธีรพงศ์ หรือปอนด์ ฐิติฐาน ผู้ตาย เป็นโจทก์ร่วมที่ 1-4 ยื่นฟ้อง นายกรกนก หรืออาร์ท วรัญญสาธิต อายุ 23 ปี กับพวกที่เป็นชายอีก 12 คน และหญิงอีก 1 คน ซึ่งเป็นชาว จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นจำเลยที่ 1-14 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 , ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นบาดเจ็บได้รับอันตรายแก่กายและจนถึงแก่ความตาย มาตรา 290 , ร่วมกันบุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธและใช้กำลังประทุษร้าย มาตรา 362,365 (1)(2)(3) และพกพาอาวุธมีดไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุอันควร รวม 4 ข้อหา ซึ่งเจ้าของหอพักโจทก์ร่วมที่ 1 ได้ยื่นคำขอให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหาย รวม 538,000 บาท , ผู้ได้รับบาดเจ็บแขนขวา โจทก์ร่วมที่ 2 ขอให้ชดใช้ รวม 306,000 บาท , ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้า โหนกแก้ม ขอให้ชดใช้ รวม 250,000 บาท และมารดาของน้องปอนด์ ผู้ตาย ขอให้ชดใช้รวม 7,200,000 บาท

โดยชั้นพิจารณา นายกรกนก หรืออาร์ท วรัญญสาธิต อายุ 23 ปี จำเลยที่ 1 , ส.ต.ชรินทร หรือบิ๊ก แก่นสาร อายุ 21 ปีที่ 3 , นายญาณวัฒน์ หรือปาล์ม ทิพย์เที่ยงแท้ อายุ 20 ปี ที่ 4 , นายเรวัติ หรือเต้ย วงศ์ขยาย อายุ 21 ปี ที่ 5, นายกฤตนันท์หรือปาล์ม เนียมเงิน อายุ 21 ปี ที่ 6 , นายเศรษฐาหรือเติ้ล อุปถัมภ์ อายุ 27 ปี ที่ 7, นายธีราพัฒน์หรืออั้ม โพธิ์สุทธิ์ อายุ 20 ปี ที่ 8 , นายธีรธานนท์หรือนนท์ ทัพนาค อายุ 21 ปี ที่ 9 , นายภาคินหรือมิค เสือนาค อายุ 19 ปีเศษ ที่ 10 , นายศุภสิทธิ์หรือแป้ง ดีท้วม อายุ 21 ปี ที่ 11 , นายอธิบดีหรือซีม กุญแจทอง อายุ 22 ปี ที่ 12 , นายชินกิตติ์หรือกิต อรรถวรรธน อายุ 22 ปี ที่ 13 และน.ส.มาริสาหรือลูกหมี เงินทอง อายุ 21 ปี ที่ 14 ได้รับการประกันตัวไป

มีเพียง นายเดชาธรหรือไบร์ท มูลมณี อายุ 21 ปี จำเลยที่ 2 ที่ไม่ได้ประกันตัว จึงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นับตั้งแต่ชั้นฝากขังเมื่อปี 2560 เรื่อยมาจนถึงชั้นพิจารณาคดี โดยวันนี้ศาลได้เบิกตัว นายเดชาธรหรือไบร์ท จำเลยที่ 2 มาจากเรือนจำสวมหน้ากากอนามัยปิดปาก-จมูก โดยยังคงเห็นว่ามีสีหน้าสดใส ไม่ดำคล้ำ ซึ่งได้ทักทายกับเพื่อนจำเลยที่นั่งใกล้เคียง โดยจำเลยทั้ง 13 คนที่ได้รับประกันก็มาศาลครบทุกคน ซึ่งมีญาติและกลุ่มเพื่อนมาให้กำลังใจนั่งลุ้นคำพิพากษากว่า 50 คน เต็มห้องพิจารณาคดี โดยฝ่ายครอบครัวผู้ตาย ก็มีป้าและญาติมาร่วมติดตามผลคำตัดสินด้วยเช่นกัน

