วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เขื่อนวชิราลงกรณ แจ้งระบายน้ำเพิ่ม เริ่ม1-5 ส.ค.นี้

เผยความจุอยู่ที่ 80.66% ปริมาณน้ำในอ่างมากสุดในรอบ 34 ปี ครั้งที่ 2 แต่ไม่กระทบตัวเขื่อน



วันนี้ 31 ก.ค.61 เวลา 18.31 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเขื่อนวชิราลงกรณ ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 153 กิโลเมตร เป็นเขื่อนหินถมดาดหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 92 เมตร สันเขื่อนกว้าง 10 เมตร ยาว 1,019 เมตร กั้นลำน้ำแควน้อย และเป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ

ส่วนแนวโน้มสถานการณ์ปริมาณน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณ ณ ปัจจุบัน (31 กรกฎาคม 2561) ความจุอยู่ที่ 80.66% สูงกว่าเกณฑ์ควบคุม 2 เมตร หากเทียบกับปริมาณน้ำ ณ ช่วงเวลาเดียวกันกับสถิติปีก่อนหน้า พบว่า ปีนี้สูงที่สุดในรอบ 34 ปีเช่นเดียวกันกับเมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเหลือความจุรองรับน้ำได้อีก 1,713.83 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีแนวโน้มน้ำไหลเข้าเขื่อนมากอย่างต่อเนื่อง

ตั้งแต่เวลา 00.00-09.00 น.ของวันที่ 30 กรกฎาคม 61 มีน้ำไหลเข้าเขื่อนรวม 123.31 ล้าน ลบ.ม. คาดว่าตลอดทั้งวันนี้ จะมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนมากใกล้เคียงกับเมื่อวาน ขณะที่เขื่อนพยายามควบคุมการระบายน้ำในอัตราไม่เกินวันละ 26.79 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบด้านท้ายน้ำตลอดแม่น้ำแควน้อย

ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำในเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นด้วยเรื่อยๆ มีอัตราการเพิ่มขึ้นของน้ำในอ่างฯ (น้ำเข้า 123.31 น้ำออก 26.79) = 96.52 ล้าน ลบ.ม./วัน จะเห็นว่าหากสถานการณ์น้ำไหลเข้าเขื่อนยังคงไม่ลดลง ช่องว่างที่เหลืออยู่ 1,713.83 ล้าน ลบ.ม. จะรับน้ำได้อีกไม่นาน จำเป็นต้องพร่องน้ำเพิ่มขึ้นจากเดิม

แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ปริมาณไหลเข้าเขื่อนจะมีมาก แต่เขื่อนวชิราลงกรณ ยังยืนยันว่า สภาพตัวเขื่อน ยังมีความมั่นคงแข็งแรงและมีความปลอดภัยสูง โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำคอยเฝ้าติดตาม สถานการณ์น้ำ ตลอด 24 ชั่วโมง

โดยเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 6 1 ที่ผ่านมา นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้อำนวยการกลาง ได้มีโทรสารถึงจังหวัด ในการแจ้งเตือนประชาชนและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยน้ำไหลหลากและดินถล่ม โดยให้ดำเนินการดังนี้
1.แจ้งประชาชนในพื้นที่ให้ติดตามข่าวสารสภาพน้ำท่า สภาพอากาศอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเตรียมพร้อมรับสถานการณ์และปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางราชการอย่างเคร่งครัด
2.เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด “ดินถล่ม” ของกรมทรัพยากรธรณี โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่มีภูเขาสูงชันและพื้นที่ที่เคยเกิดดินโคลนถล่มมาก่อนแล้ว พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำฝนสะสม 24 ชั่วโมงในพื้นที่ที่เกินกว่า 80 มิลลิเมตร อย่างใกล้ชิด เนื่องจากดินในหลายพื้นที่เริ่มชุ่มน้ำแล้ว ทำให้มีความอ่อนไหวที่อาจก่อให้เกิดดินถล่มในพื้นที่ได้โดยง่าย
3. บูรณาการและประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมพร้อมทรัพยากร เครื่องจักรกล และแผนปฏิบัติการเผชิญเหตุ รวมถึงกำลังเจ้าหน้าที่ให้มีความพร้อมปฏิบัติงานการอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง
4. ใช้ประโยชน์จากหอกระจายข่าว ในหมู่บ้านในการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้แก่ประชาชนได้รับทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และหากพื้นที่ใดมีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยน้ำไหลหลากและดินถล่ม ให้ใช้อุปกรณ์เตือนภัยในพื้นที่เช่นหอเตือนภัย เตือนภัยขนาดเล็ก แจ้งเตือนประชาชนโดยทันที หรือแจ้งประสานกับศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติในการให้สัญญาณเตือนภัยทางโทรศัพท์ ที่หมายเลข 02-399 4114 ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ขอให้จังหวัดดำเนินการตามหนังสือข้อสั่งการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อย่างเคร่งครัด

