น้ำโขงหนุนสมทบน้ำฝน ทำให้ส่วนราชการเป็นศาลากลางลอยน้ำ ผู้ว่าฯบึงกาฬ ยืนยันทุกหน่วยงานยังให้บริการประชาชนได้ตามปกติ
วันนี้ (31 ส.ค.61) สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.บึงกาฬ พบว่าในอำเภอที่ติดลำน้ำโขง น้ำจะท่วมในพื้นที่ราบลุ่ม สำหรับในพื้นที่เศรษฐกิจอย่างเขตอำเภอเมืองนั้น พบว่าทางจังหวัดได้เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์น้ำ พร้อมทั้งวางแผนป้องกัน จึงทำให้พื้นที่ในเขตเศรษฐกิจสำคัญไม่มีน้ำท่วม
นายนิรันต์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำที่จังหวัดบึงกาฬ ในพื้นที่ 8 อำเภอนั้นได้รับผลกระทบทั้งหมด ระดับน้ำที่ท่วมสูงมาจากหลายเหตุปัจจัย คือ พายุ 2 ลูก ที่เข้ามาติดต่อกัน ทำให้พื้นที่ทั้ง 8 อำเภอมีน้ำสะสม โดยเฉพาะใน 4 อำเภอที่ติดลำน้ำโขง คือปากคาด บึงกาฬ บุ่งคล้า และบึงโขงหลง น้ำจากแม่น้ำโขงที่เอ่อล้นตลิ่ง รวมทั้งเขื่อนไฟฟ้าน้ำงึม 1 ในประเทศลาว ได้เปิดประตูระบายน้ำ ระดับน้ำในแม่น้ำโขงจึงยังคงทรงตัว ทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้า
“ บึงกาฬมีหนองน้ำกระจายอยู่ทั่วทั้งจังหวัด จึงเป็นพื้นที่ลุ่มที่รับน้ำฝน ก่อนที่จะไหลลงสู่แม่น้ำโขง แต่ในระยะนี้ไม่สามารถระบายน้ำได้ เนื่องจากน้ำโขงหนุนสูงประกอบกับปริมาณน้ำโขงไหลย้อนกลับ ทำให้เอ่อล้นท่วมชุมชน บ้านเรือนประชาชน พื้นที่ทางการเกษตรได้รับผลกระทบแล้วกว่า 200 หลังคาเรือน ส่วนพื้นที่เศรษฐกิจชั้นในไม่มีน้ำท่วม โดยได้วางแผนระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรองรับสถานการณ์ ซึ่งในระยะต่อไปหากปริมาณน้ำโขงยังคงหนุนสูงจะปิดประตูน้ำทั้ง 5 ประตูทันที และเตรียมเครื่องสูบน้ำขนาด 14 นิ้ว ไว้ตามแนวท่อระบายน้ำ 5 แนว 5 ตัว คาดว่าน่าจะเพียงพอ ตามหลักการนี้เชื่อว่าจะสามารถรักษาพื้นที่เศรษฐกิจได้อย่างแน่นอน” นายนิรันต์ กล่าว
สำหรับพื้นที่ของศูนย์ราชการนั้น จากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอด 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้พื้นที่รอบศาลากลางจังหวัด ซึ่งมีทั้งหน่วยงานบ้านพักข้าราชการมีน้ำท่วมสูง กว่า 50 เซนติเมตร ทำให้เจ้าหน้าที่บางส่วนได้ย้ายออกไปอยู่ด้านนอกจนกว่าน้ำจะลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่นายนิรันต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และหัวหน้าส่วนราชการยังคงพักอาศัยอยู่ตามเดิม ในส่วนการให้บริการประชาชน เจ้าหน้าที่ยังดำเนินการได้ตามปกติหากระดับน้ำในลำน้ำโขงลดลง น้ำตามลำน้ำสาขาจึงจะสามารถระบายได้ตามปกติ
จากข้อมูลของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ระบุว่า สภาพอากาศและสถานการณ์ฝนยังมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยมีพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมากใน 31 จังหวัด สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.เลย ชัยภูมิ หนองคาย บึงกาฬ นครพนม อุดรธานี สกลนคร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำเพิ่มขึ้น ต้องเฝ้าระวังลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงบริเวณที่แม่น้ำโขงสูงกว่าตลิ่ง ที่มีแนวโน้มระดับน้ำสูงขึ้นกว่าระดับตลิ่งที่ จ.นครพนม มุกดาหาร และ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี และต้องเฝ้าระวังบริเวณหนองคายและบึงกาฬด้วย