โดยคดีนี้ อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.60 บรรยายพฤติการณ์สรุป ว่า เมื่อวันที่ 25 ก.พ.60 จำเลยทั้ง 14 ร่วมกันใช้มีดพกยาว 50 เซนติเมตร 1 เล่มไปที่หอพักบ้านเกรียงไกรเลขที่ 153/2 ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี บุกเข้าไปที่ห้องพักเลขที่ 13 ใช้กำลังประทุษร้ายทำร้ายร่างกาย นายศิวรักษ์ นาโค ชกต่อยไปตามร่างกายหลายครั้ง กับใช้ขวดตีที่ศีรษะ 1 ครั้ง ใช้มีด 1 เล่มฟันแขนขวาของนายศิวรักษ์ได้รับอันตราย และที่หน้าผาก กับใช้กำลังประทุษร้าย นายธนพล พุทธมา โดยใช้ไขควงซึ่งวางอยู่ในห้องที่เกิดเหตุแทงที่โหนกแก้มซ้ายหนึ่งครั้ง ได้รับอันตรายแก่กาย และพวกจำเลยยังได้ทำร้ายร่างกาย นายธีรพงศ์ หรือน้องปอนด์ ฐิตะฐาน อายุ 24 ปีนักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรีหลายครั้ง โดยจำเลยที่ 1, 2 ,4, 7, 8 ,9 ,11 , 13 มีเจตนาฆ่า นายธีรพงศ์ ใช้ไขควงปลายแหลมเป็นอาวุธแทงนายธีรพงศ์ที่ขมับศีรษะด้านขวาทะลุผ่านกะโหลกศีรษะเข้าไปในเนื้อสมองจนฉีกขาด และมีเลือดออกในสมอง ถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดด้ามไขควงสีเหลือง-ดำ จากที่เกิดเหตุ

ต่อมาวันที่ 1 มี.ค.60 เจ้าหน้าที่จับกุมจำเลยที่ 1 ได้ ขณะที่จำเลยที่ 2 เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ต่อมาวันที่ 2 มี.ค.60 จำเลยที่ 3 -10 เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน วันที่ 4 มี.ค.60 จำเลยที่ 11 และ 12 เข้ามอบตัว และวันที่ 5 มี.ค.60 จำเลยที่ 13 และ 14 มอบตัว พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหากับจำเลยทั้ง 14 ชั้นสอบสวนจำเลยทั้ง 14 ให้การปฏิเสธ ส่วนชั้นพิจารณาจำเลยที่ 1 ได้รับสารภาพว่าบุกรุกเข้าไปหอพักและห้องพักแต่บ่ายเบี่ยงว่าไม่ได้ฆ่า ส่วนจำเลยที่ 2 ก็ให้การรับสารภาพ ขณะที่จำเลยอื่นบางคนก็ให้การรับสารภาพบุกรุกเช่นกัน ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ

ส่วน น.ส.มาริสา จำเลยที่ 14 ได้ความว่า ขณะเกิดเหตุ แม้นั่งมาในรถกับจำเลยที่ 1-13 ด้วย ก็ภายหลังไม่ได้ลงจากรถยนต์ ขณะที่จำเลยที่ 14 เองก็เช่าห้องพักเลขที่ 16 อยู่ในหอพักดังกล่าวด้วย ซึ่งเป็นปกติที่จำเลยที่ 14 จะต้องเดินทางมาที่ห้องพัก ซึ่งไม่ใช่การกระทำของการบุกรุกฯ จึงพิพากษา จำเลยที่ 1,2,4,5,6,7,8,911,13 มีความผิดฐานบุกรุกในเวลากลางคืนโดยมีใช้กำลังประทุษร้าย โดยร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ม.364,365 (1)(2)(3) ส่วนจำเลยที่ 3,10,12 มีความผิดตาม ม.364 ,365 (2)(3)

โดยจำเลยที่ 1,2 ยังมีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามมาตรา 288 และ จำเลยที่ 4,5,6,7,8,9,11,13 มีความผิดฐานร่วมกันกระทำการซึ่งไม่ได้มีเจตนาฆ่าแต่ได้ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ซึ่งการกระทำของจำเลยนั้นเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป จึงพิพากษา ให้จำคุกตลอดชีวิต นายกรกนก หรือ อาร์ท จำเลยที่ 1 ฐานฆ่าผู้อื่นฯ ตาม ม.288 และจำคุกฐานร่วมกันบุกรุกโดยมีเหตุฉกรรจ์ตาม มาตรา 364 และ 365 (1)(2)(3) อีก 1 ปี โดยจำเลยให้การรับสารภาพฐานร่วมกันบุกรุกฯ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกเฉพาะข้อหาบุกรุกนี้เป็นเวลา 6 เดือน แต่เมื่อถูกวางโทษจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาฆ่าผู้อื่นแล้ว จึงไม่อาจเรียงกระทงลงโทษกับความผิดอื่นได้อีก จึงให้จำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 1 ไว้สถานเดียว