อนึ่งล่าสุดเมื่อเวลา 17.20 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ว่า ทางกรมชลประทาน ได้มีการแจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณ จากที่เคยระบายน้ำวันละ 28 ล้าน ลบ.ม.โดยวันที่ 1 ส.ค.จะระบายน้ำเพิ่มเป็น 31 ล้าน ลบ.ม./วัน วันที่ 2 ส.ค.ระบายเพิ่มเป็น 34 ล้าน ลบ.ม./วัน ส่วนในวันที่ 3-5 ส.ค.จะระบายน้ำเพิ่มมากที่สุดคือเป็นวันละ 36 ล้าน ลบ.ม./วัน

ทั้งนี้เพื่อบริหารการจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้เหมาะสม โดยทางเขื่อนได้เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ซึ่งปริมาณน้ำในวันนี้(31 ก.ค.)ถึงแม้จะมีจำนวนมากในรอบ 34 ปี อีกครั้งหนึ่งเมื่อเทียบปริมาณน้ำในวันเดียวกันของทุกปี แต่ตัวเขื่อนยังมีความมั่นคงแข็งแรง 100 %

ขณะเดียวกัน ศูนย์อุทกวิทยาชลประทานภาคตะวันตก (กาญจนบุรี) ได้รายงานสถานการณ์น้ำ แม่น้ำแควน้อย บริเวณสถานี K.54 ต.ลิ้นถิ่น อ.ทองผาภูมิ ระดับตลิ่ง 7.50 เมตร อัตราการไหล 890.00 ลบ.ม./วินาที ศูนย์เสาระดับ +60.60 ม.(ร.ท.ก.) สถานี K.58 บริเวณท่าเรือปากแซง ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค ระดับตลิ่ง 7.60 เมตร อัตราการไหล 700.00 ลบ.ม./วินาที ศูนย์เสาระดับ +39.50 เมตร (ร.ท.ก.)

สถานี K.10 อ.ไทรโยค ระดับตลิ่ง 10.30 เมตร อัตราการไหล 2300.00 ลบ.ม./วินาที ศูนย์เสาระดับ +30.40 เมตร (ร.ท.ก.) สถานี K.37 อ.เมืองกาญจนบุรี ระดับตลิ่ง 11.65 เมตร อัตราการไหล 2300.00 ลบ.ม./วินาที ศูนย์เสาระดับ +19.80 เมตร (ร.ท.ก.) และสถานี K.11A แม่น้ำแม่กลอง อ.ท่าม่วง ระดับตลิ่ง 6.20 เมตร อัตราการไหล (ไม่ระบุ)ศูนย์เสาระดับ +9.70 เมตร (ร.ท.ก.)ซึ่งทั้งหมดมีแนวโน้มว่าปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้น และในขณะนี้เขื่อนแม่กลอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้ดำเนินการปล่อยน้ำท้ายเขื่อนในปริมาณ 424 ลบ.ม./วินาที