วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พีอาร์สาวร้องกองปราบ เอาผิดลูก 'พ.ต.อ.' ล่อลวงรุมโทรมคาบ้าน

คดีไม่คืบ "พีอาร์สาว" นศ.ม.ดังร้องกองปราบ เอาผิดลูกอดีตนายตำรวจใหญ่ยศ "พ.ต.อ." ล่อลวงให้เพื่อนรุมโทรมคาบ้าน หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 ก.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อม น.ส.เอ (นามสมมุติ ) อายุ 24 ปี นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในกทม. และเป็นพนักงานพีอาร์ของสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ริมถนนประเสริฐมนูกิจ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ทรงพล หมวกจันทร์ สว.สอบสวน กก.1บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับลูกชายของข้าราชการตำรวจเกษียณยศ พ.ต.อ. รายหนึ่งกับพวก รุมโทรมหลังได้หลอกลวงไปรุมโทรมที่บ้านพักแห่งหนึ่งย่านเกษตรนวมินทร์ เมื่อกลางดึกวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา

น.ส.เอ เปิดเผยว่า ก่อนวันเกิดเหตุประมาณ 1 สัปดาห์ ขณะที่ตนเดินออกจากร้านหลังเลิกงานคู่กรณีได้เดินเข้ามาขอไลน์และเบอร์โทรศัพท์ตน ซึ่งตนก็ให้ไป ต่อมาวันเกิดเหตุได้โทรศัพท์มาหาพร้อมบอกว่าจะมารับพาไปส่งบ้าน ตนจึงตอบรับคำเนื่องจากมีเพื่อนร่วมงานอีก 1 คนที่อยู่ในอาการมึนและเห็นว่าคู่กรณีมาเพียงคนเดียว จึงยอมให้พาขึ้นรถแท็กซี่ไปส่ง โดยไปส่งเพื่อนของตนก่อนจากนั้น คู่กรณีก็ได้ออกอุบายว่าขอแวะไปเอารถที่บ้านเพื่อนก่อน แถวย่านนวมินทร์ 74 แยก 3 แต่เมื่อไปถึงก็ได้ชักชวนให้ตนไปในบ้าน ก่อนคู่กรณีและเพื่อนที่รออยู่ในบ้านหลังดังกล่าวอีก 1 คนจะใช้กำลังบังคับรุมข่มขืนตน จนตนต้องจำยอมวิ่งเปลือยกายออกมาขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดีข้างนอกบ้าน โดยหลังเกิดเหตุคู่กรณีได้โทรศัพท์มาขอโทษพร้อมกับเจรจาไกล่เกลี่ยไม่ให้ตนแจ้งความเอาผิด ตนจึงปฏิเสธกลับไปพร้อมกับบอกว่าหลังจากนี้อย่าไปกระทำแบบนี้กับใครอีก

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้พาผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความกับกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ไปแล้วเมื่อวันที่ 2 ก.ค. ซึ่งได้มีการสอบปากคำผู้เสียหายพร้องส่งตัวไปตรวจร่างกายที่รพ.ตำรวจ เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ต่อมาวันที่ 13 ก.ค. ได้รับแจ้งจาก พนักงานสอบสวน บก.ปคม. ว่าไม่มีอำนาจในการสอบสวน จึงได้ร้องขอให้ทาง ปคม. ช่วยโอนคดีนี้มาให้กองปราบปราม เป็นผู้ทำคดีนี้แทน เนื่องจากคู่กรณีเป็นบุตรชายนายตำรวจนอกราชการ ที่มีเส้นสายในวงราชการทำให้ผู้เสียหายเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม อีกทั้งตนมีข้อมูลว่าทาง พ.ต.อ. ซึ่งเป็นบิดาของผู้ถูกกล่าวหาได้มีการวิ่งเต้นทางคดีหรือไม่ เพื่อขอให้มีการเปลี่ยนข้อกล่าวหาจากข้อหารุมโทรมเป็นข้อหาข่มขืน เพราะข้อหาดังกล่าวสามารถที่จะเจรจาไกล่เกลี่ยยอมความกันได้ รวมถึงตนยังเชื่อว่านอกจากกรณีแล้วยังมีหญิงสาวอีกหลายรายที่เคยถูกคู่กรณีกระทำในลักษณะดังกล่าว

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ พร้อมกับทำการสอบปากคำผู้เสียหายเพื่อนำข้อมูลจากการสอบปากคำมาพิจารณาร่วมกับพยานหลักฐานอื่นๆ ก่อนจะรวบรวมเรื่องทั้งหมดส่งให้กับทางผู้บังคับบัญชาพิจารณาการสั่งการต่อไป