นายเดชาธรหรือไบร์ท จำเลยที่ 2 ให้จำคุกตลอดชีวิตฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ มาตรา 288 และจำคุกฐานร่วมกันบุกรุกโดยมีเหตุฉกรรจ์ตาม มาตรา 364 และ 365 (1)(2)(3) อีก 1 ปี โดยจำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 2 เป็นเวลา 25 ปี 6 เดือน

ส่วน ส.ต.ชรินทรหรือบิ๊ก จำเลยที่ 3 , นายภาคินหรือมิค จำเลยที่ 10 , นายอธิบหรือซิม จำเลยที่ 12 ซึ่งขณะเกิดเหตุยืนอยู่เพียงหน้าห้องนั้น ให้จำคุกคนละ 1 ปี ร่วมกันบุกรุกโดยมีเหตุฉกรรจ์ตาม มาตรา 364 และ 365 (2)(3)

สำหรับนายญาณวัฒน์หรือปาล์ม จำเลยที่ 4, นายเรวัติหรือเต้ย จำเลยที่5, นายกฤตนันท์หรือปาล์ม จำเลยที่ 6 , นายศุภสิทธิ์หรือแป้ง จำเลยที่ 11 ให้จำคุกคนละ 10 ปี ฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ตาม มาตรา 290 และข้อหาบุกรุกฯ ให้จำคุกอีกคนละ 1 ปี รวมจำคุกทั้งสิ้นคนละ 11 ปีโดยส่วนของนายญาณวัฒน์ จำเลยที่ 4 นั้นให้บวกโทษจำคุก 1 เดือนของศาลจังหวัดหัวหินเข้ากับคดีนี้ด้วยรวมจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 11 ปี 1 เดือน และนายเศรษฐาหรือเติ้ล จำเลยที่ 7 , นายธีราพัฒน์หรืออั้ม จำเลยที่ 8 , นายธีรธานนท์หรือนนท์ จำเลยที่ 9 ,นายชินกิตติ์หรือกิต จำเลยที่ 13 ให้จำคุกคนละ 10 ปี ฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนได้รับอันตรายฯ ม.290 และบุกรุกฯ อีกคนละ 1 ปี ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพฐานร่วมกันบุกรุกจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งเฉพาะข้อหาบุกรุกให้จำคุกไว้คนละ 6 เดือน เมื่อรวมโทษทุกกระทงความผิดคงจำคุกจำเลยที่ 7,8,9,13 ไว้คนละ 10 ปี 6 เดือน โดยพิพากษายกฟ้อง น.ส.มาริสา หรือลูกหมี จำเลยที่ 14 เพียงคนเดียวในทุกข้อหา

นอกจากนี้ยังให้จำเลยที่ 1-13 ร่วมกันชดใช้เงินค่าเสียหายแก่เจ้าของหอพักโจทก์ร่วมที่ 1 ด้วย 150,000 บาท และให้จำเลยที่ 1,2,4,5,6,7,8,9,11,13 ชดใช้ผู้บาดเจ็บโจทก์ร่วมที่ 2 จำนวน 125,000 บาท , โจทก์ร่วมที่ 3 จำนวน 95,000 บาท และมารดาผู้ตาย โจทก์ร่วมที่ 4 จำนวน 6,870,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 25 ก.พ.60 (วันเกิดเหตุ)

ทั้งนี้ ภายหลังฟังคำพิพากษา นางอรุณี ดีสุวรรณ ป้าของน้องปอนด์ ผู้ตาย กล่าวว่า วันนี้ศาลได้ให้ความยุติธรรมที่สุดแล้ว เบื้องต้นครอบครัวพอใจกับผลโดยจะไม่ยื่นอุทธรณ์คดีต่อ แต่หากฝ่ายจำเลยยื่นอุทธรณ์ ก็เป็นเรื่องของอีกฝ่าย โดยขอให้คนที่ฆ่าหลานตนเองไปรับโทษตามกฎหมายซึ่งยังไม่ขออโหสิกรรมให้

ส่วนศพน้องขณะนี้ยังแช่อยู่ในโลงเย็นที่บ้าน จ.ชุมพร ก็ยังรอดูจนกว่าคดีจะสิ้นสุดจริงในชั้นศาลแล้วจะพิจาณาเรื่องการฌาปนกิจต่อไป โดยแม่เขายังทำใจไม่ได้ ทุกวันกลับจากทำงานยังกลับมาเปิดดูหน้าลูกชายในโลงทุกวัน ซึ่งหากน้องปอนด์ฟังอยู่อยากบอกว่าให้น้องไปสู่สุขคติ และไปยังภพภูมิที่ดี ชาติหน้ามีจริงขอให้เกิดมาเป็นคนในครอบครัวอีก