เปิดใจ “โค้ชนพ” ทีมหมูป่า เผยผช.โค้ช และเด็กนัดกันเข้าไปในถ้ำ เตรียมทั้งไฟฉายและอาหารแห้ง เคยเข้าไปฝึกพิเศษ 2 ครั้ง แต่ไม่คิดว่าจะเจอกับเหตุการณ์ครั้งนี้ มั่นใจเด็กนักฟุตบอลมีสภาพจิตใจและร่างกายแข็งแรง คาดหลังจากนี้ 24-48 ชั่วโมงยังไหว
นายนพรัตน์ กันทะวงศ์ หรือโค้ชนพ โค้ชฟุตบอลทีมหมูป่า อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ในวันที่เกิดเหตุการณ์ตนติดธุระจึงมีเพียงผู้ช่วยหัวหน้าโค้ชดูแลเด็กๆ ซึ่งระหว่างทางที่จะกลับบ้านนั้นจะผ่านถ้ำหลวงฯ ก็น่าจะแวะเข้าไปฝึกพิเศษ ซึ่งเคยเข้าไปก่อนหน้านี้มาแล้ว 2 ครั้ง แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ตอนแรกที่รู้ว่าเด็กๆหายนั้น คือ เจอแต่รถจักรยานหน้าถ้ำจึงได้ประสานทุกฝ่ายค้นหา และรู้สึกเสียใจจนนอนไม่หลับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้จะร่วมกับทีมค้นหา และจะนำข้อมูลไปแจ้งให้กับทางผู้ปกครอง เพื่อไม่ให้เกิดความกังวลใจไปมากกว่านี้ ซึ่งตนยังมั่นใจว่าเด็กยังปลอดภัยทุกคน
ส่วนสาเหตุที่เด็กๆเข้าไปในถ้ำ จากการสอบถามเด็กๆที่ไม่ได้ปั่นจักรยานมาซ้อม แต่มีผู้ปกครองมารับ ทราบว่าเด็กๆ และผู้ช่วยโค้ช คือ โค้ชเอก ได้นัดกันมาเที่ยว มีการเตรียมไฟฉาย 1 กระบอก น้ำ 3 ขวด ขนม อาหาร และกล่องเครื่องมือปฐมพยาบาล ผู้ช่วยคนนี้ คือ โค้ชเอกจะเป็นเจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลมาโดยตลอด ผมเชื่อว่าน่าจะมีเสบียง และโค้ชเอกน่าจะดูแลเด็กๆได้ดี
ปกติแล้ว จะมีการฝึกซ้อมกันเป็นประจำ โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กที่มีทักษะการเล่นฟุตบอลดีมาก มีเพียง 1-2 คนเท่านั้นที่เข้ามาฝึกใหม่ โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กในพื้นที่ที่มีเป็นชาวไทยภูเขา และจีนฮ่อ ซึ่งทุกคนมีแววที่จะพัฒนาไปเล่นในระดับจังหวัดได้ ตอนนี้ตนได้พยายามทุกวิถีทางที่จะช่วยเหลือในการค้นหาเด็กๆให้เจอ แม้กระทั่งการบนบานสานกล่าวสิ่งศักดิ์สิิทธิ์ก็ทำ แต่ด้วยความที่เป็นนักกีฬาซึ่งมีความแข็งแรงปั่นจักรยานได้ 60 กิโลเมตร ผมมั่นใจว่าเด็กยังมีความแข็งแรงทั้งร่างกาย และจิตใจ ซึ่งคาดว่าจะอยู่ได้ 24-48 ชั่วโมงหลังจากนี้ หากไม่มีปัญหาเรื่องออกซิเจน
นายนพรัตน์ กล่าวอีกว้่า น้องๆ นักฟุตบอลที่หายไปครั้งนี้ เป็นรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี ผมได้ฝึกซ้อมมาเป็นเวลา 3-4 ปีแล้ว ทำให้เรามีความผูกพันกันมากเกินกว่าโค้ชกับศฺิษย์ ตามโปรแกรมการซ้อมโซนพื้นที่ราบกับโซนดอยต้องมาเจอกันที่สนามเวลา 9 โมงเช้าของวันที่ 23 มิถนายน ก็ซ้อมกันต่ามปกติ น้องๆทุกคนมีความมุ่งมั่นเขามีความฝันอยากไปเล่นฟุตบอลอาชีพอยากติดทีมชาติเหมือนเดิมทั่วไป ในเวทีระดับอำเภอ และจังหวัดก็ประสบความสำเร็จ โดยเด็กๆเหล่านี้ มีแววที่จะไปคัดฝีเท้าในสโมสรต่างๆของภาคเหนือ
สำหรับพื้นที่ตรงนี้มีคนหลากหลายชาติพันธ์ อยู่อาศัยร่วมกัน ใครมาแนะนำให้เซ่นไหว้ บนบานสานกล่าว ผมทำหมด อย่างน้อยผมไม่อยากอยู่เฉยๆ ทำพิธีตามไทยใหญ่ พิธีตามเชื้อสายจีน ขอให้เด็กทุกคนๆปลอดภัย





