ตร.รวบ 4 ผู้ต้องหา อ้างเป็นจนท.ปปส.หลอกเหยื่อผ่าน “บีทอล์ค” ให้มาพบก่อนจับตัวปล้นทรัพย์กว่า 35,000บาท เร่งล่าตัวอีก2ราย
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 27 เม.ย. ที่สน.หัวหมากพล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ รองผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ รองผบก.น.4 พ.ต.ท.ยิ่งยศ ฉลาดปรุ รองผกก.จร.รรท.ผกก.สน.หัวหมาก พ.ต.ท.นพพร ศรีสุชาติ รองผกก.(สอบสวน) สน.หัวหมาก พ.ต.ท.ธนาวุฒิ เปียผ่อง รอง ผกก.สส.สน.หัวหมาก พร้อมด้วยตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ร่วมกันแถลงผลจับกุมคนร้ายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ปปส.หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายโดยใช้แอพพลิเคชั่นบีทอล์ค โดยได้จับกุมตัวนายกฤษฎา หรือเอก กัณหาวงศ์ อายุ 34 ปี ที่อยู่ 363/7 ซ.รามคำแหง 39 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ นายกัตภณ หรืออ๊อฟ อุปรไมยมาศ อายุ 31 ปี ที่อยู่ 94 ซ.ลาดพร้าววังหิน 20 แยก 2 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ นายสำรวย หรือต้น ประพันธ์มงคล อายุ 38 ปี ที่อยู่ 795/75 ซ.ศูนย์บันเทิงการค้า แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ
ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 884,885,887/2561 ลงวันที่ 25 เม.ย. 2561 และ น.ส.อุ้ม (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี พร้อมของกลางรถจยย.ที่ใช้ก่อเหตุ 2 คัน รถยนต์ 1 คัน เสื้อที่ใช้ในวันก่อเหตุ โทรศัพท์ 1 เครื่อง นาฬิกา แหวน กล้องถ่ายภาพ ฯลฯ โดยจับกุมได้ที่ห้องปฏิบัติการฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา
พล.ต.ต.ฤชากร กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 เม.ย.2561 เวลาประมาณ 04.00 น. กลุ่มผู้ต้องหากับพวกรวม 6 คน ได้หลอกผู้เสียหายโดยใช้แอพพิเคชั่น “ บีทอล์ค (Beetalk) ” โดยให้น.ส.อุ้ม (นามสมมุติ) ทำทีพูดคุยหลอกให้ผู้เสียหายมาที่นัดหมาย เมื่อผู้เสียหายมาถึงสถานที่นัดหมาย ตามที่น.ส.อุ้ม (นามสมมุติ) นัดไว้ จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาจึงได้ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานปราบปรามยาเสพติด และได้แสดงตนเข้าจับกุมตัวผู้เสียหาย จากนั้นได้นำตัวผู้เสียหายขึ้นไปบนห้องพักเลขที่ 410 เค ที เพลส ซ.รามคำแหง 50 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ และกลุ่มผู้ต้องหาได้ทำการยัดยาเสพติดผู้เสียหาย ต่อมากลุ่มผู้ต้องหาได้นำตัวผู้เสียหายลงมาจากห้องพักมาขึ้นรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสันบิ๊กเอ็มหมายเลขทะเบียน บต-7174 จังหวัดอ่างทอง และนำตัวผู้เสียหายไปกักขังไว้ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งย่านมีนบุรี พร้อมเอาทรัพย์สิน นาฬิกา แหวน กล้องถ่ายรูปและ รถจักรกยานยนต์ อีกทั้งได้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายเพื่อให้หาเงินมาให้
พล.ต.ต.ฤชากร กล่าวต่อว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้นำบัตร เอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทยของผู้เสียหายไปกดเงินสดจำนวน 20,000 บาท ต่อมาวันที่ 20 เม.ย.61 เวลาประมาณ 10.00 น. กลุ่มผู้ต้องหาจึงปล่อยตัวผู้เสียหายไป และยึดรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายเอาไว้ โดยได้นัดให้ผู้เสียหายนำเงินมาให้กลุ่มผู้ต้องหาอีกจำนวน 15,000 บาท มีการนัดส่งมอบให้ที่ปากซอยศรีบูรพา6 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ต่อมาผู้เสียหายจึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.ต.ฤชากร กล่าวอีกด้วยว่า ต่อมาวันที่ 25 เม.ย.2561 เวลาประมาณ 22.10น. เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ได้จับกุมตัวนายกฤษฎา นายกัตภณ นายสำรวย และน.ส.อุ้มได้ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนนายณัฐ หรือนัด สง่าศิลป์ อายุ 34 ปี ที่อยู่ 651/6 ม.1 ต.บ้านจั่น อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 883/2561 ลงวันที่ 25 เม.ย. 2561 นายทิวากร หรือวา โนนทขาม อายุ 25 ปี ที่อยู่ 163 ม.2 ต.พังงู อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 886/2561 ลงวันที่ 25 เม.ย. 2561 สองผู้ต้องหาที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี เจ้าหน้าที่จะสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ต.ฤชากร กล่าวว่า ทั้งนี้หากมีประชาชนที่เคยถูกกลุ่มผู้ต้องหากระทำให้เสียหายในลักษณะดังกล่าว สามารถมาแจ้งความร้องทุกข์ที่สน.หัวหมาก เพื่อดำเนินคดีได้
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหากับผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ว่า“ ร่วมกันเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่หน่วงเหนี่ยวกักขังบุคคลใด เป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวกักขังหรือกักขังรับอันตรายสาหัส, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดๆให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวกักขังรับอันตรายสาหัส, ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธติดตัวไปด้วยเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด, กระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจการะทำการนั้น, ทำร้ายร่างกายผู้อื้นเป็นเหตุให้ผู้ถูกทำร้ายรับอันตรายสาหัส ” โดยนายกฤษฎา นายกัตภณ นายสำรวย พนักงานสอบสวนได้นำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา ส่วนน.ส.อุ้มได้ควบคุมตัวนำส่งสถานพินิจ แล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวเคยถูกจับกุมในคดียาเสพติด และเคยให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่





