จนท.วางอวนปากอ่าว ใช้เรือแคนนู-กำลังเจ้าหน้าที่เดินเท้าชายหาด บีบจระเข้เข้าคลองลายัน เชื่อเจอคลื่นซัดจนอ่อนแรง ต้องเร่งหาน้ำจืด
หลังจากพบจระเข้โผล่ขึ้นเหนือน้ำบริเวณทะเลหน้าหาดลายัน หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ สน.4 (หาดลายัน) ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยทางชุดเฉพาะกิจติดตามค้นหาและเฝ้าระวัง จ.ภูเก็ต ซึ่งได้มีการสนธิกำลังร่วมกับชุดจับจระเข้ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี (ชุดไกรทองแห่งลุ่มน้ำตาปี), เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเล เกาะสิมิลัน พังงา ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลเขต3กระบี่, เจ้าหน้าที่ทหาร ทัพเรือภาคที่3, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชิงทะเล, องค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล และกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดภูเก็ต ยังคงมีการเฝ้าระวังและติดตามหาจระเข้อย่างต่อเนื่อง โดยพบโผล่ขึ้นเหนือน้ำหน้าชายหาดลายันเป็นระยะๆ แต่ยังไม่สามารถเข้าจับตัวได้ เนื่องจากคลื่นลมในทะเลค่อนข้างแรง ความสูงของคลื่น3-4เมตร ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการทำงานของเจ้าหน้าที่ฯชุดดังกล่าว
เวลา 15.00 น. วานนี้ (28 ก.ค.61) บริเวณปากคลองลายัน (คลองเสน่ห์โพธิ์) ซึ่งเป็นร่องน้ำเชื่อมต่อกับลำคลองดังกล่าว นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายโกวิทย์ เก้าเอี้ยน ประมงจังหวัดภูเก็ต, นายกองโทอดุลย์ ชูทอง นายอำเภอถลาง, นายศิริ ยกทอง รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล, นายนิคม สุขสวัสดิ์ หัวหน้าชุดไกรทองแห่งลุ่มน้ำตาปี, เจ้าหน้าที่ทหารทัพเรือภาคที่3,เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชิงทะเล, กำนันผู้ใหญ่บ้าน ต.เชิงทะเล อ.ถลาง ตัวแทนชาวประมงพื้นบ้านภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ร่วมกันปล่อยขบวนเรือประมง เรือแคนนู และเรือหางยาวนำอวนขนาดใหญ่ไปวางบริเวณปากอ่าว รวมทั้งส่งกำลังเดินเท้าตรวจสอบหาร่องรอยจระเข้บริเวณเกาะกะทะ ซึ่งอยู่ตรงข้ามปากคลอง เพื่อเป็นการค้นหาและกดดันให้จระเข้ดังกล่าวว่ายน้ำเข้ามาในลำคลองลายัน เพื่อสะดวกในการจับตัวไปไว้ในพื้นที่ที่เหมาะสมต่อไป
นายถาวรวัฒน์ กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังของทางเจ้าหน้าที่ฯ ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา (26-27ก.ค.) ทั้งการสังเกตด้วยตาเปล่าโดยส่องกล้องส่องทางไกล และบินโดรน พบว่าจระเข้ดังกล่าวยังคงว่ายน้ำอยู่บริเวณทะเลและปากคลองลายัน โดยมีบางช่วงก็เข้ามาจนถึงปากคลองก่อนที่จะมุดน้ำหายไป และเพื่อเป็นการกระชับพื้นที่ก็ได้มีการวางอวนเพื่อทำการดักจับจระเข้ดังกล่าวหากว่ายเข้ามาในลำคลอง ขณะเดียวกันก็ให้เรือหางยาวลาดตระเวนตรวจสอบ พร้อมใช้กำลังเดินเท้าเป็นการกดดันให้เข้ามายังลำคลอง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น
เพราะหากจะทำการจับจระเข้ซึ่งว่ายอยู่ในทะเลแม้ว่าจะไม่ไกลจากชายหาดมากนักแต่ก็ทำได้ลำบาก เนื่องจากระยะนี้คลื่นลมในทะเลค่อนข้างแรง ซึ่งจะเป็นอันตรายกับผู้ปฎิบัติงานได้ จึงต้องใช้วิธีตะล่อมเพื่อให้เข้ามาในลำคลอง ด้วยเชื่อว่าจระเข้ตัวดังกล่าวอยู่ในอาการที่ค่อนข้างเหนื่อยและจะต้องเข้ามาหาน้ำจืด
"ส่วนการทำความเข้าใจกับประชาชน และนักท่องเที่ยวนั้นก็คงมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากที่มีการติดตามมาอย่างต่อเนื่องพบว่าจระเข้ดังกล่าวก็ไม่ได้ทำอันตรายผู้ใด แต่เพื่อความปลอดภัยจำเป็นที่จะต้องนำตัวเขาไปไว้ที่เหมาะสม และจะเห็นได้ว่าบริเวณชายหาดลายันก็ยังคงมีผู้มาเล่นน้ำบริเวณริมชายหาด" นายถาวรวัฒน์ กล่าว





